[OS B2ST]Dedicated to you :: KwangSeob

posted on 30 Mar 2012 13:41 by nimukii in fiction
Dedicated to you
 
Gikwang x Yoseob
 
 
 
 
 

 

 

ความรู้สึกไม่มีนิยาม

 

ความรัก?

อาจจะใช่ก็ได้... ไม่รู้สิเขาไม่เคยจำกัดนิยามความรู้สึกแบบนี้ว่าความรัก ไม่ได้คิดถึงความหมาย หรือสิ่งที่มันเป็นอยู่ รู้เพียงแต่ว่า พื้นที่ตรงนี้ เวลานี้ ห้วงความรู้สึกคือความสุขก็พอแล้ว....

โยซอบอมยิ้มพยายามไม่ยกมุมปากให้ใครเห็น สายตามองใบหน้าหวานที่กำลังหลับตาพริ้มห่างไปไม่ถึงหนึ่งฟุต ทั้งที่บรรยากาศรอบตัวแสนจะวุ่นวาย แต่อีกฝ่ายกลับไม่รู้ร้อนรู้หนาว

ปลายผมสีอมน้ำตาลหล่นลงมาปรกหน้าผากไม่ได้สร้างความรำคาญแก่คนที่ไม่สนโลก แพขนตานิ่งสนิทเหมือนคนหลับลึกจริงๆ

แต่หวังว่ากีกวังจะไม่ได้หลับจริงๆ หรอกนะ

เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่มัธยมต้น จนมาถึงวันนี้เป็นเพื่อนร่วมวงที่แสนสนิทกัน ไม่เคยคิดเลยจริงๆ ว่าความรู้สึกมันจะเปลี่ยนไปได้...

จากเพื่อน...กลายเป็นบางคนที่สำคัญต่อหัวใจที่สุด

“เสียงดังจังเนอะ...” เสียงอู้อี้นั้นดังแผ่วๆ โยซอบอมยิ้ม อีกฝ่ายพูดทั้งที่ดวงตาสวยยั้งหลับพริ้ม ริมฝีปากหยักหนาที่เวลายิ้มสามารถทำให้ทั้งโลกหมุนกลับด้านได้ จมูกโด่งเป็นสันตอนที่กดฝังอยู่ที่แก้มของเขาแค่นึกก็หัวใจสั่นระรัว...

ทั้งที่เกิดขึ้นตั้งแต่ไปที่เซี่ยงไฮ้ปีที่แล้ว... แต่พอนึกถึงทีไรก็หยุดยิ้มไม่ได้

“นึกว่าหลับจริงๆ”

“อยากมาก” กีกวังตอบพร้อมกับเหยียดยิ้มบางๆ

ทั้งคู่รู้นะว่าตอนนี้กำลังเป็นที่จับตามองของแฟนคลับหลายๆ คนที่มาดูการเล่นบอลคราวนี้ แต่จะเป็นไรไปล่ะ โยซอบงอเข่าตัวเองขึ้นจนแตะกับขาของอีกฝ่าย เอื้อมมือมาลูบที่หลังคอของกีกวัง

“หายเฉื่อย หายเบื่อ หรือยัง” กีกวังยิ้มอีก หรี่ตาขึ้นมองโยซอบเล็กน้อย พร้อมกับทำปากจู๋ราวกับกำลังส่งจูบให้

 

สัมผัสลูบไล้ที่ปลายเส้นผม แตะแผ่วที่ผิวเนียนเบาๆ ทำให้หัวใจดูดซับความอ่อนหวานนั้น ดวงตาสวยปิดลงอีกครั้ง แต่รอยยิ้มที่แย้มบางนั้นทำให้โยซอบรู้ว่ากีกวังไม่ได้หลับไปอีก

กีกวังชอบสัมผัสแบบนี้ของโยซอบ

ภายใต้ความร่าเริงที่ทุกคนเห็นซ่อนความอ่อนไหว อ่อนหวานเอาไว้ และเขาเป็นคนที่ได้เห็น...

ไม่รู้ว่าตั้งแต่ตอนไหนที่มันเปลี่ยนไปจากเพื่อนร่วมชั้นเรียน ไม่รู้ว่าต้องเรียกว่าอะไรกับความรู้สึก รู้เพียงแต่ว่า โยซอบคือคนแรกที่เขาคิดถึง ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม

เขาอาจจะเป็นผู้ชายไร้ซึ่งความใส่ใจ แต่นั้นไม่ใช่กับโยซอบ แม้จะไม่มีคำพูดอะไรหวานหู แต่สำหรับกีกวัง...โยซอบมากก่อนใครเสมอ

สภาพอากาศไม่ได้ดีเลิศเลออะไร แต่มันก็ไม่ได้แย่เกินจะกล่าว แค่ทำให้กีกวังรู้สึกเฉื่อยชามากกว่าที่เคยเป็นก็ตาม ขาเพิ่งจะหายดีได้ไม่นานเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คนตาสวยไม่สามารถเต้นแร้งเต้นกาได้ เพิ่งจะผ่านความโหดของมาราธอนคอนเสิร์ตที่ญี่ปุ่น สภาพร่างกายของกีกวังเหนื่อยล้าเกินจะกล่าว...

เช่นเดียวกับโยซอบนั่นแหละ

“เสียงเป็นยังไงบ้าง”

“ดีขึ้นมากแล้ว...” โยซอบตอบเบาๆ พร้อมกับยิ้ม จ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาวิบวับแม้ว่ากีกวังจะไม่ลืมตาขึ้นมามองก็ตาม “อีกไม่กี่ชั่วโมงอายุก็เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งปีแล้วนะ”

“อ่า...” เสียงต่ำพร่าของกีกวังเป็นอะไรที่ชินหู รอยยิ้มหวานก็เป็นอะไรที่ชินตา แต่สำหรับโยซอบที่มองเห็นมานานแล้วกลับไม่รู้สึกเบื่อหน่ายเลย... “วันเกิดของฉันนี่นา”

“คิ...อะไรกัน อย่าบอกนะว่าลืม” คนที่นอนหลับตายิ้มอยู่นั้นแค่เลิกคิ้วขึ้นเท่านั้น

“เดี๋ยวต้องโทรหาที่บ้านสักหน่อย”

“เตรียมตัวรับของขวัญวันพรุ่งนี้ด้วยนะ” โยซอบเตือนด้วยรอยยิ้ม กีกวังยู่ปากแล้วฉีกยิ้ม

“แล้วของนายล่ะ” โยซอบส่ายหน้าทั้งที่กีกวังก็ไม่ได้จะมองเห็นนะ

“ไม่ให้”

“หึ” มีแค่เสียงเท่านั้นที่ตอบกลับมา แต่โยซอบกลับยิ้มกว้าง...

“ให้อะไรดีล่ะ”

“ย้อนทำไมล่ะ” คราวนี้เป็นกีกวังที่ลืมตามาสบตาด้วยพร้อมรอยยิ้มอ่อนๆ ช่างเข้ากับบรรยากาศตอนนี้จริง “อยากได้อะไร”

“ยังโยซอบ”

จบได้มั้ย ตรงนี้เลย โยซอบสิ้นใจ หัวใจกระตุกวูบราวกับหายไปจากร่าง

ดูจุนเคยทวิตอย่างนี้กับจุนฮยองนะตอนที่พ่อแร๊ปเปอร์ถามว่าอยากได้อะไร คำตอบคือชื่อของเขา แต่มันกลับต่างจากฟังที่กีกวังพูด....

“อยากได้นาย...ได้ไหม”

พวงแก้มเนียนเป็นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่ได้ อี กีกวังเป็นพ่อมดร้อยเล่ห์หรือยังไงกัน ไม่ว่าจะเป็นรอยยิ้ม หรือแววตาถึงได้สะกดเขาได้ถึงขนาดนี้ โยซอบทำได้เพียงเม้มปากหลบตา ปลายนิ้วเกลี่ยช้าๆ ที่หลังคอของอีกฝ่าย

แผ่วเบาราวกับสายลม แต่กลับหนักหน่วงในความรู้สึก....

“พูดอะไร”

“สิ่งที่ฉันต้องการไง” แม้จะซบหน้าอยู่ แต่สายตาของกีกวังไม่ได้มองไม่เห็นโยซอบเสียเมื่อไหร่ ไม่ว่าเวลาไหน ตอนไหน เขาก็มีแต่โยซอบ...

โยซอบเองก็เช่นกัน

“เหงามั้ย” โยซอบยิ้มกับคำถามนั้น

“ก็มีบ้าง ต้องมองนายกับคนอื่น หวง”

“อย่าช้ากว่าใครนะโยซอบอา...”

“อืม...ไม่ช้าหรอก” โยซอบยิ้ม หลังจากนั้นก็ไม่มีเสียงตอบอะไรจากกีกวังมาอีก เขารู้ว่ากีกวังไม่ได้หลับ เพราะรอยยิ้มมุมปากนั้นมีให้มองได้ตลอด และโยซอบก็ไม่อยากละมือออกจากปลายเส้นผมสีสว่างนั้นเลย แม้จะรู้ว่ามีเสียงแชะใกล้ๆ ก็ตาม

เขาไม่เคยอวยพรวันเกิดกีกวังทีหลังใคร และถ้าเป็นเรื่องของกีกวัง ก็ไม่มีใครนำหน้าเขาได้เช่นกัน...

กีกวังอา...

นายสำคัญกับฉันที่สุด...

ไม่ว่าจะเป็นวันก่อนหน้านี้ วันนี้วันพรุ่งนี้ ปีไหนๆ เวลาจะหมุนผ่านไปสักเท่าไหร่ก็ตาม...เขาคือ ยังโยซอบคนเดิม... เป็นยังโยซอบของอี กีกวัง...ตลอดมา...ตลอดไป

 

จะเรียกความรู้สึกนี้ว่า “ความรัก” ก็ได้... หรืออะไรนอกจากนี้ก็ได้

ความรู้สึกนี้ไม่มีนิยาม...เพราะสำหรับโยซอบแล้ว...

อี กีกวัง คือที่สุดของทุกอย่าง...ในชีวิตของเขา...

เป็นตลอดมาและตลอดไป...

 

 

You are my pet chp.5

posted on 08 Feb 2012 00:32 by nimukii

You are my pet chp.5

จุนฮยองนอนหลับตาอมยิ้มอยู่บนเตียงอุ่น วันนี้เขาไม่รีบตื่นเช้าไปไหนหรอก ก็มันเป็นวันหยุดวันเดียวในหนึ่งอาทิตย์การทำงาน แถมเขายังพอใจกับความอบอุ่นจากอ้อมแขนของคนที่นอนซ้อนสวมกอดเขาจากด้านหลังอย่างนี้อีกด้วย แม้ว่าตอนนี้เวลาจะล่วงเลยมาจนเกือบจะเที่ยงแล้วก็ตาม

ตื่นสายหน่อยจะเป็นไรไป ในเมื่อเมื่อคืนนอนเกือบเช้า!

ไม่ใช่ความคิดของเขานะ แต่เป็นข้อความที่เขาบรรยายไว้ใต้รูปกลางทวิตในสภาพที่เป็นอยู่ในตอนนี้นี่แหละ... ช่วงนี้ทวิตของเขาแทบจะแตก เพราะอยู่ๆ ก็มีฟอลโลวเพิ่มขึ้นชนิดที่ยิ่งกว่าเห็ดโผล่ เรื่องของเรื่องก็เพราะมาตามดูชีวิตของไอ้ลุกหมากับเขาที่แหละ ยัยสามเจ๊น่ะรีทวิตรูปเขาได้น่ากลัวมาก

ถ้าวันไหนไม่อัพมีเมนชั่นถามหา...สรุป...นี่มันทวิตใคร?

แต่ประเด็นอัพรูปเขาไม่แคร์หรอกว่าใครจะว่าไง เพราะว่า เขาพอใจจะประกาศให้โลกรู้ว่า อี กีกวังคือลูกหมาของเขา

ร่างของคนที่กอดเขาอยู่ขยับยุกยิก จุนฮยองเลยขยับหันหน้าเข้าไปหา และแน่นอนว่าเมื่อสบโอกาสนั้นหน้าหวานๆ ของเจ้าลูกหมาก็ซุกกับอกเปล่าเปลือยของเขา... ให้มันได้อย่างนี้

อ้อนทั้งที่ยังไม่ลืมตาตื่นเนี่ยนะ...

จุนฮยองยิ้มกอดอีกฝ่ายแรงๆ อย่างมันเขี้ยว ไม่สนใจหรอกว่าจะทำให้อีกฝ่ายตื่นหรือเปล่า ตื่นก็ดี..ชอบเวลาที่ลูกหมามันงุ้งงิ้งใส่เขา มันน่ารัก...หลง!

“ฮยอง...” ฮ้า..ตื่นแล้ว “กอดผมหน่อย...ผมหนาว” นี่ไง ทุกๆ เช้าเวลาตื่นมาแล้วเจอแบบนี้เขาไม่อยากจะลุกออกจากเตียงจริงๆ

“ก็กอดอยู่” ไม่ใช้แค่พูด จุนฮยองลดใบหน้าลงไปจนจูบที่ปลายจมูกของกีกวังจนได้ แต่ไม่มีเสียล่ะที่เจ้าลูกหมามันจะหยุดอ้อน

“อีกนิด” อีกนิดน่ะไม่รู้ว่าหมายถึงกอดหรืออะไร แต่เจ้าลูกหมามันจูบกลับมาไม่ใช่ที่จมูกของเขานะ แต่เป็นปาก!

จากที่แค่จูบเบาๆ ไม่รู้อะไรมันสิงมันดลใจให้อ้าปากเปิดรับปลายลิ้นที่สอดแทรกเข้ามา จูบหวานๆ เลยเริ่มร้อนขึ้นสวนกระแสสภาพอากาศ...

ร่างบางของเขาถูกดันให้แนบลงกับเตียงนุ่มพร้อมกับร่างของกีกวังแนบชิดไม่ห่างเช่นเดียวกับจูบหวานร้อนนั้น ฝ่ามือของเขาลูบไล้ไปตามผิวเนียน มัดกล้ามของอีกฝ่ายช่างทำให้เขาหลงใหลได้อีกจริงๆ

ปลายนิ้วสอดแทรกเข้าให้ใต้กลุ่มผมสั้นของกีกวัง อีกข้างก็เหนี่ยวรั้งให้ร่างของเด็กหนุ่มแนบชิดเข้ามาอีก...

“ฮยอง...” เสียงหวานกระเส่าอยู่ข้างหูพร้อมกับริมฝีปากขบเม้มติ่งหูนั้น ฝ่ามือหนาลูบไล้ตั้งแต่เอวบางไล่มาจนที่หน้าท้อง...

@#90-ooie99-==

เสียงเรียกเข้าที่ดังเข้ามานั้นทำเอาสองคนที่นัวเนียกันอยู่สะดุ้ง ก่อนที่จุนฮยองจะทำเป็นไม่สนใจเหนี่ยวรั้งเจ้าลูกหมาให้เข้ามาหาใหม่ แต่นะ...

มันจะโทรมาจิกอะไรตอนนี้วะ

“มีอะไร” จุนฮยองกรอกเสียงไม่สบอารมณ์ใส่ทันทีโดยที่ไม่มองว่าใครโทรมา แคร์หรือไงล่ะ ไม่สักนิด แต่เมื่ออีกฝ่ายกรอกเสียงกลับมา คนขี้เหวี่ยงถึงได้เอามือถือออกมาดูชื่อ...

“เกิดคิดถึงอะไรฉันตอนนี้เหรอ ยูน ดูจุน...แฟนเด็กของนายไม่ร้องไห้โยเยหรือไง” ช่างเป็นคำประชดที่แสนจะแดกดันได้ทั่วถึงจริงๆ

กีกวังหูกระดิก เงยหน้าขึ้นมองเจ้าของที่กำลังทำหน้าสะใจอะไรสักอย่างอยู่ จากนั้น..ด้วยความที่กลัวว่าเจ้าของจะไม่สนใจน่ะนะ...มันก็เลย...

จุนฮยองหันมามองเจ้าลูกหมาที่ใช้ปลายลิ้นอุ่นของตัวเองเลียตรงนั้นตรงนี้บนร่างกายของเขา ทั้งแก้ม ทั้งหน้าผากลามไปทั่วซอกคอ และดูท่าจะลุกลามใหญ่โตแล้ว ถ้าเกิดว่าเขายังคุยโทรศัพท์กับบุคคลที่ไม่คิดว่าจะโทรมาน่ะนะ

“ฉันไม่ว่างคุยอะไรหรอกนะ เอาเวลาที่นายกดโทรมาหาฉันเนี่ยไปดูแลคนของนายดีกว่า”

“นายสนิทกับกีกวังแค่ไหน” แม้จะขมวดคิ้วกับคำถามนั้น แต่จุนฮยองก็ไม่คิดจะตอบอะไร นอกจากยกมือขึ้นมาจุ๊ปากใส่เจ้าลูกหมา ที่ทำท่าจะเรียกร้องความสนใจมากขึ้น ด้วยการดึงผ้าห่มออก ได้โป๊กันหมดแน่

“นายเจอกับเขาได้ไม่เท่าไหร่เองนะ”

“ต่างกับที่นายเจอกับโยซอบมากนักหรือไง?” คำพูดสวนกลับไปของจุนฮยองทำเอาอีกฝ่ายเงียบ และแน่นอนว่าเขาไม่ชอบใจ “ยูน ดูจุน...ฉันไม่ว่างคุยกับนายเรื่องนี่หรอกนะมันเป็นเรื่องส่วนตัวของฉัน”

“ฉันเป็นห่วงนาย”

“เก็บความห่วงใยของนายไปใช้กับคนที่นายรักดีกว่า”

“จุนฮยอง” เจ้าของชื่อถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย แต่กลับมองเจ้าลูกหมาที่นอนซุกหน้ากับหมอนเพราะน้อยใจด้วยสายตาเอ็นดู ใช้ปลายนิ้วสะกิดก็มีอาการเหลือบตามาตัดพ้อแล้วทำเป็นไม่มองเขา...

มันน่ารักน่ะนั่น!

“อะไร”

“นายรู้จักเด็กคนนั้นเท่าไหร่กันถึงได้อยู่ด้วยกันแล้ว”

“รู้ได้ยังไง” ได้ยินเสียงถอนหายใจของอีกฝ่ายแล้วก็หงุดหงิด ไอ้บ้านี่...มันโทรมาวอแวเขาทำไม!

“ฉันก็ฟอลโลวนายแล้วก็สามเจ๊นั่นนะ... จุนฮยองคิดดีแล้วเหรอ”

“ไม่ใช่เรื่องของนาย”

“จุนฮยอง”

“แค่นี้ล่ะ เสียเวลามากพอแล้ว ลูกหมาของฉันมันงอนแล้วก็หิวแล้วด้วย” ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จุนฮยองต้องล่ำลาให้มากเรื่องเขาตัดสายทิ้งแล้วโยนมือถือไปทิศไหนสักทิศบนที่นอนนี่แหละ จากนั้นก็ขยับเข้าไปนอนเกยบนหลังของเจ้าลูกหมาที่นอนซุกหมอนอยู่

“ไง...เจ้าลูกหมา”

“ฮยองว่างคุยกับผมแล้วเหรอ” อูยยยย...ดูทำเสียง ไม่พอนะ เค้ามีอาการเอียงหน้ามาเหลือบตามองเขาด้วยหางตาอีกนะ

เยอะไปมั้ย! เจ้าลูกหมา!

“ก็ไม่รู้นี่ว่าใครโทรมา”

“เบอร์มันก็โชว์นี่” แนะ...มีมาหาเรื่อง

“ได้ดูที่ไหนล่ะ...งอนเหรอ” นี่เขาง้อเจ้าหมอนี่อยู่ใช่มั้ย ขนาดกับดูจุนตอนคบกันทะเลาะกันบ้านแตกเขายังไม่ง้อ... อิทธิพลความน่ารักนี่มัน เย๊อะ!

“ผมไม่มีสิทธิ์งอนหร๊อก...ผมเป็นแค่ลูกหมา”

“อือ...งอนจริงจังนะเนี่ย ไม่เอาน้า” ว่าแล้วก็จรดริมฝีปากลงที่หลังไหล่แข็งแรงของเจ้าลูกหมา

“ฮยองยังคิดจะกลับไปคบกับเขาอีกหรือเปล่า...ผมเคยเห็นฮยองไป...หาเขาที่แผนกบ่อยๆ” น้ำเสียงเซื่องๆ เซาๆ นั่นทำเอาจุนฮยองไม่รู้จะหาคำไหนมาอธิบายแล้วน่ะว่าน่ารักยังไง ดูทำแต่ละอย่าง...

“ตอนนี้เหรอ? ไม่ล่ะ...เลิกสนใจไปเป็นพักแล้ว ไม่อยากไปยุ่งเกี่ยวด้วยหรอก”

“จริงเหรอครับ” เจ้าลูกหมาเอียงหน้ามามอง แต่ก็ไม่ยอมจะหันมาทั้งตัวนะ

“อือ...ฉันเจ็บแล้วก็จำนะ จำแบบไม่ลืมด้วยแค้นฝังหุ่นอีกต่างหาก” แล้วก็เอียงตัวมาอีกนิดๆ

“ถ้าเขามาคุยด้วยฮยองก็ไม่คิดจะกลับไปใช่มั้ย?” จุนฮยองส่ายหน้าพยายามรั้งให้อีกฝ่ายนอนหงายลง

“ถ้าจำเป็นต้องคุยก็คุยนะ แต่เรื่องกลับไป...ไม่ล่ะ ที่หมอนั่นทำไว้เจ็บแสบไม่ใช่เล่น” เขาไม่รู้หรอกนะว่าเจ้าลูกหมาน่ะรู้เรื่องของเขากับยูน ดูจุนมากน้อยแค่ไหน แต่เขาก็ไม่คิดจะเล่าอะไรในเรื่องนี้ให้กีกวังฟัง อย่างที่บอกมันจบไปแล้ว จบแบบฝังกลบเจ็ดชั่วโคตรด้วย...

“ที่ถามเนี่ย คิดอะไรอยู่” จุนฮยองพยายามสำเร็จจนได้เมื่ออีกฝ่ายยอมพลิกกายมานอนหงาย

“ผม...” พูดออกมาแค่คำเดียวแล้วก็หลบตา “ผมไม่อยากให้ฮยองคบกับเขา” จุนฮยองยิ้ม ก่อนจะขยับกายขึ้นนั่งคร่อมร่างกายกำยำน่าหลงใหลนั้น ฝ่ามือก็ลูบไล้แผงอกแข็งแกร่งพร้อมกับที่บดเบียดสะโพกลงกับหน้าของของอีกฝ่าย...แนบชิด!

“หวงเหรอ?”

“ผมหวงเจ้าของได้มั้ยล่ะครับ” ถามอย่างเจียมเนื้อเจียมตัวพร้อมกับสีหน้าเจี๋ยมเจี้ยม แต่มือไม้ที่ลูบมาที่ขาอ่อนลามถึงสะโพกสวยของเขาแล้ว...

“ถ้าลูกหมาไม่หวงเจ้าของแล้วจะไปหวงใคร” จุนฮยองว่า เมื่อก้มลงไปแนบจูบกับริมฝีปากอิ่มนั้น แล้วผละออกมาฟังคำตอบของเจ้าลูกหมาที่ทำให้เขายิ้มถูกใจได้ตลอด...

รู้นะว่ามันอ้อน...แต่ก็จะหลง...

“ผมหวงฮยองคนเดียวครับ...แล้วก็...หึงด้วย” ท้ายประโยคนี่อารมณ์ของมนุษย์ล้วนๆ เลยใช่มั้ยเจ้าลูกหมา...

ใจก็อยากถามอยู่หรอกนะ แต่เอาไว้ทีหลังดีกว่า เพราะเจ้าลูกหมามันฉลาด รู้จักวิธีทำให้เสียงพูดของเขาเปลี่ยนเป็นเสียงครางได้เยี่ยมเลยล่ะ

 

....................................................................

“ฮยองทานเค้กอะไรครับ?” กีกวังว่าสายตาไล่อ่านเมนูขนมหวานในร้าน เดจาวู ร้านขนมและเครื่องดื่มที่จุนฮยองคิดว่าตั้งชื่อแปลกๆ แต่ก็นั่นแหละ อะไรก็แปลกได้ทั้งนั้น

“ไม่ชอบทานเค้กอะ เอาแค่โค้ก” จุนฮยองว่า กีกวังเองก็แค่พยักหน้าแล้วเงยหน้าขึ้นยิ้มแฉ่งให้เด็กเสิร์ฟร่างศูงหน้าตาหล่อเหลา

“เอาโค๊กหนึ่งที่ โกโก้เย็น แล้วก็ช็อคโกแลตเค้กครับ” เด้กเสิร์ฟเดินจากไปหลังจากนั้น กีกวังก้หันมาเท้าคางมองคนหน้าเหวี่ยงที่มองนั่นมองนี่ในร้าน....

พวกเขาออกจากห้องตอนบ่ายกว่าแล้ว แวะไปทานอาหารในร้านที่กีกวังบอกได้เลยว่าค่าอาหารมื้อนั้นมันคือครึ่งหนึ่งของค่าหอพักของเขาแต่ละเดือน จากนั้นจุนฮยองก็พาเขาไปร้านแบรนดังแบรนหนึ่ง เพื่อไปรับของที่เจ้าตัวบอกว่าสั่งไว้ แต่ได้รับก่อนกำหนดเพราะเป็นลูกค้าวีไอพี

เริ่ดมากครับคุณเจ้าของ!

แล้วก็มาจบที่ร้านเดจาวูนี่แหละ...

“ลูกหมา...”

“ครับ..”

“คนนั้นคือเจ้าของร้านใช่มั้ย?” จุนฮยองเอาปลายนิ้วชี้ไปที่เคาท์เตอร์ กีกวังจึงหันกลับไปดู เห็นชายหนุ่มหน้าหวานกำลังยืนคิดเงินอยู่ จึงพยักหน้า

“ครับ...ใช่คนนั้นแหละ”

“หน้าตาเหมือนลูกหมาเลย” กีกวังเลิกคิ้ว ก่อนจะยิ้มน่ารัก

“สงสัยผมหน้าโหล” จุนฮยองส่ายหน้า ก่อนจะใช้ปลายนิ้วจิ้มแก้มกีกวังเล่น “จริงสิ แฟนเจ้าของร้านน่ะป็นดาราดังด้วยนะครับ คนที่แสดงซีรีย์เรื่อง...น่ะครับ”

“ไม่รู้จัก” จบประเด็นได้เลยในทันที แต่ไม่ใช่กับเจ้าลูกหมานะ เจ้านี่หาเรื่องคุยกับเขาได้ตลอดเวลานั่นแหละ

“โหย...ฮยองอะ ดังจะตายที่เขาเปิดตัวว่าเป็นเกย์อะ”

“ไม่รู้...นายสนใจเรื่องพวกนี้เหรอ?” เจ้าลูกหมาส่ายหน้าทันที

“เพื่อนเล่าให้ฟังครับแล้วเคยเจอที่ร้านนี้ครั้งหนึ่ง หน้าตาเหมือนฮยองเลย”

“งั้นฉันก็หล่อ”

“ผมหล่อกว่าครับ” กีกวังสวนกลับมาอย่างรวดเร็ว มีการช้อนตามองซะด้วย

“เถียงเจ้าของ”

“เปล่านะ ผมแค่นำเสนออีกหนึ่งความคิดเห็น” นี่คือลูกหมาพันธ์ปลาไหล...สินะ

จุนฮยองตั้งใจจะตอกกลับให้เห็นอาการงอนของเจ้าลูกหมา แต่เด็กเสิร์ฟก็เอาของที่สั่งมาวางที่โต๊ะกลมเล็กๆ นั่นเสียก่อน โค๊กเย็นๆ ทำเอาเขายิ้มออกและแน่นอนว่าเจ้าลุกหมาออกอาการชอบอกชอบใจของขนมเค้กชิ้นเล็กนั่น

“ชอบเค้ก?”

“ผมชอบแค่เค้กช็อคโกแลต อะไรที่เป็นช็อคโกแลตชอบหมดเลย” จุนฮยองมองคนตรงหน้าก่อนจะยิ้มขำ “ทำไมครับ”

“ก็หุ่นไม่น่าจะใช่คนชอบของพวกนี้นี่ ดูสิซิกพงซิกแพ็ก กล้าม” ไม่พูดเปล่าทุกอย่างที่จุนฮยองพูดมือของเขาไล่แตะหมด...ลวนลามกลางสาธารณชนว่างั้นก็ได้ แต่ใช่ว่าเจ้าลูกหมาจะเดือดร้อนเมื่อไหร่ นั่งนิ่งๆ ให้ลวนลามอย่างเต็มใจไม่เดือดร้อน

“ออกกำลังกายครับ” เจ้าลูกหมาว่า ก่อนจะยิ้มแฉ่ง แต่จุนฮยองกลับรู้สึกว่างานกำลังจะเข้าตัว “แต่ฮยองน่ะดื่มแต่โค๊ก พุงมีมั้ยน้า” ว่าแล้วมือซนๆ นั่นก็แอบสอดใต้เสื้อของเขาหน้าตาเฉยจนแทบจะตีเพี๊ยะๆ ไม่ทัน

“ทะลึ่ง” ไม่นำพาคำว่านะ ยังมาทำหน้ามุ่ยใส่อีก

ถ้าไม่น่ารักจะไม่อภัยเลย!

กีกวังหลุบตามองเค้กชิ้นเล็กนั่นก่อนจะใช้ช้อนตักมันขึ้นมาแล้วยกขึ้นไปจ่อที่ริมฝีปากของคนที่กำลังจะดื่มโค๊ก จุนฮยองส่ายหน้า แต่สายตาออดอ้อนเชื่อมๆ นั้นมันทำเขาต้องถอนหายใจออกมาอีกครั้ง

แพ้ไอ้ตาเชื่อมๆ ยิ้มหวานๆ นี่จริงๆ

“อร่อยมั้ยครับฮยอง” ถามพร้อมรอยยิ้มนะ มันน่ารักๆ ๆ ๆ ๆ

เฮ่อ...จุนฮยองพูดคำว่าน่ารักบ่อยแค่ไหนกันนะตั้งแต่มีเจ้าลูกหมาตัวนี้

“ก็งั้นๆ แหละ”

“โหยยย...เค้กร้านนี้อร่อยออก งั้นชิมอีก” ว่าแล้วก็ตักเค้กให้อีก แน่นอนล่ะว่าจุนฮยองจะปฏิเสธทำไม

ไปๆ มาๆ ระหว่างที่จุนฮยองก้มหน้าก้มตากดมือถือเล่น ปากของเขาก็คอยอ้ารับเค้กที่เจ้าลูกหมาคอยป้อน แถมเครื่องดื่มที่จิบก็เป็นโกโก้ด้วย โค๊กของเขาน่ะเหรอ...น้ำแข็งละลายจนจืดดื่มไม่ลงแล้ว

“เค้กหมดแล้วครับ”

“จุนฮยองเงยหน้าขึ้นมายกเอาแก้วโกโก้ขึ้นมาดูดแล้วมองเจ้าลูกหมาที่นั่งยิ้มหวานให้

“ได้ทานหรือยัง ป้อนเอาๆ” กีกวังยิ้ม “สั่งใหม่สิ” เจ้าลูกหมาส่ายหน้า ก่อนจะเลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้กับใบหน้าของจุนฮยองอย่างรวดเร็ว

สัมผัสอุ่นๆ ที่แตะตรงมุมปาก เกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะจบลงด้วยผิวนุ่มของริมฝีปากแตะกันเบาๆ อีกหนึ่งครั้ง จากนั้นใบหน้าของเจ้าลูกหมาก็เคลื่อนห่างออกไป

จุนฮยองโดนเลียปาก...

เขาห้ามความร้อนที่พุ่งมาอยู่ที่ทั้งสองแก้มไม่ได้หรอกนะ ดังนั้นจึงปล่อยให้มันเป็นไปอย่างนั้น รอยยิ้มที่พยายามกลั้นเอาไว้มันก็คงทำให้หน้าตาเขาดูพิลึกไปก็ได้ แต่ก็ห้ามกิริยาพวกนั้นไม่ได้จริงๆ

“ทำตัวเป็นลูกหมานะ” เสียงของแผ่วเบา ดูเหมือนจะลอยได้ในอากาศด้วยซ้ำ ยิ่งอีกฝ่ายตอกย้ำด้วยคำพูดน้ำเสียงนุ่มด้วยยิ่ง...

“ก็ผมเป็นลูกหมานี่ครับ” กีกวังเท้าใบหน้ามองจุนฮยอง ยกมืออีกข้างขึ้นใช้ข้อนิ้วแตะไล้ไปตามข้างแก้มสีระเรือของอีกฝ่ายเบาๆ “เป็นลูกหมาของ ยง จุนฮยอง...” ชี้ชัดเลยใช่มั้ยว่าไม่ผิดตัวแล้ว

ใบหน้าหวานซึ้งนั้นเอนเข้ามาใกล้อีก แล้วไอ้เจ้าของที่หน้าเหวี่ยงสุดขั้วจะทำอะไรได้ นอกจากนั่งนิ่ง เพราะเริ่มคิดอะไรไม่ออกกับบรรยากาศหวานๆ ที่เกิดขึ้นนี้...

“เป็นลูกหมาของฮยองคนเดียว...เป็นสมบัติของฮยองครับ” เสียงนุ่มนั้นล่องลอยอ้อยอิ่ง ราวกับกลิ่นหอมของเครื่องดื่ม แต่สัมผัสอุ่นที่แตะเบาๆ ที่ริมฝีปากนั้นทำให้จุนฮยองอุ่นวาบไปทุกอณู

“น่ารักไปหรือเปล่าลูกหมา” จุนฮยองเม้มปากที่โดนลายลิ้นของอีกฝ่ายแตะเลีย ก่อนจะหน้าร้อนหนักขึ้นกับคำพูดที่ว่า...

“รักผมให้มากสิครับ” ดูมันเรียกร้อง...

โอ้ย...เดี๋ยวก็ใจอ่อนจริงหรอก

จุนฮยองเม้มปากยกปลายนิ้มขึ้นบีบจมูกโด่งสวยตรงหน้า ก่อนจะเอี้ยวตัวไปหยิบเอาของที่ไปรับมาจากร้านที่สั่งไว้ กล่องกำมยี่สีเทาดำมีดิ้นชื่อสีเงินเป็นชื่อแบรนบ่งบอกราคาของมันได้เป็นอย่างดีว่าอย่าหวังจะหาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไป พอเปิดมันออก ก็ได้เห็นสิ่งของที่จุนฮยองถูกอกถูกใจนัก...

“เหมาะกับลุกหมาดี”

“ผมว่า...ซื้อของที่มันถูกกว่านี้ก็ได้นะครับ” เสียงของเจ้าลุกหมานั้นแลดูกับว่าขยาดกับสิ่งของที่จุนฮยองหามาให้เหลือเกิน ก็ดูแต่ละอย่างแต่ละชิ้นเหอะ

ต้องดีที่สุดเท่านั้น!

สร้อยคอที่สายหนังทำมาจากหนังชั้นดีพร้อมแท็กซ์ทองคำขาวสลักชื่อถูกสวมใส่ไว้ที่คำคอแข็งแรง ก่อนที่คนให้จะมองมันอย่างพอใจ

JOKER

ไม่ใช่ชื่อเจ้าลูกหมาแต่คือฉายาของเขา ให้มันรู้กันไปว่าเจ้าลูกหมาตัวนี้มีเจ้าของชื่อนี้...

ปลายนิ้วลูบไล้ไปตามแท็กซ์ชื่อนั้น ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ ซุกปลายจมูกกับลำคอแข็งแรงและจรดริมฝีปากกับแท็กซ์ชื่อ...

ไม่ใช่อะไรที่อ่อนโยน แต่กลับตรึงทุกอย่างของคนทั้งสองไว้... ฝังลึกจนไม่อาจจะคาดคิดได้แม้คนทั้งสองเองก็ไม่สามารถรับรู้ได้ว่ามากมายเพียงไหน...

“มีปลอกคอแล้วนะลูกหมา” เสียงกระซิบนั้นดัง แล้วตามมาด้วยอาการโดนบีบจมูกของลูกหมาอย่างหยอกเย้า แน่นอนว่าลามไปถึงขั้นยีผมของอีกฝ่ายอย่างสนุกมือ

แต่ใช่ว่าคนโดนทำจะเคืองเสียเมื่อไหร่ กลับยิ้มหัวเราะอย่างชอบอกชอบใจด้วยซ้ำ...ก็เจ้าของทำนี่...

“ฮยอง...”

“หือ...”

“ผมชอบ..เวลาที่ได้อยู่ใกล้ๆ ฮยองที่สุดเลย” จุนฮยองเลิกคิ้ว ก่อนจะยิ้ม...

“แต่ตอนนี้ฉันชักจะชอบนายที่สุดแล้วล่ะ” กีกวังตาโต ก่อนจะยิ้มเขิน แอบทำหน้าทำตาน่ารักกับคำพูดนั้นของจุนฮยอง มีชม้ายสายตาให้อีก...

“จริงๆ” ยิ่งพอโดนย้ำ เจ้าลุกหมาก็แทบจะมากอดมาเกยอีก ถ้าไม่ติดว่าโดนปรามไว้..ก็ที่นี่ไม่ใช่ที่ห้องนี่นะ

แต่ถึงอย่างนั้น ก่อนหน้านี้ที่ทำกันก็ทำเอาหลายคนที่อยู่ในร้านสำลักความหวานกันถ้วนหน้าไปแล้ว!

........................................................

 

ทั้งเจ้าของและลูกหมาต่างพากันเดินเล่นไปเรื่อยในช่วงเวลาบ่ายแก่ๆ คือความจริงแล้วจุนฮยองไม่ชอบที่จะมาเดินเอื่อยเฉื่อยในสถานที่ที่ไร้ซึ่งแอร์เย็นๆ ร้านหรูๆ แบรนดังๆ หรือกนะ แต่ประเด็นคือตอนนี้เขามีลูกหมาอยู่หนึ่งตัว ที่เอาแต่เดินตามเขาต้อยๆ

เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้เขาเพิ่งถามกีกวังไปว่า

“ทำไมลูกหมาต้องเดินตามหนึ่งก้าวทุกที”

“เพราะเป็นเป็นลูกหมาของฮยองไงครับ” ดูคำตอบของเจ้าลุกหมาสิ...โอ้ย...ไม่รู้จะหลงลงหลุมไหนแล้ว!

ไม่พอนะ เจ้าลูกหมามันก็ช่างออดช่างอ้อน และแน่นอนว่าขี้อิจฉาสุดๆ ด้วย!!

“เสียงเพลงเรียกเข้าของฮยองชื่อเพลงอะไรครับ”

“IT’S YOU”

“ผมชอบจัง”

“อืม...ฉันก็ชอบ” จุนอยองตอบไป แล้วก็อมยิ้มเมื่อเจ้าลุกหมาที่เดินตามต้อยๆ นั้นพูดว่า

“แต่เวลาผมโทรหาฮยองมันก็จะเป็นเพลงนี้ทุกคนด้วยใช่มั้ยครับ”

“ก็ใช่นะ ฉันชอบฟังเพลงนี้ ตั้งเป็นเสียงข้อความด้วยซ้ำ”

“เหรอครับ” เสียงมันจ๋อยๆ นะ

“ทำไมเหรอ”

“...” เงียบ

“ลูกหมา”

“ฮยองชอบเพลงนี้มาก ผมก็ชอบมาก...แต่ก็เหมือนกับคนอื่นอยู่ดี” นั่นไง...มันมาแล้ว “ฮยอง...” คือคุณเคยแพ้อะไรซ้ำแล้วซ้ำเล่ามั้ย? แถมเป็นการแพ้แบบรักษาไม่หาย

บอกตามตรง ยง จุนฮยองแพ้ ผู้ชายชื่อ อี กีกวังนี่ที่สุดเลย...ให้ตายเถอะ

สุดท้ายพ่อเจ้าของหน้าเหวี่ยงก็ตั้งค่าเพลงเรียกเข้าเพลงโปรดให้ใช้เฉพาะเบอร์ของเจ้าลูกหมาคนเดียว ส่วนเบอร์ของคนอื่นก็...เสียงเพลงพื้นฐานที่มีในเครื่องละกัน

ไม่ได้ลำเอียง แต่มาตรฐานน้องลูกหมาต้องมาก่อน!

เสียงเรียกเข้ามือถือดังขึ้นพอได้ยินจุนฮยองก็อมยิ้มเหลือบไปมองคนที่เดินเยื้องไปด้านหลังเล็กน้อย ก็ได้เห็นแวบๆ ว่าลูกหมามันยิ้มกริ่มอย่างพออกพอใจ...

เขาไม่คิดจะรับสาย ก็เพลงนี้มันเป็นของเจ้าลูกหมานี่...

ตลอดเส้นทางการเดินเล่นนั้นมีเสียงเรียกข้าวของจุนฮยองดังไม่หยุด ทำเอาเดินไปยิ้มไปทั้งเจ้าของทั้งลูกหมานั่นแหละ...

ชอบจัง...ชอบแบบนี้...ชอบที่สุดเลยนะ ลูกหมา....