[SF-B2ST]Destiny end

posted on 20 Mar 2011 16:36 by nimukii in fiction
[SF-B2ST]Destiny end
 
 
 
อารมณ์ดี เพราะมีความสุข โยซอบอยากจะร้องให้เป็นเพลงจริงจังซะแล้วสิ ก็เขามีความสุขจริงนะ สายตาสดใสนั้นจ้องมองมือถืออยู่แทบจะตลอดเวลาที่ว่าง ในหลายวันมานี้เจ้าเครื่องสวยนั้นแทบจะไม่ห่างมือของโยซอบเลยก็ว่าได้ ข้อความทวิตที่มากมายเกินปรกติไม่ได้มาจากไหนเลย ก็มาจากโยซอบและดูจุนนั่นแหละที่ Reply ตอบกันไปมา วันดีคืนดีก็มีกีกวังมามาป่วนบ้าง

แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา...

เพราะตอนนี้ปัญหาจริงๆ กำลังพุ่งเข้ามาเขาต่างหาก

“นี่มันหมายความว่ายังไงโยซอบฮยอง” หน้าจอมือถืออีกเครื่องแทบจะพุ่งเข้ามาทิ่มหน้าอ่อนเยาว์เสียเดี๋ยวนั้น ทำเอาร่างบางถึงกับผงะ ขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ 

หันไปมองรอบตัวก็พบว่าในห้องแต่งตัวนี้เหลือแต่เขาคนเดียว และแขกไม่ได้รับเชิญอีกหนึ่ง

“ข้อความพวกนี้มันอะไร? หมอนั่นเป็นใคร? แฟนใหม่? ตอบผมมาเดี๋ยวนี้” ร่างบางลุกขึ้นยืนมองขยับสูทที่สวมใส่อัดรายการ จ้องมองใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างไม่สบอารมณ์นัก

แดเนียลเลือกมายุ่งกับยังโยซอบผิดเวลาไปหน่อยนะ...ในเมื่อไม่ได้อยู่ต่อหน้ากล้อง ก็เตรียมตัวไว้เถอะ

“มันเรื่องอะไรที่ฉันต้องตอบคำถามของนายเหรอแดเนียล” โยซอบตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา ก่อนจะก้มดูข้อความในทวิต



@BeeeestDJ Yoon du jun 
@helloimys양요섭ฉันมาถึงที่สตูฯของนายแล้วโยซอบอา ยังไม่ได้นั่งที่โรงแรมเลยนะ! อีกห้านาทีเจอกัน!


โยซอบฉีกยิ้มกว้าง ...ใช่แล้วดูจุนมาเกาหลีวันนี้และก่อนหน้านี้อีกฝ่ายเพิ่งทวิตบอกว่ามาถึงแล้วและจะใ
ห้จุนฮยองพามาหาโยซอบที่สตูฯ ร่างบางดีใจจนพิมพ์อะไรไม่ถูก


ท่าทางดีใจนั่นทำเอาหนุ่มอีกคนอารมณ์เสีย เขาคว้ามือถือของโยซอบไปดู พอเห็นข้อความต่างๆ แล้วมันก็ยิ่งหงุดหงิด

“พี่คบกับหมอนี่ใช่มั้ย?”

“มันไม่เกี่ยวกับนาย...เอาของของฉันคืนมา อย่าทำให้ฉันโมโหนายมากกว่าที่เป็นอยู่ แดเนียล” โยซอบกดเสียงต่ำมองอีกฝ่ายด้วยสายตาแข็งกร้าว ทำเอาหนุ่มรุ่นน้องใจเสียขึ้นมา

ยัง โยซอบเอาจริง...

“พี่...” โยซอบไม่สนใจเสียงอ่อนแรงนั้นเขาคว้ามือถือของตัวเองกลับมาแล้วกดตอบข้อความไปโดยไม่
สนใจแดเนียลเลยสักนิด แถมยังเดินผ่านอีกฝ่ายไปอย่างไม่คิดจะมองหน้าด้วยซ้ำ 

แต่อีกฝ่ายกลับไม่ยอมให้จบง่ายๆ คว้าร่างบางมากอดไว้แน่นจนดิ้นหนีไม่หลุด

“ผมขอโทษ ผมจะไม่ทำอย่างที่ผ่านมาแล้ว พี่ยกโทษให้ผมนะ...เรากลับมาเริ่มต้นใหม่เถอะครับ พี่ลืมไปแล้วเหรอว่าเรารักกันแค่ไหน”

ลืมหรือเปล่าว่ารักกันแค่ไหน? 

โยซอบตอบไม่ได้หรอก เพราะตอนนี้ ร่างสูงที่โผล่เข้ามาในห้องแต่งตัวนั้นทำเอาเขาพูดไม่ออก

ดูจุนและจุนฮยองเดินเข้ามาในห้องแต่งตัวที่ปิดประตูไม่สนิท เชฟสุดหล่อถึงกับพูดไม่ออกเมื่อเห็นว่าโยซอบอยู่ในอ้อมกอดของใคร

ดูจุนไม่ได้ความจำเสื่อมจนจำไม่ได้ว่า โยซอบหนีไปอิตาลีเพราะอะไร... ทำไมถึงดูทรมานใจแบบนั้น...

“ขอโทษที่รบกวน” พูดจบร่างสูงก็หมุนตัวออกไป มันบังเอิญหรือว่าเหมาะเจาะเกินไปล่ะที่จุนกอน ก็โผล่เข้ามาด้วย

“เอะ” ผู้จัดการหนุ่มค่อนข้างตกใจกับบรรดาแขกที่อัดกันอยู่ในนี้ ไม่ว่าจะเป็นแดเนียลที่โดนโยซอบผลักออกอย่างแรง ยง จุนฮยองดาราดังที่สุดของเกาหลี หรือร่างสูงสุดหล่อที่เดินสวนเขาออกไป?

“มีฉากต้องถ่ายแก้...เดี๋ยวนี้” จุนกอนคว้าแขนของโยซอบไว้ได้ก่อนที่ร่างบางจะพุ่งตามชายหนุ่มก่อนหน้านี้ไป

“ถ้าอยากเคลียร์อะไรไว้ทีหลัง” จุนกอนกดเสียงต่ำเข้าไว้ เอาให้แน่ใจว่าโยซอบจะไม่เหวี่ยง วีนอะไร

“ผมไม่สน!” นั่นไง กลัวพี่คนนี้เสียเมื่อไหร่

“ไปทำงานก่อนเถอะยัง โยซอบ หมอนั่นไปไหนไม่ได้ไกลหรอก อย่างมากก็แค่โรงแรม” จุนฮยองเอ่ยขึ้น ก่อนจะเลี่ยงออกมาจากห้อง ไม่วายปรายสายตามองแดเนียล สื่อความหมายให้โยซอบรู้ว่าควรจะทำอะไรต่อไป

ร่างบางฟึดฟัดอย่างขัดใจตวัดสายตาไปทั่วจนมาหยุดที่อดีตคนรักนั่นแหละ...

“พี่จะไปรอที่กองนะ อย่าหนี...” จุนกอนปลีกตัวออกมาอย่างรวดเร็ว ใครจะอยากอยู่ดูโยซอบเชือดคอคนล่ะ ไม่อยากเป็นพยาน

“พี่..”

“หุบปากไปซะ!” เจอแล้วประโยคแรก ชะงักกันไปทั้งร่างเลยล่ะ

“นายถามฉันว่าอะไรนะ จำไม่ได้เหรอว่าเรารักกันแค่ไหน? ก่อนจะถามฉันนายถามตัวเองบ้างหรือเปล่าแดเนียล ว่าในสมองเต่าๆ ของนายเคยจำได้หรือเปล่าว่าเคยมีฉันเป็นแฟน” โยซอบกระชากเสียงพร้อมกับมองอีกฝ่ายด้วยสายตาโกรธจัด

อารมณ์ตอนนี้ของเขาเหมือนแม่เสือดีๆ นี่เอง บังอาจมาก บังอาจมาทำให้ยูน ดูจุนเข้าใจเขาผิด...

“จำไว้เลยนะแดเนียลว่าอย่ามายุ่งกับฉันอีก ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” โยซอบว่าก่อนจะหมุนตัวตั้งใจจะเดินออกมาแต่อีกฝ่ายก็ยังไม่เข็ดจริงๆ

“พี่จะทิ้งผมแบบนี้ไม่ได้นะ!” โยซอบหยุด ก่อนจะใช้หางตามองอีกฝ่ายแล้วหัวเราะในลำคอเหมือนเยาะเย้ยและพูดว่า

“หึ...ฉันเป็นคนที่โยนทิ้งอะไรได้ง่ายๆ อยู่แล้วนายก็รู้ อีกอย่าง เป็นแค่ของที่ถูกเขี่ยทิ้งอย่ามาทำเป็นปากกล้าให้มันมากนัก” พูดจบก็สะบัดหน้าไม่สนใจคนที่อยู่เบื้องหลังอีกต่อไป...




แม้จิตใจมันจะไม่ได้อยู่กับเนื้อกับตัวมากนัก และไม่มีอารมณ์จะยิ้ม แต่พอแสงไฟส่งหน้ากล้องหมุนมาจับ โยซอบก็ฉีกยิ้ม ปั้นหน้าใสซื่อ แบ๊วใสได้อย่างน่าเหลือเชื่อ!

รีบทำให้มันจบๆ ไป...จะได้ไปหาร่างสูงเสียที ไม่ชอบให้มันต้องเป็นแบบนี้จริงๆ เลย!















ร่างในชุดสูทสีเข้มของโยซอบเดินมาหยุดที่หน้าประตูห้องพัก เขาหันไปมองจุนฮยองที่ยืนอยู่ข้างๆ อีกฝ่ายถอนหายใจก่อนจะเคาะประตูห้องนั้น

ยืนรออยู่เกือบนาทีเสียงกุกกักหลังประตูก็ดังขึ้น ก่อนที่ประตูจะแง้มออกโดยเจ้าของห้องพักไม่เอ่ยถามอะไรสักคำ เกิดเป็นขโมยจะว่าไงเนี่ย...

จุนฮยองไม่ได้เดินเข้าไปในห้อง แต่กลับเป็นโยซอบที่เดินลิ่วเข้าไปแทน ไม่สนใจว่าร่างสูงที่(จำใจ)มาส่งนั้นจะตามเข้ามาหรือเปล่า ซึ่งจุนฮยองก็ตัดสินใจแล้วว่า แค่มาส่งที่เหลือไม่ยุ่ง 

ประตูห้องปิดด้วยมือของจุนฮยอง ร่างบางหันมามองก่อนจะหันกลับไปยังดูจุนที่เดินหายไปในห้องนอน สายตาของโยซอบจับจ้องอยู่ที่กระเป๋าเดินทางของดูจุน มันตั้งอยู่ใกล้กับโซฟาตัวใหญ่...

จะไปไหน? หรือยังไม่ได้เก็บข้าวของ?

ช่างเถอะ! ตอนนี้โยซอบไม่สนใจ ที่เขาสนใจก็คือ ต้องการอธิบายภาพที่ดูจุนเห็นมากกว่า...

ก็ไม่เข้าใจหรอกนะว่าทำไมต้องเดือดร้อน...ตาลุงนี่ไม่ใช่แฟนของเขาสักหน่อย 

ไม่ได้แคร์นะ แต่ไม่อยากให้เข้าใจอะไรผิดๆ 



โยซอบยืนนิ่งอยู่กลางห้อง ไม่รู้จะทำอะไรดี... คือความจริงเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมต้องมาที่นี่... การไปบังคับให้จุนฮยองพามาหาดูจุนนั้นเพื่ออะไรเขาก็ไม่เข้าใจ(จริงเหรอ?)

แค่ผู้ชายที่เคยมีอะไรกันครั้งเดียว... แค่ One night stand ไม่เห็นต้องแคร์ไม่ใช่เหรอ จะเห็นเขากอดกับแดเนียลก็ช่างสิ... ทำไมต้องรีบพุ่งมาหาล่ะ...

ไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย!

“...” โยซอบยืนมองร่างสูงที่เปิดประตูห้องนอนออกมานิ่งๆ อีกฝ่ายมีท่าทางตกใจเมื่อเห็นว่าเป็นเขา

“นึกว่าจุนฮยองกับกีกวังมาซะอีก” ดูจุนเลี่ยงไม่สบตากับโยซอบเอาถุงกระดาษที่อุตส่าห์หอบหิ้วมาจากอิตาลีมาวางไว้ที่โต๊ะกระจกกลางห้อง ข้างในเป็นหน้ากากที่โยซอบใส่เล่นในคืนนั้น เขาไม่อยากจะสบตากับร่างบางที่ยืนมองเขานิ่งๆ ไม่ไหวติงนั่นเลยจริง...ในตอนนี้น่ะนะ

ทั้งที่อยากเจอ อยากคุย อยาก...ทำทุกสิ่งทุกอย่างที่ปากพูดออกมาไม่ได้ แต่ดูจุนก็เลือกที่จะเก็บทุกอย่างเอาไว้ในใจ... ก็กอดกันขนาดนั้น... คืนดีกันแล้วสินะ!

“ของที่นายลืมไว้ที่โน้น” ดูจุนหันมาสบตาโยซอบ ก็แค่แวบเดียวเท่านั้น ก่อนทรุดตัวลงนั่งโซฟาพิงพนักเหยียดตัวอย่างสบายตัว แต่ทำทีว่ามองไปทางอื่น

“ทำไมไม่มองหน้าผม” คำถามที่ดูจุนไม่แน่ใจว่าควรจะตอบดีมั้ย? แล้วจะตอบว่ายังไง? ที่สำคัญ โยซอบอยากรู้จริงๆ เหรอ?

“มองหน้าผมเดี๋ยวนี้เลยนะ” โยซอบพูดอย่างเอาแต่ใจ จดจ้องใบหน้าหล่อเหลานั้นนิ่ง แต่ดูจุนก็ไม่ทำตามใจของเขา...

“มาเกาหลีทำไม?...โดนไล่ออกรึไง?” 

“....” ก็เงียบอีก ไม่มีคำตอบ...บ๊ะ จะมางอนอะไรวะเนี่ย!

“ยูนดูจุน!” โยซอบตะเบ็งเสียงใส่ ใบหน้าบ้องแบ้วที่ใครต่อใครเห็นในจอโทรทัศน์นั้น ก็แค่ภาพลวงตาเถอะ... หาจากโยซอบในตอนนี้ไม่เจอแน่

“มาเกาหลีทำไม!” พอเสียงดังมากๆนั่นแหละ ดูจุนถึงค่อยๆ หันมาสบตากับโยซอบ แต่ก็ไม่ตอบคำถามด้วยคำพูดอยู่ดี

โยซอบเม้มปากแน่น ขอบตาร้อนผ่าวมองใบหน้าหล่อเหลานั้นอย่างตัดพ้อ...

“มาเพราะผมหรือเปล่า?” ไม่ได้ตาแดงๆ อย่างเดียวนะ ตอนนี้เสียงก็เริ่มสั่นน้อยๆ ด้วย... “ผมถามอะไรก็ตอบบ้างสิ” โยซอบพูดเสียงดัง อยากกระทืบเท้าใส่ ไม่สิตอนนี้โยซอบกระทืบเท้าแล้วด้วยซ้ำ

“ฉันก็ตอบนายอยู่นี่ไง”

เข้าใจหรือเปล่า? 

สำหรับคนอื่นอาจจะไม่เข้าใจ แต่โยซอบเข้าใจ จะถูกหรือเปล่าก็ไม่รู้... แต่ โยซอบแปลความหมายจากสายตาของดูจุนออกมาแล้วว่า...

ยูน ดูจุนมาเกาหลีเพราะ ยังโยซอบ

“คิดถึงผมหรือเปล่า...คิดถึงผมมั้ยดูจุนอา...” เสียงสั่นไหวที่เอ่ยถามนั้นไม่ได้รับคำตอบเช่นเดิม... แต่ร่างบางก็ไม่ได้ต่อว่าอะไร... ได้แต่ยืนสบตากับอีกฝ่าย ที่ยังไม่ขยับริมฝีปากพูดอะไร...มีเพียงสายตาที่จ้องมองแต่โยซอบเท่านั้น...

แค่มองเท่านั้นจริงๆ

...

...

จนกระทั้ง...

“รู้คำตอบหรือยัง?” เสียงทุ้มนั้นพูดออกมาพร้อมกับสองแขนที่ยื่นมาข้างหน้า...

สองขาก้าวอย่างเร่งรีบ ตรงดิ่งไปข้างหน้า ผวาเข้าสู่อ้อมกอดของคนที่นั่งอยู่ ตวัดขานั่งคร่อมบนตัก เบียดร่างเข้าหาอกแกร่งยินยอมให้อ้อมแขนแข็งแรงกอดกระชับ ประคองใบหน้าหล่อเหลานั้นไว้ด้วยมือทั้งสอง...

ก่อนจะ...

กดริมฝีปากสวยลงไปประทับราวกับจะบอกเป็นภาษากายว่า...

ผมคิดถึงคุณ..คิดถึงคุณเหลือเกิน....


สามเดือนที่ไม่ได้เห็นหน้า เวลาแต่ละนาทีที่ผ่านพ้นมันทรมานเหลือเกิน อ้อมกอดที่แสนอบอุ่นนี่ใช่ไหมที่เขาโหยหามาตลอด...

ใบหน้า น้ำเสียง กลิ่นน้ำหอม ริมฝีปาก รสจูบ อ้อมกอด สัมผัส...

คิดถึงเหลือเกิน...ผมคิดถึงคุณ

“ถ้าจะบอกว่า “คิดถึง” ภาษาอิตาเลี่ยนพูดว่ายังไง?” โยซอบถามหลังจากที่ถอนริมฝีปากออกมา แต่ดูจุนก็ไม่ทันจะได้ตอบว่าอะไร ริมฝีปากสีชมพูอ่อนนั้นก็กดจูบลงมาอีกสอดปลายลิ้นเข้ามายั่วยวนเขาจนอดไม่ได้ที่ตวัด
ลิ้นตอบโต้...

แทบจะขาดอากาศหายใจนั่นแหละ โยซอบถึงถอนจูบออกมา หอบหายใจแต่ก็ยังตอบรับจูบเบาๆ ที่ดูจุนหยอกเย้าอย่างรักใคร่

“Mi manchi troppo... Baby boy” (มิ แมนชิ ทรอพโพ...บาบีโบอิ : ผมคิดถึงคุณเหลือเกิน เด็กน้อยที่รัก)

“Baby boy” (บาบีโบอิ) “ผมไม่ใช่เด็กน้อยนะดูจุน” ดูจุนยิ้มกับคำตัดพ้อนั่น...เม้มริมฝีปากล่างนั้นอย่างหมั่นเขี้ยว

“Love” (Lo – ve : ลูวิ : ที่รัก) โยซอบยิ้ม จูบเย้าตอบกลับ

“ผมไม่เข้าใจหรอก” ดูจุนรู้ว่าโยซอบเข้าใจ รอยยิ้มหวาน และใบหน้าแดงระเรื่อนั้นบอกเขา ฝ่ามือหนาถอดสูทตัวนอกของร่างบางออก พร้อมกับดึงเน็คไทน์ออกด้วย แถมปลายนิ้วยังซุกซนกับกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาว โดยที่อีกฝ่ายไม่ขัดขืนสักนิดเดียว...

“Thinking” (ทิงคิงดึ : คิดถึง) โยชอบส่ายหน้า ยิ้นเขิน ใบหน้าเห่อร้อนขึ้นอีกเมื่อจ้องมองสายตาวิบวับอีกฝ่าย

“ไม่เห็นเข้าใจ” กระดุมเม็ดสุดท้ายหลุดไป พร้อมกับสาปเสื้อที่ถูกแยกออกจากกัน ฝ่ามือหนาลูบไล้ไปตามผิวกายเนียนสวยนั้น...

“II mio amore” (อิ มิล์ว อาโมเร่ : ที่รักของผม) โยซอบยิ้มกว้างโอบสองแขนรอบคอของดูจุน

“ไม่รู้เรื่อง” ทำเสียงสูงใส่อีกนะ...

“La mia ragazza” (ลา มีอา รากาซซา : ที่รักของผม) หวานแค่ไหนร่างบางก็ส่ายหน้า และยิ้มหวานจนแก้มปวด...แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังหุบยิ้มไม่ได้ เพราะหัวใจที่พองโตนั้นมันสั่งให้ร่างกายทำแบบนี้

“โยซอบอา” ดูจุนเรียกชื่อคนที่นั่งทับอยู่ แถมนั่งไม่นิ่งซะด้วย บดเบียดร่างเข้าหา จนเขาตื่นเต้นไปหมดแล้ว...

“บอกรักผมหน่อยสิดูจุน... บอกสิว่ามาหาเพราะคิดถึงผม...เพราะรักผม” โยซอบอ้อนเสียงหวาน ขยับสะโพกช้าๆ ราวกับจะกลั่นแกล้งคนตรงหน้า...ทั้งที่ทำแล้ว ตัวเองก็ร้อนไปทั้งตัว ไหนจะฝ่ามือที่คอยลูบไล้ร่างกายของเขานี่อีก...

“ดูจุนอา...” เสียงหวานกระซิบแผ่ว พร้อมร่างกายที่ขยับบนหน้าตักอย่างยั่วยวนนั้นทำให้ เขาอดใจไม่ได้จนต้องเลื่อนมือไปกระชับจับที่สะโพกได้รูปแล้วแอ่นกายรับเป็นจังหวะให้
เสียดสีกัน

“โยซอบ...Ti amo da sola” (ทิ อาโม ดา โซลา : ผมรักคุณที่สุด...โยซอบ) 

“Ti amo...ดูจุน”
 โยซอบพูดเสียงเบา ก่อนจะจูบริมฝีปากที่กำลังเฝ้ารอจูบจากเขาอยู่





ซอกคอหอมกรุน ตอนนี้ไม่ได้เป็นแค่จิตนาการที่ติดตรึงในความทรงจำเท่านั้น แต่ปลายจมูกได้สัมผัสถึงความหอมหวานนั้นอีกครั้