Passionate chp.9 :: sake

posted on 03 May 2011 22:39 by nimukii in fiction
passionate chp.9
 
sake
 
 


ความจริงแล้วจุนฮยองตั้งใจว่าจะพากีกวังออกไปดินเที่ยวแหล่งช็อปปิ้งของญี่ปุ่น แต่กลายเป็นว่าพอเดินออกมาจากโรงแรมที่ไม่ถึงห้าร้อยเมตร กีกวังดันไปเห็นสำนักชงชาเสียก่อน

เท่านั้นแหละ วันทั้งวันไม่ต้องทำอะไรเลยทีเดียว จุนฮยองทั้งนั่งรอ ฟังเพลงรอ กินรอ เรื่อยเปื่อยรอ สัปหงกรอ กว่าอีกฝ่ายจะอิ่มอกอิ่มใจกับสารพัดประเพณีดั่งเดิมนั้นก็ทำเอาจุนฮยองหมดอารมณ์จะไปไหนแล้วล่ะ...

ทั้งสองเดินกลับโรงแรมที่พักแบบญี่ปุ่น มาทานอาหารเย็นที่โรงแรมนั่นแหละ

เรื่องความบูดของอารมณ์ไม่ต้องให้ใครบอกหรอกนะ ว่ามากขนาดไหน? ให้ตายเถอะ เขาไม่เคยต้องนั่งรอใครเป็นวันๆ อย่างนี้เลยนะให้ตาย ขนาดขาประจำของเขา เลทสิบนาที จุนฮยองยังสะบัดหน้ากลับเลย

แล้ว...เจ้าหน้าหวานนี่?

ว้อย...

ยังไม่พอ  แทนที่จะสำนึก...

ไม่มี๊!

ยังมานั่งเม้าท์มอยให้เขาฟังตั้งแต่แช่น้ำร้อน ยันอาหารเย็นเรื่องไอ้ชาบ้าบอนี่อีก มันก็เหมือนกันนั่นแหละวะ จะเป็นชาญี่ปุ่นชงเอง หรือไอ้ชาขวดที่ขายอยู่ในร้านสะดวกซื้อ!

แล้วถามว่าไอ้ที่จุนฮยองทำสีหน้าหงุดหงิด ทำน้ำเสียงไม่พอใจ ฟังหูซ้ายผ่านออกทางหูขวา ไอ้คนที่พูดจ้อยๆ นั่นน่ะ รู้เรื่องบ้างมั้ย?

ไม่! ไม่เคยรับรู้!

ถึงจะได้ตั๋วฟรีมาญี่ปุ่นพร้อมที่พัก แต่ค่าอะไรต่อมิอะไรก็ต้องจ่ายเองนะว้อย ตั้งใจจะมาเที่ยวทำบรรยากาศหวานๆ ด้วย ไม่ได้มาเพื่อจะฟังอีกฝ่ายสรรเสริญคุณสมบัติล้านแปดของไอ้ชา นั่น โน่น นี่!

แถมยังจะมาคะยั้นคะยอให้ดื่มชาเป็นเพื่อนอีก...

ฝันไปเถอะ!

“ชานั่นน่ะไม่ใช่ของที่จะดื่มตอนนี้หรอก”

“เขาเรียกการจิบชาต่างหากครับ” กีกวังโต้ ก่อนจะสนใจแต่ไอ้ชุดชงชาที่ซื้อมา ไม่สนใจอาหารที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะญี่ปุ่นสักนิด

เดี๋ยวพ่อได้จับซาชิมิกรอกปากแน่

“กีกวัง เดี๋ยวค่อยเล่นมันใหม่เถอะน่า มากินข้าวก่อนเถอะ” จุนฮยองพูด พร้อมกับใช้ตะเกียบคีบชูชิยืนไปตรงหน้าหวานซึ้งที่หันมาสนใจอาหารญี่ปุ่นสุดหรู

“ผมไม่ชอบปลาไหล” จุนฮยองพยักหน้า วางปลาชูชิหน้าปลาไหลลง สายตามองหาชูชิชิ้นใหม่ หน้าแซลมอนน่าสนใจไม่ใช่น้อย แต่พอจะคีบเสียงแจ้วๆ ของอีกฝ่ายก็ดังขึ้น

“ผมเอาไข่กุ้ง”

น่ารักมากกกกก

สั่งแล้วก็หันไปคว้าถ้วยชาที่ดูมันรอบที่ร้อยขึ้นมาดูอีกเป็นรอบที่ร้อยหนึ่ง ส่วนเขาทำอะไร?

ก็ไอ้มนุษย์คนหนึ่งที่กำลังป้อนข้าวป้อนน้ำผู้ชายที่อายุมากกว่าสามปีน่ะสิ

ผ่านไปเกือบชั่วโมง จุนฮยองอิ่มกับอาหารมื้อนี้มาก แต่ดูเหมือนกีกวังจะยังไม่ ก็แหงล่ะ จุนฮยองกินได้สองคำ กีกวังยังเคี้ยวอาหารในปากไม่หมดด้วยซ้ำ

มือข้างหนึ่งของกีกวังถือกระบวนตักน้ำร้อนสำหรับชงชา อีกข้างไม่ได้ถือตะเกียบ แต่เป็นถุงชาที่ซื้อมาในราคาโคตรจะหูฉี่ แล้วกีกวังกินข้าวยังไง? ถ้าไม่ใช้มือข้างใดข้างหนึ่ง?

ก็มือของจุนฮยองยังไงล่ะ

อาหารอะไรก็ตามที่พ่อเจ้าประคุณอยากทาน ก็จะออกปากบอกว่า เอานั่นเอานี่ แล้วเขานี่แหละที่เป็นคนจัดการส่งมันเข้าปากสวยๆ นั่นเคี้ยว

แต่กว่าจะเคี้ยวหมด ก็ทำเอา...นั่งรอจนเมื่อย

“ถ้าผมกลับไปเกาหลี ผมต้องไปขอให้ดูจุนฮยองอนุญาตสร้างห้องชงชาจริงจังแล้วล่ะ” กีกวังพูดอย่างหมายมั่นปั้นมือ แต่สำหรับจุนฮยอง...

ทำไมต้องขออนุญาตเจ้าแขกประจำของโยซอบด้วยล่ะ?

“ทำไม?”

“เพราะผมอยากมีห้องชงชาที่สามารถควบคุมธรรมชาติของชาได้ดีที่สุดน่ะสิ”

“ไม่ใช่เรื่องนั้น...ฉันหมายถึงว่าทำไมต้องขออนุญาตดูจุนอะไรนั่นด้วย” คราวที่แล้วอาบน้ำกับอินซอก คราวนี้ขออนุญาตดูจุน ถ้าเหตุผลมันงี่เง่าเหมือนคราวที่แล้วนะ...รับรองกลับเกาหลีไม่ถูกแน่อี กีกวัง

“ก็ดูจุนฮยองเป็นเจ้าของบ้านนี่ครับ” O[]O

“นายอยู่บ้านของหมอนั่นเหรอ!” กีกวังพยักหน้ากับคำถามที่ดูจะเสียงดังไปนิดของอีกฝ่าย ก่อนจะชี้นิ้วดิกๆ ไปที่ปูตัวโต

“ชาชิมิปูครับ”และเจ้าเนื้อปูแน่นนุ่มก็ถูกส่งเข้าปากของกีกวังด้วยฝีมือของจุนฮยอง

“ผมอยู่บ้านเดียวกับดูจุนฮยองมาหลายปีแล้วครับ”

“อะไรนะ!?”

“เราเป็นพี่น้องกันครับ...ทำเสียงเหมือนหึงผมเลยนะ” ตอบแล้วยังจะมีหน้ามาล้อเลียนเขาตอนท้ายอีก ทำเอาคนขี้หึงอยากเอาตะเกียบทิ่มตาหวานๆ นั่นชะมัด

“เป็นพี่น้อง? แล้วนามสกุล?”

“ดูจุนฮยองใช้นามสกุลของแม่น่ะครับ เรามีพ่อคนเดียวกัน” กีกวังพูด ไม่สนใจอาหารบนโต๊ะอีก หันไปสนใจชุดชงชาอีกครั้ง เดือนร้อนจุนฮยองนั่นแหละที่ต้องลุกไปใกล้ๆ แล้วเอาน้ำชาที่วางอยู่บนโต๊ะจ่อที่ริมฝีปากของอีกฝ่าย...

“พรุ่งนี้ถ้าทำให้ต้องป้อนอย่างนี้อีกนะ ฉันจะเอาของพวกนั้นไปทิ้ง” เหมือนคำขู่นั้นจะได้ผล

กีกวังชะงักกึก แล้วตวัดสายตาใส่จุนฮยองทันที แล้วก็แทบจะแยกเขี้ยวขู่ฟ่อๆ เหมือนแมวตอนโกรธ ทำเอาจุนฮยองประหลาดใจ

“ลองเอาของผมไปทิ้งสิ...ผมจะไม่สนใจจุนฮยองอีกเลย”

ป๊าดดด... มันได้ผลตรงกันข้ามว้อย

อยากให้กลัว แต่กลายเป็นไปกระตุกอารมณ์ปรี๊ดของอีกฝ่ายเข้า!

“นายโกรธฉันเพราะเรื่องชุดชงชาเนี่ยนะ” จุนฮยองแถบกระแทกถ้วยชาลงกับโต๊ะอาหาร แขนข้างหนึ่งโอบเอวของกีกวังไว้ อีกข้างจับข้อมือที่กำลังเก็บของอย่างหวงแหน

“ฮึ้ย!” กีกวังสะบัดตัวหนี ขยับห่างออกจากอ้อมกอดของจุนฮยองอย่างโมโห

มีอย่างที่ไหน? นี่มันชุดชงชาญี่ปุ่นเชียวนะ!

หวงไอ้ชุดชงชานั่นถึงขนาดทำท่าทางไม่น่ารักอย่างนี้กับเขาเนี่ยนะ... อย่าให้เผลอนะ อย่าเผลอ!

จุนฮยองผุดลุกขึ้นคว้าถังไม้ที่ใช้แช่สาเกสองขวดแล้วเดินไปที่หน้าต่าง นั่งอยู่บนชั้นพัก แล้วดึงมู่ลี่ไม้ให้ม้วนขึ้น  มองบรรยากาศในสวนของโรงแรมจากห้องชั้นสองของตนเอง

กีกวังเองก็เชิ่ดใส่อีกฝ่าย เก็บชุดชงชาไปไว้อีกมุมหนึ่งของห้อง จับต้องมันอย่างมระมัดระวัง ก่อนจะห่อมันทีละชิ้น ระหว่างนั้นเด็กในโรงแรมก็เข้ามาเก็บโต๊ะ

“เอาสาเกมาเพิ่มอีกสองขวดนะ” จุนฮยองหันไปพูดสั่งกับผู้หญิงที่ดูแล้วน่าจะอายุราวๆ สามสิบต้นๆ และดูเหมือนเธอจะฟังเขาไม่ออก ก็เล่นสกิลเกาหลีไปทั้งดุ้นอย่างนั้น

จุนฮยองเลยชูสาเกขึ้นแล้วชูนิ้วสองนิ้ว เธอพยักหน้ารับก่อนจะถอยออกไป ปล่อยให้เด็กหนุ่มอีกสองคนจัดการกับเอาโต๊ะอาหารออกจากห้อง

ไม่ถึงสิบนาทีถังไม้แช่สาเกมาวางนิ่งที่มุมประตูเลื่อนของห้อง พร้อมกับที่โต๊ะอาหารหายวับไปจากกลางห้อง เปลี่ยนมาเป็นฟูกนอนสองที่ที่พนักงานมาจัดการปูให้ทันที

กีกวังเก็บของก่อนจะเหลือบตามองอีกฝ่ายที่สวมชุดยูคาตะที่ทางโรงแรมจัดไว้เป็นชุดนอนแบบเดียวกับของเขา นั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง ริมฝีปากเม้มเข้าหากัน ก่อนที่เขาจะค่อยๆ ขยับกายลุกขึ้น แล้วเดินไปยืนข้างๆ กับพื้นที่ที่ร่างสูงนั่งอยู่

“จุนฮยองอา”

เห๊อะ!!! นึกว่าเสียงอ่อนเสียงหวานแล้วจะใจอ่อนอย่างนั้นเหรอ... ไอ้มือที่กระตุกที่แขนเสื้อนี่ก็ไม่ช่วยให้เขาหายหงุดหงิดหรอกนะ

กีกวังนั่งลงกับพื้นที่ปูด้วยเสื้อทาทามิ แต่บนหน้าต่างยกสูงจากพื้นเกือบหนึ่งฟุต และจุนฮยองก็นั่งอยู่บนนั้นมันเป็นมุกยื่นออกไปอีกราวๆ สองฟุต ไม่มีกระจกปิดกั้นนอกจากมู่ลี่ไม้ที่ถูกม้วนขึ้นไปแล้ว

เขาเท้าใบหน้าหวานด้วยแขนทั้งสองข้าง มุ่ยหน้าหันไปหันมา ก่อนจะเหลือบมองจุนฮยองที่นั่งจิบสาเกพอจะใช้ปลายนิ้วไปจิ้มที่หน้าแข็งของอีกฝ่าย เจ้าตัวก็หดขาหนีซะอย่างนั้น...

ก็แหม...จุนฮยองทำให้เขาโกรธเองนี่นา

“ฉันไม่อยากจะเชื่อเลย ว่านายเห็นไอ้ของไร้ชีวิตนั่นดีกว่าฉัน”

“มันเป็นชุดชงชาของญี่ปุ่นเชียวนะ” จุนฮยองได้ยินก็แทบจะถลึงตาใส่กีกวัง ที่เตรียมทำหน้าเหยเกไว้รอแล้ว แถมอุดหูอีกต่างหาก...

“มานั่งตรงนี้เลย นั่งทำไมตรงนั้น!” เสียงดุๆ นั้นทำเอากีกวังไม่กล้ายึกยัก ลุกขึ้นไปนั่งตรงหน้าต่างเหมือนกับจุนฮยอง

“นั่งห่างขนาดนั้น ก็กลับไปนั่งที่เดิมเลยไป” เหมือนจะทำไม่ถูกใจนะ ดังนั้นกีกวังก็เลยขยับตัวตั้งท่าจะขยับลงไปนั่งที่เดิม

“กีกวัง!” คราวนี้กีกวังสะดุ้ง หันไปมองจุนฮยองอย่างหวาดๆ

“ก็จุนฮยองบอกให้ผมนั่งข้างล่างนี่” ประสาทจะแตกตาย!

“มานี่เลย” จุนฮยองยื่นมือให้กับกีกวัง แต่ไอ้ตาหวานๆ มันดันไปมองขวดสีขาวที่อยู่ในมือของร่างสูงเสียก่อน

สองขาจ้ำอ่าวมาที่ประตูเลื่อน ยกถังไม้ที่แช่