Passionate chp.14 : you're my

posted on 15 Jun 2011 16:09 by nimukii in fiction
Passionate chp.14
 
you're my
 
 
ฟังเพลงประกอบด้วยน้า  http://www.youtube.com/watch?v=hUAJnqWWgJY
 

โปรดอย่าถามว่า ทั้งสองคนมาถึงห้องได้ยังไง เพราะไม่มีใครสามารถอธิบายเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ได้ชัดเจนนัก ไม่รู้ว่าเพราะฤทธิ์เจ้าเครื่องดื่มสีสวยนั่นหรือเพราะรสจูบตอนนี้กันแน่ที่ทำให้สมองพร่าเลือนไม่อยากจดจำอะไรไปมากกว่าจูบหวานจัดจ้านนี้

ตอนแรกกะจะแค่มาส่งที่หน้าประตู มันก็แค่กู๊ดไนท์คิสเหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมา แต่ครั้งนี้มีบางอย่างที่อยู่ในอณูความรู้สึก มันกระตุ้นจนกระหายอยาก... จูบ... มันเป็นเพียงการเริ่มต้นของคืนนี้เท่านั้น

บานประตูถูกปิดลงไม่มีใครว่างมากพอจะสนใจว่าจะล็อกหรือเปล่า ในเมื่อสองร่างต่างนัวเนียกันตลอดจนไปล้มอยู่ที่พื้นกลางห้อง แน่นอนว่าไม่มีใครคิดจะเสียเวลาไปดึงฟูกมาปูแล้ว...

ร่างบางกอดรัดร่างที่ทาบทับอยู่ด้านบน ยินยอมเมื่ออีกฝ่ายบดเบียดเข้ามาหา ร่างกายเบียดเสียดกันและกันปลุกปั่นจนอารมณ์ไหววาบลุกฮือ...

ร่างสูงกำลังจะถอดแจ็คเก็ตของตัวเองออกเพราะมันดูไร้ประโยชน์แถมยังเป็นอุปสรรคอย่างที่สุด แต่ก็ต้องชะงักเมื่อฝ่ามือของอีกร่างดึงรั้งไว้ แววตาหวานทอประกายสั่นไหวราวกับไม่แน่ใจกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น มันดูเร็วเกินกว่าจะตั้งตัวและทำใจยอมรับมันได้ แต่ถ้าปฏิเสธเขาก็ไม่อยากสูญเสียสัมผัสหวานนี้ไป...

“เราทำแบบนี้ได้เหรอครับ ขาประจำ...ของผม...เขาจะ...”

“ชู่วววว... มีแค่เราสองคนก็พอ...”  สายตาที่ดูเย็นชาแทบตลอดเวลานั้น ทอประกายวาบหวานจนคนที่ถูกจ้องมองหัวใจสั่นหวิว

ทั้งที่เป็นผู้ชายที่แสนจะเย็นชา แต่ทำไมถึงได้ อบอุ่น อ่อนโยน และเร่าร้อนขนาดนี้

เมื่อไหร่ไม่รู้ที่เสื้อผ้าของทั้งคู่หลุดหายออกจากร่างกาย อากาศที่เย็นยะเยือกภายนอกและในห้องที่ไร้ฮีตเตอร์สร้างความอบอุ่นไม่ได้ทำให้ทั้งสองคนที่กำลังหลงใหลในเรือนร่างงดงามของอีกฝ่ายสะทกสะท้าน

ความหอมหวานในทุกสัมผัส ความวาบหวานของทุกจังหวะ ทำให้ลืมสิ้นทุกอย่าง...

แม้ความเจ็บแปลบที่ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วนั้นก็ไม่อาจจะต้านทานสิ่งที่หัวใจของตัวเองต้านทาน ทุกการรุกล้ำ เต็มไปด้วยถ้อยคำอ่อนหวานที่กระซิบปลอบโยนไม่ห่าง

เผลอไผลไปทุกห้วงลมหายใจ ทุกจังหวะจนสุดกระแสแห่งความสุข!

 

....

 

...

 

“หนาวมั้ย” ใบหน้าที่หันมาซุกซบยังแผงอกของเขาพยักหน้าน้อยๆ แต่พอยูนจะแยกตัวออกไปเพื่อหาผ้าห่มมาคลุมให้อีกฝ่ายกลับกอดเขาไว้แน่น แล้วส่ายหน้ากับอกแกร่ง

“หื้อ?”

“ชู่ววว...” อินซอกทำเสียง ก่อนจะเงยหน้ามาสบตากับอีกฝ่ายท่ามกลางความมืดสลัวภายในห้องเล็กๆ นี้ “แค่เราสองคนก็พอ”

ยูนถึงกลั้นยิ้มไม่ได้เมื่อคนน่ารักย้อนคำพูดของเขาเข้าให้... ก็เพราะเป็นเสียอย่างนี้ไง ถึงปล่อยมือไม่ได้น่ะ!

“ทำตัวน่ารัก...มันอันตรายนะ” อินซอกหัวเราะ ก่อนจะจูบเบาๆ ที่ปลายคางของอีกฝ่าย เบียดร่างกายเข้าหาเมื่อรู้สึกว่าอากาศเย็นๆ เริ่มทำให้ตัวเองสั่นน้อยๆ

“มันจะไม่มีปัญหาเหรอครับ?”

“ปัญหา?”

“ขาประจำที่ซื้อ...”

เสียง “ชู่ววว” เบาๆ ดังอยู่ที่ริมหูของเขา อินซอกหลับตาลง ดำดิ่งกับน้ำเสียงอ่อนโยนที่กระซิบกระซาบ และเขาก็ไม่อยากจะคิดอะไรอีกต่อไปแล้ว...

“ไม่เป็นไรหรอก เชื่อพี่นะ” เมื่อไหร่กันที่สรรพนามเปลี่ยนไป ไม่รู้หรอก อินซอกไม่รู้...

และเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงสงบได้ถึงขนาดนี้ เพียงแค่เขาพูด อินซอกก็เชื่อมั่นได้อย่างไม่จำเป็นต้องคิดทบทวนอะไร...

มันไม่มีเหตุผลสักนิด แต่...เหตุผลมันก็แค่อะไรที่สร้างขึ้นมาเพื่อสนับสนุนความคิดในสมองเท่านั้น มันไร้ค่าหากจะนำมาใช้กับเรื่องของหัวใจ!

“ผมเชื่อ” อินซอกรับคำ เงยหน้าขึ้นรับจูบบางเบาที่อีกฝ่ายโน้มใบหน้าลงมาหา ก่อนจะยิ้มรับ “พี่ง่วงมั้ย”

“ทำไมเหรอ?”

“ผมไม่ง่วงเลย”

“มันใกล้จะเช้าแล้วนะ” อินซอกพยักหน้า...

“ผมยังไม่อยากนอน” เสียงกระซิบนั้นหวาน ไหนจะฝ่ามือนุ่มที่ลูบไล้แผงอกของเขาช้าๆ ต่ำลงไปจนถึงหน้าท้อง

“เดี๋ยวได้นอนเช้าเลยนะ ทำแบบนี้น่ะ” น้ำเสียงที่เคยเรียบนิ่ง ติดเฉยชามาตลอดนั้น ครั้งนี้มีแววสั่นไหวนิดๆ ในท้ายประโยค แต่ใช่ว่าจะสังเกตเมื่อไหร่ เพราะอีกฝ่ายสนใจกับการสัมผัสเรือนร่างงดงามของยูนมากกว่าอะไร

“แต่ก็ยังไม่เช้านี่ครับ” ก็เพราะพูดแบบนี้แหละนะ...

ถ้าตื่นมาอีกครั้งปวดไปทั้งตัวนี่เป็นเพราะตัวเองนั่นแหละ...

“แล้วอย่ามาโทษกันนะ”

แล้วใครมันจะสนกันล่ะว่าจะโทษหรือไม่โทษใคร...ในเมื่อนั่นมันเป็นเรื่องที่ค่อยว่ากันตอนที่ตื่นมาอีกที...

แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาสักหน่อย!

ว่ามั้ย?...

 

 

 

 

 

 

 

....

..........................

......

.........

......

-“-

รู้สึกร้อนพิกลนะ ทั้งที่ช่วงนี้เวลาดึกๆ อย่างนี้อากาศมันจะเย็น แถมอยู่ๆ คืนนี้ฝนก็ตกซะอีก เขาควรจะหนาวๆ สิ แต่ทำไมมันเพิ่มอาการ ร้อนๆ เข้ามาด้วย?

ก็ทำเป็นคิดไปอย่างนั้นแหละ ความจริงตอนนี้เขาไม่รู้จะทำยังไงดีมากกว่า ใจหนึ่งก็อยากจะเดินเข้าไปในห้อง อาบน้ำแล้วนอน ไม่ต้องสนใจไอ้คนที่ยึดห้องของเขาอยู่ตอนนี้

แต่อีกใจหนึ่ง หน้ามันก็ร้อนเสียอย่างนั้นเมื่อคิดว่า สุดยอดแสบที่กลิ้งอยู่อีกฝั่งของประตูจะรู้อะไรบ้าง? เห็นอะไรบ้าง? แล้ว... โอ้ยยยย

ตายๆ

ใครมันจะไปรู้ล่ะว่าจะมาบุกห้องแบบไม่ได้ตั้งตัวแบบนี้!

ซังฮยอนยืนทำใจอยู่อีกเกือบสองนาทีถึงจะเปิดประตูที่ไม่ได้ล็อคเข้าไป  ให้ดิ้นตายตอนนี้เลยจริงๆ นะ เขาไม่อยากมองหน้ามีร์เลยให้พระเจ้าลงโทษเถอะ

“กลับ...มา...แล้ว...เหรอ...” เสียงพูดยานคางนั้นไม่ได้ใช่เพราะอีกฝ่ายง่วงหรอกนะ แต่น้ำเสียงที่ติดจะขำอยู่ตลอดเวลาของมีร์มันทำให้ซังฮยอนไม่อยากจะตอบอะไรเลยจริงๆ

น้ำเสียงอย่างนี้...โอ้ยยย

รู้แล้วสิท่า!

“เหนื่อยเหรอ”

“อืม” ซังฮยอนตอบแค่นั้น โยนกระเป๋าไปไว้ที่มุมหนึ่งของห้อง โดยไม่ยอมหันไปสบตากับอีกฝ่าย ทำเอาคนที่ตั้งท่ารอแกล้งยิ่งได้ใจพยายามเรียกร้องความสนใจเต็มที่

“เจ้าโซจูมันหลับไปแล้ว ขอยืมเสื้อที่ไม่ได้ใช้หน่อยได้มั้ย ดึกๆ มันจะหนาว” ซังฮยอนพยักหน้า ก่อนจะเปิดตู้รื้อหาเสื้อที่ตัวเองไม่ใส่แล้วเอาส่งให้มีร์

แวบเดียวที่ได้สบตากัน เขาอยากตาย!

มีร์ยิ้มอย่างเป็นต่อ แถมยังเจ้าเล่ห์ ประกายตาวิบวับอย่างนึกสนุก แค่นี้ก็พอแล้ว! รู้หมดแล้ว โอ้ยยยย!

“ขอบใจนะ แล้วก็ตะกี้อาบน้ำ ก็เลยขอยืมเสื้อกับกางเกงมาใช้ก่อน ไม่ว่านะ”

“อืม” ซังฮยอนพูดแค่นั้นแล้วก็รีบถอดเสื้อคลุม คว้าผ้าเช็ดตัวเดินลิ่วเข้าห้องน้ำไป... จะบ้าตาย

ตายๆ ๆ มีร์กัดเขาไม่ปล่อยแน่...

เห็นอาการเหมือนจะบ้าของอีกฝ่ายทำเอามีร์กลั้นหัวเราะไม่อยู่ ยกมือขึ้นปิดปาก นอนกลิ้งบนเตียงของอีกฝ่ายอย่างชอบอกชอบใจ...

ได้ใจเป็นบ้าเล้ย!

ก็ไม่ตั้งใจจะมาจับผิดหรือมาสืบค้นอะไรหรอกนะ ก็แบบ...งื้อออ อยากมีเวลาอยู่ด้วนกันน่ะนะ แล้วชิ่งมาที่นี่ แต่ไม่คิดจริงๆ นะว่าจะมาเห็นอะไรแบบนี้

ตอนที่เปิดไฟ เขาไม่ได้สังเกตอะไรมากนักหรอก ก็ว่าจะนอนเล่นกับเจ้าโซจู ไหนจะเกมส์ใหม่ที่ดงอุนให้เล่นได้แล้วอีก แต่ทุกอย่างก็พับเก็บไว้จนหมด ตอนที่เขาอาบน้ำเสร็จ จิ๊กเสื้อผ้าของซังฮยอนมาใส่...พอเดินออกมาจากห้องน้ำ ภาพถ่ายที่ติดอยู่ที่พนังมันเตะโครมเข้ากับสายตาของเขาอย่างจัง...

ไอ้รูปที่ติดอยู่น่ะ ไม่ได้เพิ่งถ่ายมาวันสองวันนี้หรอกนะ บางรูปมีร์จำได้ว่าเป็นรูปที่เขาทำทรงผมเมื่อหนึ่งปีก่อน บางรูปก็นานกว่านั้น สถานที่ก็ที่มหาลัย รูปที่เพิ่งถ่ายไม่นานนี้ก็มี ตอนที่เขาร้านก็มี

เห็นเท่านั้นแหละ แหม...ก็ยั่วสายตาขนาดนี้ เขาไม่ผิดนะ ถ้าจะอยากรู้อยากเห็นน่ะ... ก็เลย... นิดหนึ่งน่า ขอรื้อนั่นนิด ค้นนี่หน่อย ได้อัลบั้มรูปมาสองสามเล่ม

บ๊ะ!

ปาร์ค ซังฮยอน!

ไอ้ที่บอกว่าหลงรักมาสักพักหนึ่งเนี่ย มันเป็นปีๆ เลยนะ

รู้แล้ว... ได้ใจเป็นบ้า!

เสร็จฉันล่ะคราวนี้ ไอ้หน้าใส!

มีร์คิดอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง นั่งรอร่างสูงที่หายตัวเข้าไปในห้องน้ำเท้าแขนไปด้านหลังบนเตียงขนาดสามฟุตครึ่ง สองขาเหยียดไปข้างหน้า ส่วนสายตาน่ะเหรอ จ้องประตูห้องน้ำตาไม่กระพริบ

เอาสิ...คืนนี้ถ้าปาร์ค ซังฮยอนไม่ปล้ำเขา  เขานี่แหละจะจับกดให้ดู!

ยังไงก็จะรวบหัวรวบหาง ยึกยักมาตลอด(ตัวเองนะ) วันนี้จะต้องจับตีตราให้ได้ น่ารักอย่างปาร์ค ซังฮยอน ต้องเป็นของบังชอลยงเท่านั้น!

แต่ก็อดไม่ได้จริงที่จะหยิบเอาอัลบั้มที่วางอยู่บนพื้นขึ้นดูอีก ดูสิ แอบถ่ายมาตั่งแต่สมัยไหนเนี่ย ทำไมเขาไม่สังเกตบ้างนะว่ามีสายตาของพ่อคนน่ารักนี่มองตามอยู่ตลอด

ก็ยอมรับหรอกนะว่าเคยเจอซังฮยอนที่มหา’ลัยบ้าง แต่ก็ไม่ได้บ่อยอะไรมากนัก อีกอย่างเขาก็ไม่ค่อยจะได้ไปเรียนด้วย แต่ที่จำอีกฝ่ายได้ก็เพราะหน้าตาน่ารักนั่นแหละ แถมยังมาทำงานที่ร้านอีก...

แหม... ถ้ารู้ว่าแอบคิดไม่ซื่ออย่างนี้ล่ะก็มีได้เสียกันไปนานแล้ว ไม่มัวแกล้งเล่นหรอก

มีร์เงยหน้าขึ้นจากอัลบั้มรูปที่วางอยู่บนตัก ฉีกยิ้มให้กับร่างสูงของปาร์คซังฮยอนที่ออกมาจากห้องน้ำด้วยสภาพ อืม..

“ไม่ต้องรีบแต่งตัวก็ได้นะ” ใครจะบ้าทำอย่างที่หมอนี่พูด ซังฮยอนรีบเปิดตู้เอาชุดนอนของตัวเองออกมาแล้วเดินหายเข้าไปในห้องน้ำอีกครั้งอย่างรวดเร็วจนมีร์เบะปากใส่

หวงเนื้อหวงตัวขนาดนั้นไม่เอาเสื้อผ้าเข้าไปด้วยแต่แรกล่ะ ออกมาเดินเฉิดฉายยั่วต่อมกรี๊ดของเขาทำไมไม่ทราบ

อ่อยล่ะสิ ไอ้บ้า!

มีร์ทำปากยื่น ก่อนจะมองซ้ายมองขวาก็เจอแต่ข้าวของรกๆ ที่ตัวเองรื้อเสียกระจุย ยังไม่ทันจะได้คิดว่าจะป่วนอะไรต่อร่างสูงของซังฮยอนก็โผล่ออกมาจากห้องน้ำ ฝ่ามือสวยขยี้เส้นผมที่เพิ่งไปตัดจนสั้นอยู่เกือบนาทีก่อนจะโยนผ้าชิ้นนั้นลงตะกร้า

เสยผมลวกๆ ไม่สนใจคิดจะหวีมัน ก่อนจะยืนเท้าสะเอวโดยไม่ยอมหันมามองใบหน้าของแขกที่บุกรุกมาที่ห้องก่อนเจ้าของเสียอีก ทำเอาหนุ่มอารมณ์ดียิ่งรู้สึกกระหยิ่มกับท่าทางตกเป็นรองนั้น

“ซังฮยอนอา...” ได้เรียกอย่างที่นึกอยากเรียกแล้วสินะ แต่มันคงจะดีมาก หากเขาตั้งใจจะแกล้งอีกฝ่ายให้น้อยลงกว่านี้ เพราะไม่อย่างนั้นเสียงของเขาอาจจะฟังดูหวานได้น่าเชื่อถือมากขึ้น

ไม่มีเสียงตอบจากร่างสูง มีแต่อาการหันมามองหน้าเงียบๆ สายตานิ่งคิ้วเลิกขึ้นสูงเป็นการถามประมาณว่า...เรียกทำไม? มีร์ยิ้มก่อนจะตบเตียงสองสามทีเป็นเชิงบอกนัยให้มานั่งข้างกายของตัวเอง

ซังฮยอนถอนหายใจอย่างหมดทางจะทำอะไรแล้ว ไอ้หน้าตาระรื่นของคนหน้าเป็นมันน่าหมั่นเขี้ยวจนอยากจะจัดเต็มสักทีสองที ขายาวทั้งสองก้าวเดินมาที่เตียง แล้วทรุดกายลงนั่งข้างๆ และทันทีที่ก้นแตะเตียงก็เป็นอันต้องรีบตั้งตัวเพราะแรงโถมจากคนข้างกอด

มีร์อมยิ้ม โอบแขนไว้กับไหล่ของร่างสูง เกยคางไว้อีกทีหัวไหล่ อมยิ้ม ปลายนิ้วชี้ไปยังรูปที่ยกไปวางบนตักของซังฮยอน

“ตอนนั้นเพิ่งเข้ามหา’ลัยไปใหม่ๆ เลยนะ” รูปของมีร์ที่กำลังเดิน ที่สามารถบอกได้ว่าช่วงเวลาไหน เป็นเพราะทรงผมที่เขาตัด หนุ่มอารมณ์ดียิ้ม พลิกอัลบั้มต่อไป... “มีรูปของผมมากกว่าตัวผมเองอีกนะ” คราวนี้ไม่ได้แกล้งอายนะ แต่เขินจริงๆ

โอ้ยยยย เพราะแบบนี้ไงถึงไม่อยากให้มาที่ห้อง!

“รูปนี้ตอนลงทะเบียนผิดแล้วต้องไปแก้ที่งานทะเบียน” ซังฮยอนยังคงนิ่ง ไม่ยอมมองสบกับอีกคนที่พยายามเรียกร้องความสนใจเต็มที่แต่ก็เหลือบมองปลายนิ้วที่ชี้ไปยังรูปของตัวเองแล้วอมยิ้มน้อยๆ จำได้ว่าตอนนั้นลำบากแทบตายที่จะต้องแอบถ่ายรูปพวกนี้ ก็แหม... โสดเสียที่ไหนเล่าตอนนั้นน่ะ

“รูปนี้ตอนงานมหา’ลัย ผมไม่ได้นอนเลยไปนั่งง่วงอยู่ข้างสนาม” มีร์พูด แต่สายกลับมองใบหน้าน่ารักของอีกฝ่ายที่ยิ้มบางๆ สายตาที่มองรูปของเขา...

สายตาแบบนั้น...

“ถ้าจะมองก็มองผมสิ มองรูปทำไม” มีร์เย้า ยกฝ่ามือขึ้นมาสัมผัสกับแก้มเนียนแล้วรั้งให้หันมามองตนเอง...

ซังฮยอนมุ่ยหน้า เหลือบสายตามองไปทางอื่นก่อนจะวกกลับมาสบตากับมีร์ แล้วยิ้มให้ ใบหน้าน่ารักของเขามีเสน่ห์ดึงดูดตรึงสายตาของมีร์ไว้อย่างนั้น รู้ตัวอีกครั้งก็ตอนที่ริมฝีปากของตนเองถูกสัมผัสเบาๆ

เรียวปากบางสวยนั้นกำลังยั่วเย้าเขาด้วยการขบเม้มริมฝีปากล่าง กดจูบลงมาแล้วถอยหนี รุกไล่อ่อนหวานตามริมฝีปากของเขาอย่างเชื่องช้า...

มีร์ปรือตาขึ้นมองสบตากับดวงตาสีเข้มของอีกฝ่าย ก่อนจะยิ้ม โอบแขนรอบคอแล้วดันจนร่างสูงล้มลงนอนแผ่กลางเตียง และเขาเป็นคนที่ทาบทับอยู่ด้านบน

วงแขนกว้างโอบกระชับร่างที่เบียดทับลงมา อมยิ้มนิดๆ เมื่ออีกฝ่ายมีสีหน้าพออกพอใจกับเรื่องราวที่เพิ่งผ่านไปเมื่อสักครู่ ก่อนจะยิ้มกว้างขึ้นเพราะคำพูดที่ว่า

&ldquo