[fic B2ST]It's You! :: 26

posted on 16 Jun 2011 00:15 by nimukii in fiction
It's You! :: 26
 
:: SeungWoon :: when you're gone
 
 
 
สวยตาคมจ้องมองโทรศัพท์ที่สั่นระรัว เสียงเรียกเข้าของมันกรีดหัวใจของเขาทุกวินาทีที่มันกรีดร้อง 

ดวงตาสั่นระริกเอ่อคลอเต็มไปด้วยน้ำตา ก่อนจะยกสองมือขึ้นกุมศีรษะ ส่ายหน้าช้าๆ อย่างไร้เรี่ยวแรง 

สองเข่าคู่เข้าหาตัว ราวกับจะบีบให้ตัวเองเล็กลงให้มาก....มากกว่านี้... 

มากเท่าไหร่ก็คงไม่พอ หากต้องรับรู้ว่า คนทีโทรเข้าต้องการจะบอกอะไร? และเขาต้องรับฟังอะไร?

"ไม่เอานะพี่...ผมไม่ฟังนะ...อย่าทำร้ายแบบนี้นะ" เสียงสั่นสะท้านนั้น คงไม่แตกต่างกับหัวใจที่แหลกสลายของคนที่โทรเข้ามาหรอก....

ร้าวราน! 

คำนี้ความหมายมันคงใช้ไม่ได้แล้ว เพราะหัวใจทั้งสองดวงเจ็บหนักกว่านั้นหลายเท่า

......................








“ดงอุนหายไป ไม่ยอมกลับหอพักมาสามวันแล้ว บอกกับฉันแค่ว่าอยากอยู่คนเดียว” ดูจุนพูดกับฮยอนซึงเมื่อร่างบางกลับมาพักฟื้นต่อที่หอพัก

“แล้วรับสายบ้างไหม?”

“หลังจากที่โทรมาวันนั้น ก็ไม่รับสายอีกเลย เมลล์ก็ไม่ตอบ ข้อความก็ไม่มี” ดูจุนส่ายหน้า เรื่องนี้ถึงหูคุณฮงอีเรียบร้อย แต่ยังไม่ถึงหูผู้ใหญ่ในสังกัด 

“เรายังพอมีเวลา เรายังได้วันหยุดแบบไม่มีกำหนด”

“แล้วงานล่ะ”

“ยกเลิกก่อนทุกตารางงาน” ดูจุนพูดด้วยเสียงเรียบ แต่สีหน้านั้นบอกได้ชัดเจนว่าตลอดหลายวันมานี้ ดูจุนแทบไม่ได้นอน 

ในฐานะลีดเดอร์เขาต้องคอยเคลียร์เรื่องทุกอย่าง คอยประสานรอยร้าวทุกอย่าง ทั้งกับทางต้นสังกัด ทั้งเพื่อนในวง ทั้งกับแฟนๆ ที่ยังมีท่าทางต่อต้าน แม้จะมีการแถลงข่าวไปแล้วก็ตาม

“ฮยอนซึงโทรหามักเน่สิ ถ้าเป็นฮยอนซึงดงอุนต้องรับแน่ๆ” เสียงนุ่มของโยซอบนั้นทำให้ใบหน้าสวยยิ้มอย่างหมดแรง

ยิ่งเป็นเบอร์ของเขา...ดงอุนยิ่งไม่รับสาย!

“ไว้ฉันจะเล่าให้ฟังนะโยซอบ ให้ฮยอนซึงพักก่อนเถอะ” ดูจุนพูดพร้อมกับหันมาโอบกอดคนรักให้เดินออกจากห้องนอน เพื่อปล่อยให้เพื่อนรักได้อยู่คนเดียว

ตอนที่ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจากปากของฮยอนซึงเมื่อสองวันก่อน เขาก็ถึงกับพูดไม่ออก เรื่องของฮยอนซึงใหญ่ไม่ต่างจากเรื่องของจุนฮยองและกีกวังเลย...

“ดูจุน...พวกเราจะไม่เป็นอะไรใช่มั้ย? เราจะเป็น Beast ต่อไปใช่มั้ย?” โยซอบถามเมื่ออกมายืนอยู่ที่กลางห้องนั่งเล่น

ดูจุนมองหน้าคนรัก โดยยังไม่ตอบอะไร... เรื่องที่ประเดประดังเข้ามามันทำให้เขาแทบตั้งตัวรับไม่ทัน...

แต่เขาไม่ยอมให้สิ่งที่เขาและเพื่อนๆ พยายามต้องล้มลงไปต่อหน้าหรอก...

“ฉันจะไม่ยอมให้ทุกอย่างพังโยซอบ เราจะเป็น Beast และจะเป็นตลอดไป...” คำพูดหนักแน่นของดูจุนทำให้โยซอบยิ้มสู้ 

“..เราจะเป็น Beast ตลอดไป และผมจะอยู่กับดูจุนตลอดไปด้วย”

“ขอบคุณ” ร่างขอโยซอบถูกกอดรัดด้วยวงแขนอันอบอุ่น

ขอให้ความอบอุ่นนี้อยู่กับพวกเขาตลอดไป และ...ขอให้เพื่อนๆ ของเขาพยายามฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ไปให้ได้ด้วย!

......................................










เย็นวันนั้น

จุนฮยองนั่งอยู่ปลายเตียง มีกีกวังนั่งห้อยขาข้างๆ ดูจุนและโยซอบยืนมองฮยอนซึงทายาที่แขนของตัวเองจนเสร็จนั่นแหละ ถึงได้ฤกษ์เปิดการประชุม

“นายจะเอายังไงต่อไป” จุนฮยองถามฮยอนซึง 

“ฉัน...ไม่มีทางเลือก” ดูจุนพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะพูดว่า

“ฉันคิดว่าออนนีอาจจะช่วยเราได้” 

“ฉันกำลังจะขอให้นายบอกเรื่องนี้กับออนนี”

“ผมกับดูจุนคุยกับออนนีแล้วล่ะ” โยซอบบอก เขาเห็นด้วยทันทีตอนที่ดูจุนถามความเห็นว่าควรจะบอกเรื่องนี้กับออนนีหรือเปล่า... ยังไงซะ มีออนนีเป็นพวกหนึ่งคน เกาหลีเหนือก็ไม่กล้าบุกเกาหลีใต้แน่

“เราจะหาดงอุนได้ที่ไหน” กีกวังเป็นคนถามขึ้นบ้าง หลังจากที่รับรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว

“...ออนนีบอกว่า ที่ที่อันตรายที่สุด มักเป็นที่ที่คนอ่อนแอใช้เป็นที่หลบภัยเสมอ” ดูจุนเอาคำพูดของออนนีมาใช้ แต่ฮยอนซึงขมวดคิ้ว

“ออนนีบอกอีกว่า ถ้านายพร้อม เราจะไปที่บ้านของดงอุน!” 








บ้านของดงอุน!


.....

“ลงมาได้แล้วเหรอ” มินอุนเอ่ยทักน้องชายที่ยอมลงจากห้องหลังจากที่ไม่ยอมให้ใครได้เห็นหน้าเป็นอาทิตย์ตั้งแต่กลับมาอยู่ที่บ้าน

“...” ไม่มีเสียงตอบรับอะไรทั้งนั้น ร่างสูงของดงอุนนั่งลงที่โต๊ะอาหาร รอให้มารดา และพี่ชายนั่งลง รอให้บิดาลงมือจัดการกับอาหารก่อน ไม่มีการพูดคุยกันอย่างเช่นทุกครั้งที่ดงอุนกลับบ้าน ทุกคนในครอบครัวต่างรับรู้เรื่องที่เกิดขึ้นดี ไม่มีใครอยากเอ่ยถึง...

แต่เขาต้องพูด...ต้องพูดสิ่งที่อยู่ในใจ ความตั้งใจที่เขาต้องทำให้สำเร็จ แม้ความหวังมันจะน้อยนิด

“ผม...” ดงอุนเอ่ยด้วยเสียงแหบพร่า ดวงตาที่บ่งบอกให้กับผู้พบเห็นรู้ได้ทันทีที่เห็นว่าผ่านการร้องไห้มาหนักแค่ไหนนั้น
จ้องมองทุกคนด้วยสายตาที่พยายามให้เข็มแข็งที่สุดเท่าที่หัวใจดวงเล็กๆ นี้จะพยายามได้

“ผมไม่มีทางเลิกกับพี่ฮยอนซึง แล้วก็ไม่มีทางเลิกล้มความฝันของผมด้วย”

ปัง! เสียงผ่ามือกระแทกกับโต๊ะอาหารทำให้มารดาและดงอุนสะดุ้งเฮือก!

คนเป็นลูกรู้ได้ทันทีว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป เรื่องนี้คงหนักมากเกินไปเกินกว่าที่พ่อและครอบครัวของเขาจะรับได้... 

แต่เขา...ดงอุนอยู่ไม่ได้แน่ๆ หากไม่ได้เคียงข้างฮยอนซึง 

ให้เขาตายดีกว่าที่จะสูญเสียคนที่รักสุดหัวใจคนนี้ไป

“ฉันไม่สนเรื่องนั้น! ตอนนี้แกมีหน้าที่กลับไปเรียน ถ้าไม่เลิกกับไอ้เด็กนั่น แกก็ไม่ต้องเป็นนักร้อง!” 

ดงอุนก็คิดไว้แล้วว่าต้องได้ยินอะไรแบบนี้ ร่างสูงมีเพียงรอยยิ้มเย้ยหยันบนใบหน้าที่อิดโรยเท่านั้น ก่อนจะลุกขึ้นยืนราวกับคนที่ไร้เรี่ยวแรง

“ดงอุน...ทานอะไรก่อนเถอะลูก” เสียงของมารดาเอ่ยอย่างเจ็บปวดเมื่อเห็นสภาพลูกชาย แต่เธอก็รับไม่ได้เหมือนกันกับเรื่องที่เกิดขึ้น

“ทานแล้วจะมีอะไรดีขึ้นมาเหรอครับ...ในเมื่อตอนนี้ผมก็เหมือนตายทั้งเป็นอยู่แล้ว”

“ดงอุน!” เสียงพี่ชายแผดขึ้น แต่ร่างสูงก็ไม่สนใจอะไร ไม่รู้สินะ ดงอุนไม่รับรู้อะไรแล้วต่างหาก ไม่รับรู้ว่าพ่อกำลังโกรธเขาจนตัวสั่น พี่ชายทำท่าราวกับจะจับเขาโยนออกจากบ้าน แม่ก็ร้องไห้ราวกับจะขาดใจ...

เขารู้แค่ว่า...แม้แต่อากาศหายใจก็ไม่จำเป็นสำหรับเขา







...........

แขกที่มาเยือนแบบไม่ให้ได้ตั้งตัวในตอนสายของวันใหม่ทำให้ตระกูลซนค่อนข้างรับมือลำบาก จะมีที่พอมองหน้ากันติดคงเป็น ฮงอี ผู้จัดการของวง และ ยูนดูจุน ส่วนฮยอนซึงนั้นไม่ต้องพูดถึง ทุกคนในบ้านแทบจะพร้อมใจกันไม่มองใบหน้าสวยที่พยายามเก็บความหม่นเศร้าไว้อย่างเต็มที่ มีให้เห็นแต่ความมุ่งมั่นที่เสแสร้งอย่างไม่แนบเนียน

ใช่ตอนนี้เขากำลังมุ่งมั่นที่จะพูดในสิ่งที่ตัวเองไม่เคยคิดจะพูดออกมาสักครั้งตลอดระยะเวลาที่อยู่กับดงอุน 

แต่เขาต้องทำเพื่อตัวของดงอุนและเพื่อความฝันของดงอุน คนที่เขารักที่สุด

ส่วนหญิงสาวใบหน้าสวยหวาน ดวงตาหวานที่แฝงแววเฉียบคมไว้นั้น แม้จะไม่รู้จักกัน แต่ความรู้สึกบางอย่างกลับทำให้เจ้าของบ้านตีสีหน้าไม่ถูกเมื่อถูกเธอจ้องมองแบบตรงๆ

“ต้องขอโทษที่มารบกวนนะครับ แต่ผมคิดว่า เราควรจะปรับความเข้าใจกัน” 

“ผมคิดว่าเราไม่มีอะไรจะคุยกันนะครับ” เจ้าบ้านตอบกลับอย่างไม่ชอบใจ คุณซนกำลังโมโหกับท่าทางของบุตรชายคนเล็กที่ทำเมื่อวาน ไหนจะต้องมาเจอหน้าแขกที่ไม่อยากจะเจออีก

“อย่าเพิ่งโมโหเลยนะครับ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ นะครับ มันหมายถึงความเสียหายจำนวนมากเลยนะครับ”

“มันจะสักเท่าไหร่กันถ้าฉันไม่ให้ดงอุนกลับไปร้องเพลง พวกคุณก็คิดถึงแต่เรื่องเงินกันนั่นแหละ ดูสิตอนนี้ลูกชายของฉันกลายเป็นพวกผิดเพศไปแล้ว” เป็นฝ่ายของผู้เป็นแม่ที่พูดออกมาอย่างเหลืออด ก่อนจะปรายตามองมาทางฮยอนซึงที่ทำได้แค่เม้มปากไว้แน่น รับฟังคำเหยียดหยามของฝ่ายตรงข้ามอย่างไม่เถียง “อุตส่าห์ไว้ใจ..ไอ้ตัวเชื้อโรค

“จำนวนเงินน่ะ ดิฉันไม่รู้หรอกนะคะว่ามันจะสักกี่สิบกี่ร้อยล้านวอน ถ้าทางคุณไม่ให้น้องกลับไปร้องเพลงอีก นั่นให้เป็นเรื่องของทางกฎหมายคงจะดีกว่า... แต่ เกย์ หรือโฮโมเซ็คชวลไม่ใช่เชื้อโรค หรือเป็นอาการป่วย เรื่องนี้ได้รับการรับการยอมรับและพิสูจน์ทั่วโลกแล้วในทางการแพทย์ การที่คุณพูดอย่างนี้มันก็ไม่ต่างกับคุณหมิ่นประมาทผู้อื่นหรอกนะคะ” น้ำเสียงเรียบเรื่อย ฟังดูสบายใจทั้งคนพูดและคนฟังที่ออกจากริมฝีปากสวยๆ ของหญิงสาวนั้น หากไม่ตีความหมาย คงไม่มีใครสะอึกหรอก

“เธอ!”

“คุณเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้ไม่ทราบครับคุณผู้หญิง”

“ต้องขออภัยด้วยนะคะที่ไม่ได้แนะนำตัว ดิฉัน มาร์คานี่ เชลีน มาในฐานะผู้ปกครองของจางฮยอนซึงค่ะ” เชลีน แนะนำตัวอย่างฉะฉานพร้อมกับรอยยิ้มหวานแต่งแต้มใบหน้า ซึ่งไม่ว่า ฮงอี หรือเด็กอีกสองคนต่างลงความเห็นได้ในทันทีว่า มันคือยิ้มการค้า ที่มีไว้ลวงตาอีกฝ่าย

“เป็นผู้ปกครองงั้นเหรอ...ก็ดี งั้นเธอก็บอกให้เด็กในปกครองของเธอเลิกยุ่งกับลูกชายของฉัน” ซนจีวอนแทบจะจิกเชลีนด้วยสายตา แต่คนที่โดนกลับไม่นำพาอาการเหล่านั้นเลย

“ดิฉันก็ไม่คิดว่าน้องชายของอิฉันจะมาบอกรักลูกชายของคุณในวันนี้หรอกนะคะ” เชลีนพูดเสียงราบเรียบ พร้อมกับรอยยิ้มที่มีอยู่เป็นนิจ แต่ความรู้สึกกดดันนั้น อีกหกชีวิตในห้องรับแขกต่างรับรู้ได้อย่างดีว่ามันเพิ่มดีกรีมากขึ้น 

อีกครั้งที่ฮงอีรู้สึกว่า รุ่นน้องของเขาคนนี้น่ากลัว!

“หมายความว่ายังไง” เจ้าบ้านเอ่ยถามขึ้น เชลีนไม่ตอบ เธอแค่ปรายตาและพยักหน้าให้กับฮยอนซึงเท่านั้น

“ผม...จะมาทำตามที่พวกคุณต้องการ” ฮยอนซึงกลืนน้ำลาย พร้อมๆ กับที่พยายามกลืนก้อนสะอื้นลงคอ “มาบอกเลิกกับดงอุนครับ ดังนั้น...กรุณาให้ดงอุนกลับไปร้องเพลง ให้ดงอุนได้กลับไปทำความฝันของตัวเองเถอะครับ” ฮยอนซึงคำนับลงจนศีรษะแตะกับพื้น 

“กลับไปเหรอ?... บอกเลิกกันแล้วกลับไปอยู่ด้วยกันอย่างนั้น ก็มีค่าเท่ากันนั่นแหละ”

ฮยอนซึงเม้มปากแน่น หลับตานิ่ง ก่อนจะพยายามหายใจให้คล่องมากที่สุดเพื่อที่เขาจะได้ไม่พูดสะดุด หรือเผลอสะอื้นออกมา

“ถ้าอย่างนั้น ผมจะเป็นฝ่าย...”

“พอแค่นั้นแหละ” เสียงหวานของเชลีนขัดขึ้น ทุกคนหันมามองเธอ แต่เธอไม่สนใจ สายตาของเธอจ้องมองใบหน้าซีดเซียวของฮยอนซึงนิ่ง

“ผม...ผมจะ...”

“จาง-ฮยอน-ซึง” เพียงเท่านั้น ทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง

ความน่ากลัวของ ฮัน เชลีน ทุกคนต่างรับรู้ได้ทีละนิดแล้ว...

“อย่าบีบบังคับคนที่ไม่มีทางเลือกจะดีกว่านนะคะ คุณซน เราโตเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว ดังนั้นคุณน่าจะรู้ดี ว่าหากดงอุนไม่กลับไปร้องเพลง ทางครอบครัวของคุณจะเสียหายมากแค่ไหน” เชลีนมองมาที่ฮงอี ชายหนุ่มนำเอกสารสัญญาที่ดงอุนได้ให้ บิดาและมารดา รวมทั้งพี่ชายเซ็นเป็นพยานเมื่อตอนที่เข้าร่วมกับทางค่ายเพลง จำนวนเงินที่ระบุว่าหากดงอุนผิดสัญญาในลักษณะต่างๆ นั้นเป็นตัวเลขที่ทำให้คนมองมือไม้สั่นได้มากโขทีเดียว

“คนที่ไม่มีทางเลือกน่ะ เวลามันจวนตัวขึ้นมา เขาจะเล่นทุกทางที่มีช่องว่างนั่นแหละค่ะ” เชลีนไม่ได้คิดหรอกว่าเธอจะมาพูดอะไรที่เป็นเชิงข่มขู่อีกฝ่ายแบบนี้... เธอตั้งใจว่าจะมาพูดให้อีกฝ่ายอ่อนข้อให้ด้วยซ้ำ แต่ท่าทางของอีกฝ่ายและความรักความห่วงใยที่เธอมีกับน้องๆ 

มันมากเกินกว่าจะปล่อยให้ใครมาทำร้ายเด็กๆ ที่เธอรัก!

“ฮยอนซึง... พี่คิดว่าเราควรขึ้นไปคุยกับน้องนะ ทางนี้ให้พี่จัดการเอง”

“ผมไม่อนุญาต” ซน มินอุนขัดขึ้นมา เขาไม่ไว้ใจ...อาจจะมีอะไรลับลมคมในก็ได้

“ถ้าอย่างนั้นจะให้ทำยังไงคะ ในเมื่อเราลองทุกวิธีแล้วแต่ดงอุนไม่ยอมรับการติดต่อจากเรา” ไม่รอช้าเมื่อเชลีนหันมามอง ดูจุนล้วงมือถือออกมา กดโทรหาดงอุน สัญญาณต่อติดแล้ว แต่ไม่มีใครรับสาย ฮยอนซึงก็ทำเช่นเดียวกัน แต่ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิม

“มันคงจะเลวร้ายน่าดูนะคะที่ต้องฟังคำบอกเลิกจากคนที่รัก ดงอุนถึงต้องทำแบบนี้ แต่คงไม่มีอะไรเลวร้ายมากกว่าการที่คนที่บอกว่ารักเขา ต้องการทำลายความรักของตัวของเขาเองหรอกค่ะ”คำพูดของเชลีนปักเข้าที่หัวอกคนเป็นพ่อเ
ป็นแม่เข้าอย่างจัง ทำเอาคุณจีวอนร้องไห้ออกมาพร้อมกับต่อว่าเธออย่างรุนแรง

“เธอไม่เคยมีลูก เธอไม่มีทางรู้หรอกว่าคนเป็นพ่อเป็นแม่รู้สึกยังไงที่เห็นลูกของตัวเองเป็นแบบนี้”

“ก็เลยต้องทำร้ายจิตใจของลูกด้วยใช้คำแก้ตัวว่า รักอย่างนั้นเหรอคะ?” อีกแผลที่เชลีนทิ่มแทงเข้าให้ และเธอไม่หยุดแค่นั้น “ฉันอาจจะยังไม่มีลูก ฉันจึงไม่เข้าใจความรู้สึกของพวกคุณ แต่สิ่งที่ฉันเข้าใจตอนนี้ก็คือ...ความรู้สึกของคนคนหนึ่งที่รักคนคนหนึ่ง จนอยู่ไม่ได้หากต้องสูญเสียอีกคนไป... คุณเคยรู้สึกเหมือนจะขาดใจหรือเปล่าคะ เมื่อต้องเห็นคนที่คุณรักเจ็บปวดทรมาน...ตอนนี้ ฮยอนซึงกำลังรู้สึกแบบนั้น... และ...ดงอุน ลูกชายที่คุณรัก ก็กำลังรู้สึกแบบเดียวกัน”

“เธอไม่มีสิทธิ์มาทำร้ายความรู้สึกของเรา” มินอุนตวาด

“คุณก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะใช้คำว่าครอบครัว ทำร้ายความรู้สึกของดงอุน และฮยอนซึงเหมือนกัน” และก็เกิดความเงียบขึ้นอีกครั้ง ครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้ ที่ไม่มีใครกล้าปริปากออกมา มีเพียงเสียงสะอื้นของคุณจีวอน

“ขึ้นไปจัดการเรื่องของเธอให้เรียบร้อยเถอะฮยอนซึง เรื่องบางเรื่องมันแก้ไขไม่ได้หรอก เราต้องยอมรับผลที่มันจะตามมา” ฟังดูเหมือนง่าย แต่มันไม่ง่ายเลยสำหรับฮยอนซึงที่ต้องลุกขึ้นแล้วเดินขึ้นไปยังห้องของดงอุน

“พวกคุณก็เหมือนกันนะคะ...ยอมรับผลที่จะตามมาให้ได้ด้วยเช่นกันนะคะ เพราะนี่คือความต้องการของพวกคุณเองเพียงฝ่ายเดียว” ทุกคนถึงกับนิ่งราวกับถูกสาปเมื่อเชลีนพูดจบ หญิงสาวถึงกลับสูดลมหายใจเข้าลึกๆ 

แม้จะเป็นเวลาไม่นานที่เธอรู้จักดงอุนและฮยอนซึง แต่เธอก็ดูออกว่าคนทั้งสองนี้ ผูกพันกันแค่ไหน โดยผ่านสายใยบางๆ ที่เรียกว่า“รัก”

โดยเฉพาะ ดงอุน ชีวิตทั้งชีวิตเขายกให้ฮยอนซึงหมดแล้ว... 

สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นเชลีนรู้ดีว่า...มันจะทำร้ายจิตใจของทุกคนแค่ไหน!

ทุกย่างก้าวมันเป็นไปอย่างช้าๆ ฮยอนซึงไม่รู้ว่าแข้งขาของเขามันหนักอึ้งอย่างนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน...

เขารู้แค่ว่า เขาจดจำรายละเอียดทุกขั้นบันไดที่เชื่อมขึ้นไปถึงชั้นสองของบ้านได้ดี และวันนี้มันคงจะติดอยู่ในความทรงจำของเขาไปอีกนานเท่านาน 

ใจของฮยอนซึงอยากให้ขั้นบันไดนี้ทอดยาวไปจนไม่มีที่สิ้นสุด ให้เขาเดินจนขาหมดแรงล้มลง หรือขาพิการก็ได้ หรือจะให้ตายไปเลยก็ดี ถ้านั่นทำให้เขาไม่ต้องทำร้ายดงอุน

แต่ความเจ็บปวดมักเดินทางมาหาเราเร็วกว่าปรกติ และอยู่กับเรานานมากกว่าปรกติ... ประตูไม้ตรงหน้า กำลังจะหยุดลมหายใจของเขา
แขนที่หาเรี่ยวแรงไม่ได้ มันไม่ยอมยกขึ้นเคาะประตูไม้นั้น ร่างกายไม่ยอมทำตามที่สมองสั่ง แม้เขาจะบอกตัวเองว่า เคาะประตู เคาะประตู 

แต่สิ่งที่เขาทำได้ก็แค่เพียงยืนนิ่งๆ ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาเป็นทาง

เนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ที่เขายืนอยู่ตรงนั้น... ยืนนิ่งๆ จนมือมือของใครสักคนเป็นคนที่มาเคาะประตูไม้นั้น และการกระทำนั้นของมินอูก็ทำให้ฮยอนซึงถึงกับสะอื้น เขายืนแทบไม่ไหวแล้วตอนนี้

พระเจ้า...

ฮยอนซึงภาวนาขออย่าให้ดงอุนเปิดประตูออกมาเลย ขอให้อีกฝ่ายหลับอยู่จนไม่ได้ยิน หรือไม่ก็อะไรก็ได้ที่ทำให้คนรักของเขาไม่สามารถมาเปิดประตูได้

แต่...

ทุกอย่างบนโลกนี้เหมือนกับต้องการจะทำร้ายฮยอนซึง อยากทำร้ายดงอุน อยากให้ทั้งคู่เสียใจจนตายหรือไง...

ดงอุนที่ไม่เคยเปิดประตูให้ใครตั้งแต่กลับมาอยู่ที่บ้าน กลับบิดลูกบิดเบาๆ แล้วแง้มประตูออกช้าๆ ร่างสูงไม่ได้สนใจว่าใครจะมาเคาะประตู ไม่แม้แต่จะเงยหน้ามองคนที่ยืนอยู่ที่หน้าประตู ปล่อยให้ประตู้อ้าออกจนสุด...

และเมื่อเวลาผ่านไปเกือบสองนาที สายตาเลื่อนลอยนั้นก็ค่อยๆ มองไล่จากปลายเท้าสองคู่ที่ยืนอยู่ตรงหน้า ไล่ขึ้นมาเรื่อยๆ จนมองเห็นใบหน้าสวยที่คุ้นเคย แววตาที่สบกันนั้น ทำให้สติของดงอุนขาดหายไป...

“ไม่!...ไม่นะ! ไม่! ไม่!” เสียงร้องตะโกนนั้นทำให้ทุกคนตกใจรีบวิ่งขึ้นมา แต่ภาพที่ทุกคนเห็นนั้นทำให้อยากจะเบือนหน้าหนี หรือไม่ก็หายไปจากตรงนี้ซะเดี๋ยวนั้น

ดงอุนถอยร้น สองมือยกขึ้นปิดหูทั้งสองข้าง สะบัดหน้าอย่างแรง ร้องตะโกนปฏิเสธที่จะฟังทุกอย่าง เขาอาจจะบ้าไปแล้วก็ได้ ใครจะรู้ แต่เพียงแค่เห็นใบหน้าของคนรักสุดหัวใจเขาก็รู้ว่าเขาต้องเจอกับอะไร

เขาไม่ทนเด็ดขาด เขาไม่ยอมรับฟังอะไรทั้งนั้น!

“ไม่นะ...ไม่...ไม่ ฮือ...ไม่” ฮยอนซึงโผเข้าไปหาร่างสูงนั้น กอดแน่นไว้ในอ้อมแขน แม้อีกฝ่ายจะพยายามหนีเขาก็ตาม แต่เขาก็ไม่ปล่อย
เพราะนี่คือครั้งสุดท้ายแล้วที่เขาจะได้กอดดงอุน ครั้งสุดท้ายแล้วที่คนรักจะได้อยู่ในอ้อมแขนของเขา...

พี่รักดงอุน...รักมากที่สุด! รักมาก รัก...

แต่ฮยอนซึงก็ไม่สามารถพูดออกมาได้ สิ่งที่เขาจะพูดมันตรงข้ามกับเสียงหัวใจร้องตะโกนอยู่ในอกตอนนี้

“ไม่นะ...พี่... อย่าทำร้ายผม...ฮือ...ได้โปรด ไม่นะ ผมไม่ฟัง ฮืออออ” เสียงคร่ำครวญนั้นบาดหัวใจทุกดวงที่ได้ยิน โดยเฉพาะคนที่กอดร่างสูงอยู่ตอนนี้ 

ไม่เหลือแล้วจริงๆ แรงที่ยืนหยัดอยู่ ทั้งสองขาทรุดลงกับพื้น ซุกกายที่มุมห้องอย่างจนที่จะหาทางหนี อ้อมกอดที่รัดรึงนั้น เขาเคยถวิลหาทุกเวลา แต่ตอนนี้มันกลับกลายเป็นคุกที่แสนจะอึดอัดทรมาน มันกำลังกักขังเขาให้ต้องพบเจอกับสิ่งที่ทรมานอย่างแสนสาหัส

“พี่ไม่รักผมหรือไง? ถึงต้องทำร้ายผมแบบนี้...ฮือ อย่าทำนะ พี่อย่าพูดนะ ผมไม่อยากฟัง” ดงอุนปล่อยโฮอย่างไม่อาย หัวใจของเขาใกล้จะสลายเต็มที 

แล้วจะให้ฮยอนซึงทำยังไง? นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการจะพูดสักนิด

แต่เขาต้องทำ...

“ดงอุน...”

“ไม่! ไม่ฟัง! พี่ใจร้าย! ผมไม่ฟัง!” ดงอุนแผดเสียงดิ้นรนสุดชีวิตเท่าที่เรี่ยวแรงจะมี ต้องหนี ต้องไปที่ไหนก็ได้ที่ที่พี่ไม่สามารถพูดคำนั้นออกมา!

“...” ไม่มีใครกล้าพูดอะไรได้แต่มองภาพนั้น ด้วยความรู้สึกไม่สามารถบรรยายได้

นี่มันอะไรกัน!

“ได้โปรด... อย่าทำร้ายผมนะพี่...ผมรักพี่ ผมต้องตายแน่ถ้าขาดพี่...พี่”

คำอ้อนวอนนั้นทำให้หัวใจของคนฟังแทบจะแหลกสลาย เขาไม่ได้อยากทำเลย...

พี่รักดงอุน...รัก...

แต่...

“เรา...เลิก...กัน...” สามคำสั้นๆ ที่แสนจะแผ่วเบานั้น แต่มันหยุดทุกความรู้สึกของดงอุนและเมื่อเสียงเบาๆ นั้นจบลง อ้อมกอดที่รัดเขาจนแน่น ก็หายไปด้วย พร้อมๆ กับร่างบางที่ลุกพรวดขึ้นแล้วหมุนตัวเดิน...ไม่สิ วิ่งหนีออกไป 

เพราะทนอยู่ตรงนี้ไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว

“ไม่...ม้ายยยย พี่...ไม่นะ” ดงอุนร้องลั่น เรียวแรงเฮือกสุดท้ายทำให้ร่างกายผวาลุกตามร่างที่หนีหายไปนั้น แต่ก็ไม่พ้นหน้าประตูห้องของตัวเอง ก็ต้องถูกขัดขวาง

“หยุดนะดงอุน! พี่บอกให้หยุด!” มินอุนรั้งร่างน้องชายคนเล็กไว้สุดกำลัง โดยมีพ่อช่วยอีกแรง แต่ดงอุนไม่สามารถรับรู้อะไรได้แล้ว เขาทุ่มสุดแรงที่มีพุ่งไปข้างหน้า แต่ก็ไม่สามารถผ่านไปได้

ดวงตาที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตานั้นเห็นแต่ภาพแผ่นหลังของคนรักที่วิ่งหายออกไป ปากร้องตะโกนชื่อของเขาสุดเสียงแต่ก็ไม่สามารถทำให้ร่างนั้นหันกลับมามองอีกเลย...

“พี่...ฮยอนซึง! อย่าทิ้งผม! ไม่นะ...อย่า...อย่าทิ้งผม ไปนะ” แต่ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน ดงอุนก็ไม่สามารถไขว่คว้าร่างนั้นไว้ได้...

ไม่มีแล้ว...ไม่เหลือแล้วหัวใจของเขา...

สลายไปแล้ว...ไม่มีอะไรเหลือแล้ว

“ไม่นะ...ฮือ... ขอร้อง อย่าทิ้งผมไป” 

เสียงคร่ำครวญแผ่วเบานั้นคือเสียงสุดท้ายที่ทุกคนได้ยิน ก่อนที่ดงอุนจะหมดสติไป...

นี่คือสิ่งที่เชลีนต้องการจะบอกทุกคน...

ผลที่ทุกคนต้องยอมรับมันให้ได้... แต่...มันไม่ได้ง่ายอย่างที่พูดเลย

“ฉันต้องขอโทษด้วยที่การมาของฉันวันนี้ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น แต่คิดว่าคุณอาจต้องการสักวันหนึ่ง ติดต่อฉัน หากคุณต้องการ” เชลีนยัดนามบัตรของตัวเองใส่มือของคุณจีวอนที่ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นร้องไห้อย่างเอาเป็นเอาตาย เรื่องที่เกิดขึ้นตรงหน้ามันทำร้ายจิตใจของเธอให้แหลกสลายไม่ต่างกับหัวใจอีกสองดวงเลย

“ฉันเชื่อว่าคุณรักลูกของคุณมาก... และฉันเชื่อว่าคุณจะตัดสินใจได้ในสักวันหนึ่งโดยไม่ปล่อยให้ทุกอย่างสายไป”


Comment

Comment:

Tweet

ยกนิ้วให้ผู้หญิงคนนี้จริงๆ ขาโหด! 55555cry confused smile

#2 By 얐 (180.214.216.214) on 2011-10-17 22:48

You make me cry TOT ม่ายน้าา~ ซึงอุ่น

#1 By Junism (58.8.235.241) on 2011-06-17 21:33