[fic B2ST]It's You! :: 27

posted on 16 Jun 2011 00:24 by nimukii in fiction
It's You! :: 27
 
:: SeungWoon :: what can I do?
 
 
“คุณมาร์คานี่คะ” 

“คะ?” เชลีนเงยหน้าจากแฟ้มงานบนโต๊ะ ดวงตาสวยของเธอถูกกรีดด้วยอายไลน์เนอร์อย่างประณีตงดงาม ทำให้ดูมีเสน่ห์เย้ายวนใจมากขึ้นไปอีก

“มีแขกต้องการพบค่ะ”

“ตอนนี้เลยเหรอคะ?” เสียงของเธอเอ่ยถามเลขาพร้อมกับหันไปมองนาฬิกาที่ข้อมือ “อีกสิบห้านาทีฉันจะมีเคส บอกเขานะคะว่าให้ติดต่อมาวันหลัง หรือไม่ก็รออีกสองชั่วโมง” เชลีนบอกปัดทันที ก่อนจะก้มหน้าอ่านรายละเอียดของเคสที่ต้องไปจัดการอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ที่เหลือปล่อยเป็นหน้าที่ของเลขาส่วนตัวจัดการไป

ไม่กี่นาทีต่อมาเชลีนก็ลุกเดินออกจากห้อง ตรงไปยังห้อง Test case เพื่อรอเคสที่นัดบำบัดไว้ โดยไม่เอะใจสักนิดว่าแขกที่มาขอพบนั้นจะเป็นใคร และนั่งรอที่จะพบเธอด้วยจิตใจที่แสนจะร้อนรน

ก็น่าจะโทรมานัดก่อน...


....











“จะไหวมั้ยเนี่ย” ดูจุนบ่นงึมงำกับตัวเอง เขาแทบจะทึ้งหัวตัวเอง... เมื่อมองร่างบางของฮยอนซึงที่กำลังซ้อมเต้นเพลง V.I.U แต่ท่าเต้นกลับเป็นท่าของเพลง SOOM จะคัมแบ็คกันแล้วนะว้อยยยยยย

แต่นี่มันปัญหาอะไรกันวะเนี่ย...

งานนี้ดูจุนได้ให้เจ๊บำบัดแน่ๆ 

“ดูท่าจะไม่ไหวนะดูจุนอา ดูสิฮยอนซึงไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าทำอะไรอยู่” โยซอบพูดพร้อมกับจับมือของดูจุนไว้เป็นเชิงให้กำลังใจ

เรื่องหลายวันก่อนหน้านี้ ดูจุนกลับมาเล่าให้ทุกคนฟังแล้ว ทำเอาเสียน้ำตากันไปหลายหยด ฮยอนซึงเอง ตั้งแต่วันนั้นก็เหมือนมีแค่ร่างกายที่ยังหายใจเท่านั้น ส่วนจิตวิญญาณข้างในกลับหาไม่เจอ...

“ปรึกษา ผจก. ฮงเถอะ เป็นอย่างนี้มีหวัง ล่มแน่ๆ” จุนฮยองเสริม ส่ายหน้าช้าๆ ก่อนจะทรุดลงนั่งข้างๆ กับกีกวังที่นั่งมองเพื่อนร่วมวงด้วยสายตาเศร้าๆ



จะเป็นยังไงบ้างนะตอนนี้...


ดงอุนจะกินข้าวหรือยัง? วันนั้นที่เจอก็ซูบราวกับคนไม่สบาย... 
หลังจากที่เขาทำร้ายจิตใจคนรักแล้ว เด็กน้อยคนนั้นจะเป็นยังไงบ้าง?
ยังร้องไห้อยู่อีกหรือเปล่า? เสียใจอยู่มั้ย? ทรมานมากแค่ไหน? 

เจ็บปวดเหมือนตายแบบเดียวกับเขาหรือเปล่า? 

พี่ขอโทษ...


จังหวะที่ร่างกายขยับ มันคนละอย่างกับทำนองเพลงที่ดังอยู่ แต่ร่างบางของเขาก็ใช่ว่าจะรู้ตัว 

ไม่รู้แม้กระทั้งว่า...ไม่ได้มีแค่เหงื่อที่ไหลอาบใบหน้า....




......









“ขอโทษนะคะที่ต้องให้รอ ฉันไม่คิดว่าคุณจะมา”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ทางดิฉันเองต่างหากที่ไม่ติดต่อมาก่อน” เชลีนโค้งให้กับแขกที่มารอกว่าสามชั่วโมง พอเธอรู้เท่านั้นแหละว่าใครมารอพบ เธอก็แทบจะบินมาหาเลยทีเดียว

“คุณคงยุ่งมาก”

“นิดหน่อยค่ะ โชคดีที่ฉันไปไปที่โรงพยาบาล” เชลีนนั่งลงตรงข้ามกับหญิงวัยกลางคนที่ใบหน้ามีร่องรอยของความเศร้าหมอง ไม่ต่างจากสามีของเธอที่นั่งอยู่ข้างๆ และลูกชายคนโตของบ้าน...

ตระกูลซน

“เข้าเรื่องกันเถอะค่ะ ต้องการให้ฉันช่วยอะไรคะ?” เงียบ... เชลีนจึงได้แต่มองคนนั้นทีคนนี้ที ก่อนจะยิ้มสวยให้กับมินอุน...

“เรื่องของดงอุน?” เอถาม ก่อนจะพยักหน้ารับเมื่อมินอุนพยักหน้าตอบคำถามของเธอ

“น้องชายของผมไม่สบายมากครับตอนนี้” มินอุนพูด คุณจีวอนก็ร้องไห้ออกมาจนสั่นไปทั้งตัวจนสามีต้องกอดปลอบ

“น้องไม่สบาย?”

“ครับ... หมอบอกว่า เป็นโรคเบื่ออาหารจนทำให้ร่างกายไม่มีแรง ดงอุนไม่ยอมทานอะไรเลยพอหมอให้น้ำเกลือก็ดึงออก ตอนนี้เราแทบจะต้องมัดมือมัดเท้าเขาอยู่แล้ว” เชลีนกระพริบตาถี่ๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมา

“คงมีประโยชน์อะไรที่ฉันจะพูดตอกย้ำพวกคุณ ตอนนี้สิ่งที่น่าเป็นห่วงคืออาการของดงอุน เขาอยู่ที่โรงพยาบาลอะไรคะ”

มินอุนบอกชื่อโรงพยาบาล เชลีนจดไว้ ก่อนจะลุกออกไปด้านนอกห้องรับแขก นำเบอร์โทรนั้นให้เลขาต่อสายไปที่โรงพยาบาลเพื่อติดต่อกับแพทย์เจ้าของไข้ เธอหายไปเกือบสิบห้านาที ก่อนจะกลับเข้ามานั่งทีเดิม...

“มีอะไรหรือเปล่าครับ” มินอุนถาม เธอช้อนสายตาขึ้นมองชายหนุ่มเล็กน้อยก่อนจะถอนหายใจออกมา

“อาการป่วยของดงอุนไม่ได้มีสาเหตุหลักมาจากอาการเบื่ออาหารหรอกค่ะ”

“หมายความว่ายังไง?” เชลีนถอนหายใจอีกครั้ง วางมือประสานกันไว้บนตัก 

“death instinct สัญชาตญาณของความตาย คืออาการที่น้องป่วยค่ะ” ทั้งสามไม่เข้าใจสิ่งที่เชลีนพูด แต่คำว่า ตาย ที่ดังออกมานั้นทำเอาหัวใจทั้งสามดวงหวั่นวิตก

“แต่จะให้บอกว่าเป็นอาการเจ็บป่วยก็คงไม่ได้ เรียกให้ง่ายกว่านั้นคือ น้องไม่ต้องการจะมีชีวิตอยู่แล้ว ฉันคิดว่าก่อนหน้านี้ น้องคงมีอาการก้าวร้าว หยาบคายแสดงออกมาแล้ว รวมถึงการต่อต้านในทางลบ...ความเสียใจที่เกิดขึ้นทำให้ความเครียดของน้องพุ่งขึ้นสูง และเมื่อถึงที่สุด น้องไม่สามารถจัดการกับความเสียใจที่เกิดขึ้นนั้นได้ ทำให้จิตใต้สำนึกของน้องเรียกร้องหาความตาย เพื่อต้องการปกป้องตัวเองจากความเจ็บปวดที่ได้รับอยู่ตอนนี้... การอดอาหารคือวิธีการสุดท้ายที่น้องเลือกออกมาปกป้องตัวเองค่ะ” 

คำอธิบายยาวยืดนั้นทำเอาจีวอนแทบจะเป็นลม คุณซนถึงกับสะอึกดวงตามีน้ำตาคลอหน่อย พอจะตั้งสติได้ก็คงมีแต่มินอุน

“หมายความว่า...”

“ดงอุนกำลังจะฆ่าตัวตายด้วยการอดอาหาร” เสียงปล่อยโฮของจีวอนทำเอาคนที่เดินผ่านไปมาด้านนอกห้องกระจกหันมามอง แต่ใครจะสนใจมากมายเล่า เพราะในเมื่อทุกคนที่เข้ามาที่นี่ คือคนที่มีปัญหาทั้งนั้น

“ไม่มีวิธีช่วยเขาเลยเหรอครับ” เชลีนถอนหายใจ

“ทางกายภาพแพทย์สามารถช่วยเขาได้อยู่แล้วค่ะ อีกไม่นานการดูแลของแพทย์ก็จะเห็นผลขึ้น แต่... ต่อให้ช่วยมากแค่ไหน หากน้องไม่มีความต้องการที่จะมีชีวิตอยู่... มันก็ไม่มีความหมายอะไร ร่างกายซูบ ผอม ไร้เรี่ยวแรง เบื่ออาหาร มันก็แค่อาการที่แสดงออกที่สามารถมองเห็นได้ แต่สภาพจิตใจของดงอุน...” เชลีนส่ายหน้า

เธอรู้สึกผิด.... ถ้าวันนั้นเธอพยายามอีกสักนิด พูดเกลี้ยกล่อม ไม่ปล่อยให้ฮยอนซึงหักด้ามพร้าด้วยเข่า...

เรื่องเหล่านี้อาจจะออกมาในอีกรูปหนึ่ง

“เพราะไอ้เชื้อโรคบ้าๆ นั่น ที่ทำให้ดงอุนเป็นแบบนี้... ทุเรศที่สุด” นี่คือประโยคแรกของชายวัยกลางคน เขาพยายามกระพริบตาไล่หยดน้ำตา แต่ก็ไม่สำเร็จ

“คุณซนคะ...” เชลีนพูดเสียงนุ่ม

“เกย์ ไม่ใช่เชื้อโรคค่ะ โฮโมเซ็กชวล ไม่ใช่อาการป่วย มันไม่มียารักษาเพราะมันไม่ใช่ไข้หวัด หรือวิธีแก้ไข เพราะมันไม่ใช่พีชคณิต ฉันเข้าใจความรู้สึกของคุณ ฉันนั่งอยู่แบบนี้ทุกวันนับสิบปีแล้ว มีคนเป็นร้อยเป็นพันที่เจอปัญหาแบบครอบครัวของคุณ สุดท้าย ผลลัพธ์ก็ออกมามีทั้งน่าพอใจและความสูญเสีย...” 

“แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ...ถ้าไม่เพราะเจ้าเด็กฮยอนซึงนั่น...”

“หรือถ้าไม่เพราะดงอุน...พวกคุณก็ไม่ต้องมานั่งเจ็บปวดอยู่ตรงนี้หรือเปล่าคะ?”

“ไม่มีพ่อแม่ที่ไหนอยากทำให้ลูกตัวเองเสียใจหรอกนะคุณมาร์คานี่” เชลีนยิ้มให้กับคุณจีวอนที่พูดด้วยน้ำเสียงสะอื้น

“ไม่มีลูกที่ดีคนไหนอยากทำให้พ่อแม่เสียใจเหมือนกันค่ะ...ดงอุนเป็นเด็กดี เขาไม่อยากให้พวกคุณเป็นแบบนี้หรอก”

“แต่สิ่งที่เขากำลังทำอยู่มัน...” มินอุนพยายามกลั้นอารมณ์เสียใจไว้ในอก พูดตอบโต้กับสาวสวยตรงหน้า

“คนเป็นพ่อเป็นแม่ ย่อมเข้าใจสิ่งที่ฉันพูดดีค่ะ คุณมินอุน... ลูกคือชีวิตของเรา เขาคือทุกอย่างของเรา แต่...เราเลี้ยงเขาได้แค่ตัวเท่านั้น... สมอง ความคิด หัวใจ เป็นของเขา...เราบังคับเขาไม่ได้” คำพูดของเชลีน สองสามีภรรยาเข้าใจดี...แต่เรื่องนี้มัน

“เขาไม่มีทางที่จะหายเลยเหรอ” คุณซนถาม เชลีนก็เพียงแต่ยิ้ม

“ที่ประเทศไทยมีหลายคนที่พยายามจะรักษาลูกของตัวเองให้หายจะการเป็น โฮโมเซ็คชวล แต่ฉันบอกไปแล้วว่ามันไม่ใช่อาการป่วยทางกายภาพ มันคือความความสุขทางจิตใจ บางคนลึกซึ้งถึงขนาดเกี่ยวข้องกับโฮโมนเพศ ฉันไม่ได้หวังว่าจะพูดให้พวกคุณยอมรับมันได้หรอกนะคะ แต่...ขอเพียงแค่เข้าใจสักนิด ไม่ต้องคิดว่าเพื่อคนทั้งโลก คิดแค่ว่าเพื่อคนที่คุณรักแค่คนเดียว”

“ผมแค่อยากให้ชีวิตเขาเจอแต่สิ่งที่ดี...เจอความรักที่ดี” เชลีนยังคงยิ้ม...

“สิ่งที่บอกว่าดี มันอาจจะดีสำหรับเรา แต่อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดของดงอุนก็ได้นะคะ...ส่วนเรื่องความรัก” เชลีนหยุด ก่อนจะเอนตัวกับโซฟาที่นั่งอยู่ หลุบตามองแก้วน้ำที่ไม่มีใครแตะต้อง...

“ความรักมีความหมายยังไงเหรอคะ?” คำถามโลกแตก... ทั้งสามถึงกับอึ้งไปเล็กๆ เมื่อเจอคำถามนี้...แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไรออกมา

“บางคนก็บอกว่า มันคือการเสียสละ บางคนก็บอกว่ามันคือความสวยงาม ฉันได้ยินมาจนไม่รู้ว่าอันไหนกันแน่ที่เป็นสิ่งที่คนทั้งโลกยึดเป็นมาตรฐานเดียวกัน แล้วฉันก็ไม่เคยเห็นใครที่ร่างกฎหมายว่าด้วยเรื่องความหมายของคำว่ารักเลย คุณเคยได้ยินหรือเปล่าคุณมินอุน” เชลีนหันไปยิ้มสวยให้กับชายหนุ่ม ทำเอาคนมองแอบตาค้างไปเล็กน้อย...

“คุณกำลังจะบอกอะไรกับพวกเรา?” คุณซนพูดเสียงกระด้าง เมื่อเห็นว่ามันนอกเรื่องที่เขาต้องการได้ยิน

“ฉันแค่จะบอกว่า...ในเมื่อเรายังไม่รู้ว่าอะไรที่หมายถึงคำว่า “รัก” แล้วทำไมเราต้องไปหา “เพศ” กับกับความรักให้มันยุ่งยาก... ถ้าแค่เราจะรักใครสักคนเป็นนั่นก็คือสิ่งที่ดีที่สุดแล้วไม่ใช่เหรอคะ” 

เชลีนยิ้มสวยตบท้าย ก่อนจะมองสบตากับจีวอนที่มองเธอด้วยดวงตามีหยดน้ำตาคลออยู่ตลอดเวลา...

“เราจะช่วยลูกของเราได้ยังไงบ้างคะ?”

“แค่เข้าใจความเป็นเขา อย่ารังเกียจสิ่งที่เขาเป็น” 

“แต่สิ่งที่ดงอุนเป็น” 

“ฉันเข้าใจความรู้สึกของพวกคุณนะคะ ฉันทราบว่าไม่ใช่เรื่องง่ายกับการที่จะให้ยอมรับเรื่องแบบนี้ได้ มันต้องใช้เวลา และไม่รู้ว่าจะนานแค่ไหนด้วย แต่...มันก็คุ้มหากจะพยายามเข้าใจสิ่งที่เขาเป็น เหตุผลที่ต้องพยายามก็ไม่ยากเลย เพราะดงอุนคือสิ่งที่สำคัญสำหรับพวกคุณไงคะ” เชลีนพูดเสียงอ่อนโยนมองสบตาทุกคนด้วยแววตาจริงใจ... 

“สำหรับเรื่องนี้...คุณจะช่วยเราได้หรือเปล่า?” ชายกลางคนพูด สิ่งที่หญิงสาวคนนี้พูดไม่มีอะไรที่ผิดแม้แต่นิดเดียว หากมันจะผิดก็คงเป็นเรื่องของจิตใจที่บิดเบี้ยวของแต่ละคน หากจะลองเข้าใจอะไรบ้าง...มันอาจจะดี

“แน่นอนอยู่แล้วค่ะ” ทั้งสามเงียบลง... ก่อนที่ประมุขของบ้านจะเอ่ยขึ้นอีกครั้ง

“เราขอเวลากับเราสักนิดในเรื่องนี้... แต่ตอนนี้อาการของดงอุน...” เชลีนยิ้ม

“ถ้าไม่ว่าอะไรฉันขอไปเยี่ยมดงอุนได้หรือเปล่าคะ” จีวอนพยักหน้าทันที 

เธอสัมผัสได้...สัมผัสได้ถึงความหวังในตัวของหญิงสาวตรงหน้า... ยังมีโอกาส

เชลีนยิ้ม... เธอจะพลาดโอกาสนี้ไม่ได้...

ไม่ว่าจะเป็นดงอุน หรือฮยอนซึง เธอต้องช่วยให้ได้ทั้งสองคน 

 
 
 
วันแต่ละวันเนิ่นนานเหลือเกิน 
คืนแต่ละคืนช่างดูเชี่องช้า สำหรับฉัน 
และไม่รู้ว่าทุกวันนั้นสิ้นสุดเมื่อไร 
เมื่อใจมันสับสนอย่างนี้ 
มองไปทางไหนก็ดูว่างเปล่า 
ราวกับชีวิตจะต้องปวดร้าวตลอดไป 
เมื่อวันนี้ฟ้ามืดลง น้ำตาก็รินไหล 
นี่ใช่ไหมคือการพลัดพรากที่ฉันต้องเจอ




ผู้คนมากมายที่เดินผ่านไปมานั้นไม่ได้ทำให้ร่างบางของฮยอนซึงรู้สึกตื่นเต้นอะไรเลย 

ใบหน้าสวยเฉียวของเขาเยขึ้นมองต้นไหม้ที่มีไฟประดับติดอยู่เต็มไปหมด...ยังไม่มืด...
มันเลยไม่มีแสงวิบวับสวยงามเหมือนวันนั้น...

เขาเดินออกมาจากห้องซ้อม หลังจากที่โยซอบและกีกวังพยายามบอกเขาหลายครั้งว่า...เขาใช้ท่าเต้นผิดเพลง... 

แถมจุนฮยองยังบอกให้เขาเช็ดเหงื่อบ่อยเกินจำเป็น ความจริงแล้ว จุนฮยองเห็นน้ำตาที่ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัวของเขาต่างหาก...

สุดท้ายดูจุนก็ขอให้เขากลับมาพักก่อน... อยู่ตรงนั้นไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น เขาเลยกลับมาที่หอพัก...แต่ก็ไม่ได้ดีขึ้นแม้แต่น้อย เขาหมกตัวอยู่

ในห้องนอนนานแค่ไหนก็ไม่รู้ นอนขดตัวอยู่บนเตียงของดงอุน สูดกลิ่นกายที่หลงเหลืออยู่น้อยนิดนั้น ราวกับคนบ้า... 

ห้องแต่งตัวที่รกรุงรัง แต่ก็บ่อยครั้งที่เขากับดงอุนขลุกกันอยู่ในนั้น 

ห้องน้ำที่จุนฮยองแทบจะพังประตูมาโวยวายเพราะทั้งสองชอบยึดไว้เป็นชั่วโมง

ห้องนั่งเล่นที่มักจะนอนกลิ้งเกลือกทั้งวันหากมีเวลาว่าง... ห้องครัวที่ดงอุนที่จะไม่อยากเฉียดเข้าไปใกล้... 

ทุกที่ ทุกตารางเมตรในห้องพัก ทำให้ฮยอนซึงอยากจะกรีดร้องเพื่อระบายความเจ็บปวดทรมาน...

เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ที่สองขาเดินออกจากหอพักอย่างไร้จุดหมาย นั่งรถมาที่นัมซัมทาวเวอร์ สถานที่แห่งความทรงจำของทั้งสอง... 

แม้จะไม่ใช่กลางคืนอย่างตอนนั้น แต่ตอนนี้ในสายตาของฮยอนซึงก็ไม่มีแสงสว่างอะไรหรอก... 

เมื่อไม่มีดงอุน ก็เหมือนแสงสว่างหายไป... 

เขารู้ว่าอีกฝ่ายไม่สบายมากจนอยู่ที่โรงพยาบาล คุณฮงอีโทรมาบอกดุจุนก่อนที่เขาจะออกจากห้องซ้อม... 

เขาอยากไปเยี่ยม เป็นห่วง แต่เขาไม่มีสิทธิ์นั้นอีกแล้ว

“เที่ยงแล้ว...ทานข้าวด้วยนะดงอุน” เสียงของเขาแผ่วเบา ก่อนจะลุกขึ้นเดิน เพื่อขึ้นกระเช้าขึ้นไปยังยอดนัมซัมเทาเวอร์





............................................



จะมีชีวิตอย่างไร จะมีพรุ่งนี้เพื่ออะไร 
เมื่อคนที่เป็นที่รักจะจากฉันไป 
นี่คือวันของการจากลา ด้วยหัวใจที่แตกสลาย 
ต้องมองภาพเธอจากไป มันปวดร้าวเหลือเกิน 





รางที่นอนยาวเหยียดอยู่บนเตียงผู้ป่วยนั้นนอนนิ่ง แต่สายตาที่ไม่ได้ปิดลงนั้นทำให้เชลีนรู้ว่าดงอุนไม่ได้หลับ 

ดวงตาคู่นั้นหม่นหมอง เหม่อลอยออกไปนอกหน้าต่าง สองมือขยับไม่ได้ เพราะถูกล็อคตรึงไว้กับข้างเตียงอย่างแน่นหนา 

ตามแขน มีร่องรอยของบาดแผลเล็กๆ หลายที คงเกิดจากที่เจ้าตัวพยามดึงสายน้ำเกลือออกหลายต่อหลายครั้ง

ไม่อยากทนอยู่บนโลกใบนี้อีกแล้ว... ถ้าไม่มีเขา ก็ไม่รู้จะหายใจไปเพื่อใคร

“ดงอุน” เชลีนเรียกร่างสูงที่นอนเหม่อนั้นด้วยเสียงนุ่มนวล ฝ่ามือแตะเบาๆ ที่ข้อมือที่ถูกมัดตรึงนั้น... แต่ไม่มีท่าทีตอบสนองของอีกฝ่าย
แต่เธอรู้ว่าเขาได้ยิน

“พี่สาวรู้ว่าดงอุนได้ยิน พี่สาวอยากคุยด้วย” เชลีนยกมืออีกข้างขึ้นสัมผัสใบหน้าซูบซีดนั้นอย่างอ่อนโยน “เดี๋ยวพี่สาวจะถอดล็อคออกนะคะ แต่ดงอุนต้องไม่ดึงสายยางออกอีกนะคะ” คราวนี้ดงอุนเหลือบตามามองเชลีน 

“ใจร้าย...นูนาใจร้าย นูนาพาพี่มาหาผม นูนาทำร้ายผม” เสียงนั้นตัดพ้อสั่นสะท้าน ทำเอาเชลีนสั่นสะท้านได้ไม่ยาก...

“พี่สาวขอโทษค่ะ ความผิดพี่สาวเอง...” ดงอุนส่ายหน้า ปล่อยให้น้ำตาไหลรินออกมาช้าๆ

“ผมจะอยู่ยังไง ในเมื่อพี่ไม่ต้องการผมแล้ว นูนาบอกผมที ทำยังไงพี่ถึงจะกลับมาหาผม” เชลีนรีบไขกุญแจล็อคแขนที่เธอขอมาจากเจ้าหน้าที่ และได้รับอนุญาตจากแพทย์ที่ยืนดุสถานการณ์ตรงประตูห้องด้านนอก

ดงอุนโผขึ้นกอดเชลีนทั้งที่ตัวเองแทบจะไม่มีแรงจะหายใจด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้เขาต้องการอ้อมกอดของใครสักคนที่ทำให้เขาไม่รู้สึกว่าอยู่คนเดียวบนโลกใบนี


“ทำไมพี่ต้องใจร้ายกับผมด้วย... ทุกคนใจร้ายกับผม” เชลีนลูบหลังของดงอุนเบาๆ ปล่อยให้เขาตัดพ้อทุกสิ่งทุกอย่างตามที่ต้องการโดยไม่คิดจะขัด แม้ตอนนี้สูดราคาแพงของเธอจะเลอะเปรอะเปื้อนก็ตาม







ลมที่มันพัดผ่านตัวฉันไป เธอจะได้รับ 
ได้รู้สึกเหมือนฉันบ้างไหม อยากบอกเธอ 
ฉันเสียใจ เสียใจมากแค่ไหน 
ที่ไม่สามารถที่จะดูแลเธอได้เลย 

จะมีชีวิตอย่างไร จะมีพรุ่งนี้เพื่ออะไร 
เมื่อคนที่เป็นที่รักจะจากฉันไป 
นี่คือวันของการจากลา ถึงเวลาต้องจากกันไกล 
เจ็บแค่ไหน ปวดแค่ไหนเธอคงไม่รู้ 
ภาพเธอเหล่านั้นมันตอกย้ำ ภาพความทรงจำมันยิ่งย้ำเตือน 
เหมือนมีใครมาเชือดมากรีดอยู่ในหัวใจ 
ขอเวลาอีกนิดได้ไหม ฉันมีถ้อยคำอีกตั้งมากมาย 
หันมามองอีกทีได้ไหม นี่คือฉันคือคนที่รักเธอ 






สายลมที่พัดกระแทกใบหน้าสวยนั้น ไม่ทำให้เขารู้สึกชาสักนิด ไม่สิเขาไม่รู้สึกอะไรเลยต่างหาก 

ดวงตาที่เคยเปล่งประกายสดใสจับได้แต่ภาพทิวทัศน์ตรงหน้า... แต่หัวใจกลับไม่รับรู้ถึงความสวยงามของมันเลยแม้แต่นิดเดียว..

ดงอุน...พักผ่อนอยู่หรือเปล่านะ? 

นิ้วมือสวยจับมือถือไว้ มองมันอย่างครุ่นคิด แต่ก็ไม่ทำอะไรนอกจากจะเก็บไว้ที่เดิม

ไม่ได้ หากเขาติดต่อไปตอนนี้...สิ่งที่พยายามมาตลอดอาจจะพังลง ดงอุนอาจจะไม่ได้กลับมาเป็นนักร้องอีก... ไม่ใช่แค่หัวใจของดงอุนที่เขาได้ทำลาย แต่ความความฝันของคนรักก็จะไม่เหลือด้วย

“ขอโทษนะคะ” ฮยอนซึงหันไปมองร่างของผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนอยู่ด้านหลังของเขา เธอยิ้มให้กับเขา

“ฉันเป็นนักท่องเที่ยวค่ะ” เธอใช้ภาษาเกาหลีได้ดีทีเดียว แม้หน้าตาของเธอจะออกไปทางอเมริกันก็ตาม 

“จะให้ผมถ่ายรูปให้เหรอครับ ได้สิ” ฮยอนซึงตอบกลับด้วยน้ำเสียงสุภาพและเศร้าหมอง แต่เธอก็ยังคงยิ้ม และส่ายหน้า พร้อมกับล้วงบางอย่างออกมาจากกระเป๋าสะพายของเธอ

“คุณมาคนเดียวเหรอ...คืนนั้นฉันเห็นคนมากับ Boyfriend เขาไม่มาด้วยเหรอคะ ฉันอยากถ่ายรูปคุณกับเขาเก็บไว้” รูปถ่ายสองสามใบตรงหน้าทำให้ฮยอนซึงต้องรับมาดูอย่างสงสัย ก่อนที่อกข้างซ้ายของเขาจะปวดแปลบขึ้นมาอีก...จนต้องเบือนหน้าหนีจากรูปในมือ

“ฉันต้องขอโทษด้วยนะคะที่เสียมารยาทในวันนั้น... แต่บรรยากาศรอบๆ ตัวของคุณทั้งสองคนมันทำให้ฉันห้ามใจไม่ได้จริงๆ น่าอิจฉามากเลยรู้มั้ยคะ”

“น่าอิจฉา?”

“คุณไม่รู้เหรอว่า...ภาพมันสื่ออะไรออกมา” ฮยอนซึงหลุบตามองพื้น ไม่ยอมมองภาพนั้น...

“ตลอดไป... นั่นคือสิ่งที่ฉันสัมผัสได้” หญิงสาวยิ้มสวย แม้จะไม่ค่อยเข้าใจท่าทางของอีกฝ่ายนัก แต่เธอก้อยากให้เขาได้รับรู้ล่ะน่ะ เพราะไม่คิดว่าจะได้เจออีกครั้ง...

“ฉันพูดอะไรก็ไม่รู้สินะ... ฉันไปนะคะ ขอให้มีความสุขนะคะ... แล้วก็...ตลอดไป” นักท่องเที่ยวสาวหมุนตัวเดินหายไปแล้ว แต่ฮยอนซึงยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่...

ตลอดไปอย่างนั้นหรือ?... 

ไม่มีอีกแล้วล่ะ...

มือของเขามันไร้ความรู้สึก ไม่มีเรี่ยวแรง จนเมื่อสายลมอีกวูบหนึ่งพัดผ่านมา รูปในมือนั้นก็ปลิวลอยไปกับสายลม...

ภาพที่เขายืนกอดกับดงอุนบนนี้เมื่อคืนนั้น...






ความรักมันเปลี่ยนไปแล้ว... จากที่เคยรัก ก็เปลี่ยนเป็นเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ มากขึ้นมากขึ้น

จนวินาทีนี้ ลมหายใจนี้...มันยืนยันได้ดี...ว่าความรักไม่เคยเหมือนเดิมในทุกๆ วัน ทุกวินาที...

ฮยอนซึงรักดงอุนมากขึ้นทุกครั้งที่หายใจ... 


แต่ต่อไปนี้เขาจะหายใจยังไง ในเมื่อ...เขาไม่มีแล้ว...



ลมหายใจที่ชื่อว่า “ดงอุน”







นี่คือวันของการจากลา ถึงเวลาต้องจากกันไกล 
เจ็บแค่ไหน ปวดแค่ไหนเธอคงไม่รู้ 
ภาพเธอคราวนั้นมันตอกย้ำ ภาพความทรงจำมันยิ่งย้ำเตือน 
เหมือนมีใครมาเชือดกรีดอยู่ในหัวใจ 
และมันคงจะเป็นอย่างนี้ ไปนานเท่านาน 
ตราบจนสิ้นใจ ขอแค่เพียงให้เธอรู้ไหม 
ฉันรักเธอเหลือเกิน







“ดงอุน...ไม่มีใครใจร้ายหรอกนะคะ ทุกคนรักดงอุนนะ” เขาส่ายหน้าทันที... 

“ไม่จริง...ถ้ารักผมแล้วทำไมต้องทำร้ายผมกับพี่แบบนี้... ตอนนี้พี่จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้ แขน...แขนของพี่หายดีหรือยัง? แล้วพี่จะเสียใจมากแค่ไหน?” ทั้งที่ปากก็ต่อว่าที่ฮยอนซึงทำร้ายจิตใจ แต่...เพราะรักมากอย่างหาอะไรเทียบไม่ได้ ก็ยังห่วงอีกฝ่าย...ทั้งที่ตัวเองแทบไม่มีแรงจะหายใจอยู่แล้ว

“แขนของฮยอนซึงหายดีแล้ว ตอนนี้สบายดี เหลือแต่ดงอุนนั่นแหละ ทานข้าวสักหน่อยนะคะ จะได้แข็งแรงขึ้น” ท่าทางของดงอุนเป็นอย่างที่เชลีนคิดไม่มี เขาส่ายหน้าทันที...

“ถ้าไม่กินอะไรเลยจะป่วยหนักกว่านี้นะคะ” เชลีนสบตาคู่โศกนั้น

“ถ้าไม่มีพี่ผมจะอยู่ไปเพื่อใครกัน” 

“อย่าคิดอย่างนี้ได้โปรดดงอุน... อย่าทำแบบนี้ด้วย” เชลีนใช้น้ำเสียงอ่อนหวาน... พยายามมองสบสายตาที่คอยหลบเลี่ยงนั้น

“ผมไม่อยากอยู่แล้ว” เสียงนั้นเศร้าหมอง... แต่เชลีนกลับยิ้ม

“พี่สาวรู้ทันนะคะดงอุน อย่าใช้ไม้นี้กับพี่สาว” ดงอุนหันขวับมามองเชลีนทันทีก่อนจะหลบสายตารู้ทันนั้นแทบจะทันที

“อะ...อะไร”

“นมที่อยู่ในตู้นั่นน่ะคงไม่ใช่มื้อดึกของคุณพยาบาลหรอกนะคะ” เชลีนอมยิ้ม โชคดีที่เธอหันหลังให้ทางประตูที่มีทั้งพ่อแม่พี่ชายและแพทย์สังเกตการณ์อยู่ ขอบคุณตัวเองที่เป็นคนช่างสังเกตอีกด้วย ถึงได้รู้ว่าพ่อมักเน่คนนี้มีลูกไม้แสบๆ แอบซ่อนไว้อยู่

“นูนา”

“จุ๊ๆ พี่สาวไม่รู้ว่าดงอุนคิดใช้ไม้นี้ตอนไหน แต่ถ้าอยากให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี เชื่อพี่สาวนะคะ กินข้าวแล้วเรามาคุยกันว่าจะทำยังไงต่อไป แค่นมน่ะช่วยเราไม่ได้หรอกค่ะ” ดงดุนครุ่นคิดก่อนจะพยักหน้า มีเชลีนช่วยย่อมดีกว่าทำคนเดียว...เห็นอย่างนั้นคุณพี่สาวคนสวยก็ยิ้ม แล้วเดินมาที่ประตูห้องพัก

“ขอโทษนะคะ ช่วยจัดอาหารให้ดงอุนด้วยค่ะ” เชลีนพูดพร้อมกับยิ้มสวย 

มินอุนรีบดำเนินการสั่งกับเจ้าหน้าที่ทันทีโดยไม่รอถามย้ำอะไรซ้ำสอง ราวกับกลัวว่ามันจะเป็นเรื่องล้อเล่น คุณจีวอนถึงกับปิดปากกลั้นเสียงร้องไห้ โดยมีสามีกอดกระชับด้วยความดีใจ นายแพทย์เจ้าของไข้รู้สึกทึ่งกับสิ่งที่เห็น คนไข้ที่ไม่ยอมแตะต้องอะไรเลยตลอดที่มารักษาตัวเกือบอาทิตย์เนี่ยนะ

“ขอบคุณมากครับ ขอบคุณ” คุณซนโค้งให้กับเธอ เชลีนรีบห้ามไว้ก่อน

“ไม่เป็นไรค่ะ ไว้น้องดีขึ้นค่อยว่ากันค่ะ ฉันขอตัวเข้าไปคุยกับเขาก่อนนะคะ ยังไงให้ความเป็นส่วนตัวกับเราอีกสักพัก”

“ครับ...ได้ครับ” มีหรือที่ตระกูลซนจะปฏิเสธเรื่องนี้...

เชลีนเดินกลับมาในห้อง เธอนั่งที่ขอบเตียงของคนไข้ มองจ้องหน้าของดงอุนโดยไม่พูดอะไร ทำเอาพ่อหนุ่มน้อยต้องหลบตาแล้วหลบตาอีก... ดีว่าไม่กี่นาทีต่อมา อาหารสำหรับคนไข้ก็ถูกส่งเข้ามาโดยมินอุนที่เป็นคนยกเข้ามาเองกับมือ

“เราจะคุยกันหลังจากที่อิ่มแล้วนะคะ” เชลีนบอกพร้อมกับลุกไปรับถาดอาหารจากมินอุน ปล่อยให้พ่อเด็กเจ้าแผนการแอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่
เขาหลอกทุกคนได้ แต่ตบตาเชลีนไม่ได้สินะ...ทั้งที่คิดว่าไม่พลาดแล้วซะอีก

เอาวะ...มีเชลีนคอยช่วยถ้าจะเป็นสงครามโลก ดงอุนก็มั่นใจว่าเขาต้องชนะ...

พี่อดทนรอผมหน่อยนะ... ผมจะต้องทำให้เรากลับมาเป็นอย่างเดิมให้ได้...


Comment

Comment:

Tweet

มักเน่ ร้ายว่ะ

#2 By broken (183.89.129.179) on 2011-10-14 12:18

ดงอุนร้ายนะเนี่ย อุตส่าห์นึกว่าจะตายจริงๆแสดงว่าดงอุนก็ยังปกติอยู่แต่ฮยอนซึงนี่สิอาการหนักangry smile

#1 By Junism (58.8.235.241) on 2011-06-17 21:54