[fic B2ST]It's You! :: 28

posted on 16 Jun 2011 00:31 by nimukii in fiction
It's You! :: 28
 
:: SeungWoon :: each other's breath
 
 
“ผมไม่เห็นด้วย!” เสียงห้าวนั้นแทบจะคำรามออกมา เมื่อได้ยินประโยคของสาวสวยที่พูดออกมา 

ถึงจะบอกว่าจะพยายามทำความเข้าใจ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะยอมรับ และทำใจเห็นอะไรที่บาดลูกหูลูกตาได้

จะให้ฮยอนซึงมาเยี่ยมดงอุนเนี่ยนะ!

“ดิฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่คะ แค่บอกความต้องการของดงอุน อีกอย่าง ตอนนี้ดงอุนอาก็ดีขึ้นเยอะแล้ว” เชลีนยิ้มแย้ม แต่รอยยิ้มนั้นกลับกดดันอีกฝ่ายอย่างเห็นได้ชัด

“ถ้าผู้ชายคนนั้นไม่มาเยี่ยมดงอุน...มันจะมีผลอะไรมั้ย?”

“ในเรื่องของทางกายภาพก็ไม่มีหรอกค่ะ แต่ถ้าเรื่องของจิตใจมันก็ตรงข้ามกัน”

“หมายความว่า”

“ดงอุนอาเฝ้ารอเสมอกับการที่จะได้เจอกับฮยอนซึง ถ้าพรุ่งนี้ไม่ได้เจอ เขาก็ยังรออยู่อย่างนั้น หากคุณคิดว่าปล่อยทุกอย่างไว้แบบนี้เดี๋ยวก็ดีขึ้น ดิฉันจะไม่แนะนำอะไรอีก... เพราะที่ผ่านมา คุณก็น่าจะเห็นแล้วว่ามันไม่ใช่ความหลง แต่คือ ความรัก... ความรักที่พวกคุณบอกว่า พวกคุณก็มีให้ลูกชายที่น่ารักของคุณเอง” 

“คุณต้องการให้เรายอมรับเรื่องนี้ง่ายๆ หรือไง” เชลีนส่ายหน้า

“ฉันเคยบอกแล้วไงคะ เรื่องนี้สำหรับพวกคุณมันขึ้นอยู่กับเวลา ฉันแค่พูดเรื่องนี้เพื่อให้คุณมองเป็นปัญหาตรงนี้ก่อน เราต้องหาทางแก้ไขเรื่องนี้ อย่างน้อยๆ ก็ให้ดงอุนแข็งแรงขึ้นมากกว่านี้ และยอมฟังอะไรมากกว่านี้”

“เขาเชื่อที่คุณบอกทุกอย่าง ตอนนี้ขาฟังแต่คุณ”

“แค่ช่วงนี้เท่านั้นค่ะ เมื่อไหร่ที่เขารู้ตัวว่าฉันไม่สามารถเป็นกำลังให้เขาได้ เขาจะคิดหาวิธีการทำร้ายตัวเองขึ้นมาอีก... เชื่อฉันเถอะค่ะ ฉันอยู่กับคนที่คิดจะตายทุกๆ หนึ่งนาทีจนมองเห็นทุกเส้นทางที่เขาจะทำมามากแล้ว ฉันไม่อยากให้ดงอุนต้องทุกทรมานขนาดนั้น แค่ยอมให้ฮยอนซึงมา เราอาจจะเห็นทางออกที่ดีสำหรับทุกฝ่ายนะคะ” เชลีนเกลี่ยกล่อมเสียงหวาน ยิ้มให้กำลังใจกับครอบครัวซนที่กำลังคิดหนัก!

“ผมไม่อยากยอมรับ”

“ฉันเคยบอกแล้วไงค่ะ ว่าแค่พยายามเข้าใจในสิ่งที่พวกเขาเป็นก็พอ” ซึ่งถ้าเสียเวลาคิดตามสักหน่อย มันก็คือการยอมรับโดยปริยายนั่นแหละ...

คิดจะตามเธอให้ทันต้องเป็น ผู้ชายที่ชื่อ อเล็ก มาคาร์นี่เท่านั้นแหละ

“เขาจะมาเมื่อไหร่?” 

“เมื่อพวกคุณพร้อมที่จะคุยและทำความเข้าใจเขาค่ะ”

ทุกคนนิ่งเงียบจมอยู่กับความคิดของตัวเอง... สำหรับเชลีนแล้ว ยังไงซะงานนี้เธอก็จะไม่ยอมแพ้ ตีเหล็กมันต้องตีตอนร้อนนี่แหละ!!!








....

ฮยอนซึงตัวสั่น สั่นไปทั้งตัว ขวดน้ำที่ถืออยู่ในมือมันหล่นตุบลงกับพื้น ดวงตาของเขาเบิ่งกว้าง ริมฝีปากเผยอค้าง ก่อนจะสั่นระริก เปลือกตากระพริบเร็วๆ ปลายจมูกสูดลมหายใจเข้าออกแรงๆ ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปและตวัดอ้อมแขนกอดร่างสูงเพรียวของหญิงสาวตรงหน้า

“ผมไม่ได้ฝันไปใช่มั้ยครับ ไม่ได้ฝันใช่มั้ย?”

“มันไม่ใช่ความฝันหรอกฮยอนซึง ใจเย็นๆ แล้วรีบตั้งสติซะ ดงอุนรอเธออยู่นะ” อ้อมแขนนั้นผละออกจากร่างของเชลีน ก่อนที่เจ้าตัวจะพยักหน้าเร็ว แล้วเดินไปหยิบกระเป๋าเป้ของตัวเอง และเดินตามเชลีนออกจากห้องซ้อม โดยไม่เสียเวลาพูดอะไรกับใคร เพราะทุกคนในนั้นก็ได้ยินเต็มสองหูแล้วว่า...

เขาสามารถไปหาดงอุนได้!

หลายวันแล้วที่ไม่ได้รู้ข่าวของคนที่รักหมดใจ หลายวันแล้วที่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายทรมานแค่ไหน? หลายวันแล้วที่ตัวเองเหมือนจะขาดใจ แต่วินาทีนี้เหมือนเขากำลังได้เกิดใหม่อีกครั้ง!

“ดงอุนสบายดีหรือเปล่าครับนูนา”

“ทานข้าวได้บ้างแล้ว แต่ก็ยังดื้ออยู่” ฮยอนซึงพยักหน้าสองมือประสานบีบเข้าหากันแน่น สายตาเหม่อมองไปยังนอกตัวรถ...

“ฮยอนซึง พี่สาวเข้าใจนะว่า เธอทำทุกอย่างเพื่อดงอุน แต่นั่นมันดีแล้วเหรอสำหรับสิ่งที่เกิดขึ้น” ริมฝีบางเม้มเข้าหากัน ก่อนจะส่ายหน้า

“นูนาครับ...ตอนที่ผมไม่ผ่านการคัดเลือกของBig bang ผมรู้สึกว่าชีวิตของผมมันไม่สำคัญ ไม่มีความหมาย... แต่ผมก็ผ่านมาจนได้ และเป็นอย่างทุกวันนี้” ไม่ใช่คำตอบที่ตรงคำถาม แต่เชลีนก็ไม่เคยคิดจะแทรกเพราะเธอรู้ว่าอีกฝ่ายคงอยากพูดอะไรอีก

“ตอนนี้ผมมีทุกอย่าง ความฝันของผมมันเป็นจริงแล้ว... แต่...มันมีความหมายอะไรเหรอครับ ในเมื่อไม่มีดงอุน? ผมไม่รู้ว่าอะไรดีหรอก เพราะไม่ว่ายังไงมันว่างเปล่าและไร้ค่า...” เชลีนยิ้ม มองใบหน้าด้านข้างที่ยังคงเหม่อมองออกไปนอกตัวรถ

“ไขว้คว้ากลับมาสิฮยอนซึง ทำไมต้องยอมทนทรมานด้วย ในเมื่อที่เป็นอยู่ก็เจ็บปวดกันทุกฝ่าย”

“มันก็ยังดีที่ดงอุนยังรักษาความเป็นครอบครัวเอาไว้ได้ไม่ใช่เหรอครับ...นั่นเป็นสิ่
งสำคัญสำหรับเขา”

“แล้วเธอล่ะ...ไม่สำคัญเหรอ? ที่ผ่านมาดงอุนไม่เห็นว่าเธอสำคัญอย่างนั้นเหรอ?” ชายหนุ่มเกร็งไปทั้งร่างเมื่อเจอคำถามย้อนเข้ามาอย่างนี้ 
เขาไม่ได้โง่ ถึงจะไม่รู้ว่าดงอุนรักเขามากแค่ไหน?

แต่...

“การคิดถึงสิ่งรอบๆ ตัวมันก็ดีหรอกนะ แต่บางเรื่อง...แค่คนสองคนก็พอ”

“แต่เรื่องนี้...”

“เธอรักดงอุนหรือเปล่า” เชลีนขัดขึ้น...ก่อนจะยิ้มเมื่อฮยอนซึงพยักหน้า “บางครั้งการคบหากันมันต้องแคร์สังคมรอบๆ ข้างด้วยก็จริง... แต่ ความรัก ในเรื่องของความรู้สึกแล้ว แค่สองคนก็พอ...”

“ผม...”

“สิ่งที่เธอแคร์คือครอบครัวของดงอุน มันเป็นสิ่งที่ดี แล้วเธอเคยถามตัวเองบ้างมั้ยว่า...เธอแคร์ความรักของดงอุนหรือเปล่า? พี่สาวไม่ได้ว่าเธอใจร้ายหรอกนะ เพราะสิ่งที่ทำก็เพื่อดงอุนทั้งนั้น แต่...สิ่งนั้นคือสิ่งที่ดงอุนต้องการหรือเปล่า?”

“แต่...”

“ความรัก ถ้ามันเลือกได้...มันจะไม่ทำให้ใครเจ็บปวดหรอก เราเป็นมนุษย์ที่สามารถเลือกได้ ดังนั้นความรักมันจึงให้โอกาสเราเลือกที่จะรักใครสักคน ฮยอนซึง... เธอได้เลือกแล้วที่จะรักดงอุน ทำไมไม่ดูแลและรักษามันให้มากกว่านี้ล่ะ” 

สิ่งที่ฮยอนซึงได้ยินนั้นมันกระแทกเข้ามาในอกอย่างจังจนพูดไม่ออก ใบหน้าของเขาถูกปิดด้วยผ่ามือทั้งสองข้าง นั่งนิ่งในขณะที่รถกำลังแล่นไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

“เธอได้พิสูจน์ให้พวกเขาได้เห็นแล้วว่าเธอพร้อมจะทำทุกสิ่ง หากนั่นเพื่ออนาคตของดงอุน เธอได้พิสูจน์แล้วว่าเธอยอมเสียสละทุกอย่าง และตอนนี้ถึงเวลาที่เธอจะพิสูจน์อีกครั้งแล้ว... ว่าเธอพร้อมที่จะดูแลชีวิตของดงอุนตราบเท่าที่ดงอุนต้องการเธอ... ถามตัวเองอีกครั้ง ว่าพร้อมแล้วหรือยัง” ฮยอนซึงพยักหน้าทั้งที่ฝ่ามือทั้งสองยังคงปิดบังใบหน้าอยู่ เสียงอู้อี้ที่ตอบมานั้นทำเอาสาวสวยยิ้มพอใจ

“ผมพร้อมตั้งแต่ที่ดงอุนเข้ามาในชีวิตของผมแล้วครับ...”







....


....

“พี่!” ดงอุนผวาลุกขึ้น เขาแทบจะกระโดดลงเตียงแล้ววิ่งเข้าไปหาร่างโปร่งบางที่กำลังโค้งคำนับให้กับบิดาแล้ว
มารดาของตัวเอง

ฮยอนซึงพุ่งเข้าไปยืนจนชิดขอบเตียงอย่างรวดเร็วเพราะกลัวว่าร่างสูงของดงอุนจะหล่นตุ
บลงข้างเตียงจริงๆ สองแขนดันไหล่ของอีกฝ่ายไว้ ก่อนจะกวาดตามอง(อดีต)คนรักอย่างรวดเร็ว

“ระวังสิ...แล้วนายกินอะไรบ้างหรือเปล่าเนี่ยดงอุนทำไมผอมอย่างนี้” น้ำเสียงนั้นฟังดูดุแต่กลับรับรู้ได้ว่ามันแฝงความอ่อนโยนไว้จนปิดบังไม่มิด

ดงอุนพยักหน้า พร้อมกับที่ใช้สองแขนกอดรอบเอวของคนรักแนบใบหน้ากับหน้าท้องของอีกฝ่ายจนฮยอนซึงทำหน
้าไม่ถูกเพราะโดนจับจ้องด้วยสายตาไม่พอใจของประมุขตระกูลซน

“ดงอุนปล่อยก่อน” แต่สิ่งที่ได้กลับมานั้นกลับเป็นการเพิ่มแรงกอดรัด และถ้อยคำปฏิเสธ

“ไม่... ถ้าผมปล่อยพี่จะทิ้งผมอีก ผม...ไม่ยอมแล้ว พี่ใจร้าย” ฮยอนซึงจนใจที่จะขืนตัวเพราะไม่อยากให้คนที่กอดตัวเองอยู่รู้สึกเจ็บปวดไปมากกว่านี้ แต่...สายตาของผู้ใหญ่

“ดงอุน” ฮยอนซึงเรียก แต่เจ้าของชื่อยังคงกอดรัดเขาอยู่อย่างนั้น เขาสะดุ้งเล็กน้อยเมื่ออยู่ๆ บิดาและมารดาของดงอุนลุกพรวดขึ้นและเดินออกจากห้องพักคนไข้ไป สายตาของเขามองตามและหันมาสบกับเชลีน

“ไม่ต้องห่วงค่ะ” เชลีนพูดแค่นั้นก็เดินออกจากห้องไปแถมยังล็อคประตูให้อีก...

ให้อยู่ด้วยกันบ้างอะไรบ้างน่า...




“ดงอุน ไม่ต้องกอดแน่นขนาดนั้นหรอกน่า พี่ไม่หายไปไหนหรอก”

“ไม่หายได้ไง พี่บอกเลิกผมนะ พี่ใจร้ายกับผมขนาดนั้น”

“พี่ขอโทษ” ฮยอนซึงก้มลงกระซิบที่ศีรษะของดงอุนก่อนจะลูบแผ่นหลังของอีกคนที่เริ่มสะอื้นอย่างปล
อบโยน ถ้าไม่ใช่ดงอุน ใครก็อย่าหวังว่าจะได้เห็นเขาในท่าทางอย่างนี้เลย!

ดงอุนเงยหน้าขึ้นสองแขนยกขึ้นเหนี่ยวรั้งจนร่างสูงโปร่งต้องทรุดนั่งบนเตียงคนไข้ ก่อนที่จะแนบแก้มที่ซูบซีดของตัวเองกับแก้มใสที่ดูตอบลงไปมากมายของฮยอนซึง

“พี่ขอโทษ” ดงอุนพยักหน้า

“ผมไม่โกรธพี่ครับ ไม่เคยโกรธเลย แต่พี่อย่าทำอย่างนั้นอีกนะครับ ถ้ามันเกิดขึ้นอีก...ผมต้องตายแน่ๆ”

“ดงอุนอา”

“ผมรักพี่นะครับ” เสียงนั้นสั่นสะอื้น อ้อมกอดกระชับแน่นราวกับกลัวว่าคนรักจะหายไปอีก

“ไม่แตกต่างกันเลยดงอุน”






....


....


มันไม่ใช่เรื่องง่ายนักสำหรับฮยอนซึง ความจริงใจชีวิตของเขาก็ไม่มีอะไรง่ายอยู่แล้ว แต่สำหรับเรื่องนี้ เขามองหาทางออกไม่เจอเลยจริงๆ
ครอบครัวของดงอุนต้องการคุยกับเขาเป็นการส่วนตัว มันกดดันซะยิ่งกว่าวันที่เขาต้องแข่งกับเพื่อนในวันสุดท้ายของการตัดสินว่าเขาจะได้เ
ดบิวต์หรือไม่เสียอีก...

ร่างสูงโปร่งของเขาโค้งทำความเคารพพ่อแม่และพี่ชายของดงอุนที่นั่งหน้าตึงอยู่ที่โซฟ
ามุมหนึ่งของล๊อบบี้ของโรงพยาบาลดัง ก่อนจะทรุดกายลงนั่งข้างๆ กับเชลีนเมื่ออีกว่าพยักหน้ารับอย่างแกนๆ

ไม่มีใครพูดอะไรก่อน ทำเอานักจิตวิทยาสาวอยากจะกรี๊ดให้หายปวดหัว แต่เอาเถอะ... ต้องเข้าใจทุกฝ่ายบ้าง

“ฉันว่ามันไม่มีประโยชน์หรอกค่ะถ้าจะนั่งกดดันกันอยู่อย่างนี้” ไหนว่าจะเห็นใจทั้งสองฝ่าย? ฮันเชลีนเอ๋ย....

“เราแค่ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหน” เป็นคุณนายซนที่เป็นคนเอ่ยขึ้น ถึงจะบอกว่ากลั้นใจทำเพื่อลูกชายก็ตาม แต่มันไม่ง่ายสักนิด

“งั้น...ให้ฉันจัดการให้ดีมั้ยคะ” คำขอของเชลีนได้รับอนุญาตพร้อมกันถึงสามคนด้วยการพยักหน้า ฮยอนซึงถึงกับงงว่ามันเกิดอะไรขึ้น? แต่นั่นไม่ทำให้อึ้งเท่าคำพูดของเชลีนหรอก

“ฮยอนซึง เธออาจจะรู้สึกไม่สบายใจนิดหน่อยกับการพุดคุยครั้งนี้ ซึ่งในที่นี่เราเป็นกันทุกฝ่าย แต่ถ้ามันเป็นสิ่งที่สามารถช่วยทั้งเธอและดงอุน พี่สาวคิดว่ามันไม่น่าจะยากเกินไปถ้าฮยอนซึงจะตอบคำถามหลายๆข้อสักหน่อย ได้หรือเปล่าคะ” บอกตามตรง ต่อให้เชลีนพูดเข้าใจง่ายสักแค่ไหนก็ตาม แต่ฮยอนนซึงก็ไม่ได้เข้าใจมากขึ้นกว่าเดิมเท่าไหร่นักหรอก แต่เขารู้แค่ว่า มันสามารถช่วยดงอุนได้เท่านั้น

“ครับ” คำตอบสั้นๆ นั้นเชลีนมั่นใจล้านเปอร์เซ็นต์ว่าฮยอนซึงคิดไม่ถึงหรอกว่าเธอจะถามอะไร...แต่เธอเชื
่อว่าสิ่งที่จะเกิดต่อไปนี้มันทำให้ทุกคนใจอ่อนลงได้

“เธอกับดงอุนคบกันมานานแค่ไหนแล้ว?” ช่างเป็นคำถามที่... มันเกี่ยวอะไรกับการช่วยดงอุน ฮยอนซึงเกือบถามกลับไปแล้ว แต่บางสิ่งที่อยู่ในแววตาของเชลีนทำให้เขากลืนคำถามลงคอ และตอบคำถามของเธอแต่โดยดี ภาพตอนพี่สาวแสนสวยคนนี้อาละวาดที่แดกูเพื่อปกป้องจุนฮยองมันยังติดตาของเขาอยู่น่ะส


“ตั้งแต่เราเป็นเด็กเทรนแล้วครับ” นานแค่ไหนก็คิดกันเอาเองแล้วกัน มินอุนถึงกับสำลักกาแฟที่กำลังจิบเข้าไป ส่วนพ่อของคนรักของเขาก็นั่งตัวเกร็งอย่างเห็นได้ชัด

“นานน่าดูเลยนะ แล้วคบกันได้ยังไง?” ฮยอนซึงมองเชลีนอีกครั้ง เขาไม่ชอบพูดเรื่องส่วนตัวเท่าไหร่นัก แต่สายตาที่อ่านไม่ออก รอยยิ้มหวานที่ดูแล้วแต่กับรู้สึกขนอ่อนลุกทั้งตัว ไหนจะอาการเอื้อมมือมาแตะแขนของเขาเบาๆ ของเชลีนนั้น...

เข้าใจเลยว่าทำไมทั้งดูจุนและจุนฮยองถึงได้กลัวผู้หญิงคนนี้นัก!

“คือ...ดงอุนขอคบกับผมครับ”

“เธอก็ยอมคบง่ายๆ ชอบดงอุนอยู่แล้วเหรอ? หรือยังไง?”

“เปล่าหรอกครับ... ผมก็ชอบผู้หญิงปรกตินั่นแหละครับ แต่กับดงอุน...”

เรียกว่าอยากดูแล เหมือนน้องก็คงไม่แปลกหรอก...






....


ในวันที่พวกเขาได้ทำกิจกรรมหลายๆ อย่าง เพราะกีกวังเคยเดบิวต์เดี่ยวมาก่อน และพวกเขาก็เป็นแบ็คอัพให้ ในการซ้อมแต่ละครั้งดงอุนที่เข้ามาทีหลังต้องยืนมองอยู่เงียบๆ ที่มุมห้องซ้อม 

เด็กหนุ่มร่างสูงนั้นขาดทั้งทักษะในการเต้น การร้องของดงอุนก็ยังไม่เข้าที่ แถมยังเข้ามาทีหลังสุด ไม่มีประสบการณ์เลย...

กีกวังเคยเดบิวต์เดี่ยว จุนฮยองก็เคยมีอัลบั้มก่อนจะออกมาเทรนที่คิวป์ ดูจุนก็เคยออดิชั่น โยซอบก็เคยผ่านมาหลายเวที ตัวของฮยอนซึงเองก็เคยมีประสบการณ์ออดิชั่นมาเยอะ แต่ดงอุนเอง น้อยมากหากเทียบกับพวกเขา

เขาพยายามอย่างหนัก แต่ก็เหมือนจะไม่ดีขึ้นนัก...

ในวันที่ดงอุนอ่อนล้าอย่างที่สุด มันก็แค่เรื่องบังเอิญที่ฮยอนซึงอยู่ตรงนั้น...

“พยายามต่อไปดงอุน เพื่อความฝันของนาย เพื่ออนาคต...ถ้ามันยังไม่พอ...คิดว่าตัวเองกำลังพยายามเพื่อใครสักคนสิ” นั่นเป็นเพียงคำปลอบโยนของผู้ชายที่แข็งกระด้างอย่างฮยอนซึง มันไม่ได้มีความหมายพิเศษอะไร แต่แววตาของเด็กหนุ่มที่มองมายังเขานั้นมันช่าง...

รู้สึกพิเศษ...มากมายอย่างบอกไม่ถูก

“ถ้ามันยังไม่พอ...ผมจะทำเพื่อพี่ก็ได้ใช่มั้ยครับ?” ฮยอนซึงไม่เข้าใจนักหรอกกับคำขอนั้น เขาก็แค่พยักหน้าส่งๆ ไปเท่านั้น








....

“ผมไม่เข้าใจจริงๆ ว่าดงอุนหมายความว่ายังไง” ฮยอนซึงพูด สายตาจับจ้องอยู่ที่แก้วน้ำใสสะอาดตรงหน้า... สายตาของดงอุนในวันนั้นเขายังจำได้ไม่ลืม...

“ผมไม่สังเกตเลยว่าดงอุนก็อยู่ข้างกายของผมเสมอ และ...เหมือนตลอดเวลาที่ผ่านไปผมก็ไม่รู้ตัวจริงๆ ว่าผมให้ความไว้วางใจกับดงอุนมากกว่าใครๆ พอรู้ตัวอีกที...”


..............


“ผมรักพี่ครับ” คำบอกรักสั้นๆ นั้นทำเอาฮยอนซึงสะดุ้งจนเผลอทำขวดน้ำตกลงพื้น หลังจากการซ้อมอย่างหนัก

“พี่คงตกใจมาก... ผมก็น่าจะรู้ แต่พี่ครับ ผมรักพี่จริงๆ ที่ผ่านมา ผมคิดเสมอว่าผมจะทำทุกอย่างเพื่อตัวของผม เพื่ออนาคตของผม เพื่อครอบครัวของผม แต่...ไม่รู้ตอนไหนเหมือนกันที่ผมพยายามเพื่อที่จะได้อยู่ข่างๆ พี่ เพื่อที่จะได้เดบิวต์พร้อมกับพี่ เพื่อที่จะได้ขึ้นไปบนเวทีเดียวกันกับพี่ ถ้าพี่ไม่รักผม ไม่เป็นไรครับ แต่อย่ารังเกียจผมนะครับ ถ้าจะต้องมีผมอยู่ข้างๆ พี่ไปอีกพักใหญ่ๆ เลยล่ะ” 

ฮยอนซึงไม่เข้าใจสักนิดกับสิ่งที่ได้ยิน ไม่เข้าใจหรอกว่าทำไมผู้ชายถึงบอกรักผู้ชาย ทำไมผู้ชายคนหนึ่งถึงรู้สึกกับผู้ชายแบบนี้ได้...ไม่เข้าใจแม้กระทั่งจังหวะหัวใจที่
เต้นกระหน่ำจนทะลุอก

“พี่ไม่เข้าใจสิ่งที่นายพูด” ฮยอนซึงบอกไปอย่างนั้นและสิ่งที่เขาได้กลับมาก็คือ...รอยยิ้มที่แสนน่ารักของดงอุน

“สักวันพี่จะเข้าใจ ถ้าพี่ยอมให้โอกาสที่จะศึกษามัน”

“ยังไง”

“ให้ผมอยู่ใกล้ๆ กับพี่สิครับ...แล้วผมจะทำให้พี่เข้าใจเอง”


..............


“เชื่อผมเถอะครับว่านั่นเป็นลูกไม้เล็กๆ ของดงอุน และผมก็เข้าใจอะไรยากจนตามไม่ทันซะอย่างนั้น สุดท้าย...” ฮยอนซึงละคำพูดนั้นเสียเฉยๆ ฝ่ามือของเขาประสานกันไว้ ริมฝีปากคลี่ยิ้มบางๆ สายตาที่มองแก้วน้ำตรงหน้านั้นอ่อนโยนอย่างที่ไม่น่าเชื่อว่าคนที่แข็งกระด้างอย่างผู้ชายที่ชื่อ จางฮยอนซึง

“ผมมีความสุขเวลาที่ดงอุนอยู่ข้างๆ เวลาที่ได้คิดถึงเขา ผมดีใจที่ชีวิตของผมมีผู้ชายชื่อซน ดงอุนเข้ามาในชีวิต เขาคือสิ่งที่หัวใจของผมขาดไม่ได้ครับ”

สายตามั่นคงของฮยอนซึงมองสบกับแววตาที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมากหลายสิบปีของประมุขซน ไม่มีแววหวั่นไหว ต่างกับวันที่ให้บอกเลิกกับดงอุนนัก

ในวันนั้นสายตาคู่นี้ราวหวั่นไหว ราวกับกำลังจะขาดใจตายอย่างนั้น...

“ทำไมถึงยอมเลิกกับดงอุนง่ายๆ” คำถามแรกที่ชายวัยกลางคนเอ่ยขึ้น...

“ถ้าคุณไม่อคติกับความเป็นเรามากเกินไป คุณจะรับรู้ได้ว่า ผมไม่อยากจะพูดคำนั้นออกไปเลย สิ่งสุดท้ายที่ผมอยากจะทำคือ การทำให้ดงอุนร้องไห้เสียใจ... แต่ถ้าผมไม่ทำมัน ดงอุนอาจจะไม่ได้ทำสิ่งที่ตัวเองรัก ซึ่งผมคิดผิด...”

“สิ่งที่เธอคิดว่าผิดคืออะไร จางฮยอนซึง” มินอุนเอ่ยถาม

“ผมคิดว่าดงอุนสามารถมีชีวิตออยู่ได้และสามารถเดินตามฝันของตัวเองโดยที่ไม่จำเป็นต้องมีผม ซึ่งผมทราบแล้วว่า...มันไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่ดงอุนจะมีอนาคต ถ้าหากเขาไม่มีผม”

“ทำไมถึงมั่นใจขนาดนั้น” ผู้เป็นพ่อถามเสียงกร้าว แต่ฮยอนซึงก็ไม่หวาดกลัว...

สิ่งที่เขาหวาดกลัวมันได้ผ่านไปแล้ว...นั่นคือการที่ได้เลิกรา และสูญเสียดงอุน... นับจากวินาทีนี้...

ไม่มีทางที่เขาจะหวนกลับไปยืนอยู่ตรงนั้นอีก...สิ่งเดียวที่ฮยอนซึงทำได้ดีที่สุดก็คือ...

การเป็นผู้ชายชื่อ จาง ฮยอนซึง ที่รัก ผู้ชายชื่อ ซน ดงอุน

และเขาจะพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็น!


“เพราะดงอุนรักผม มากกว่าชีวิตของตัวเอง... และผม... ก็รักดงอุนมากกว่าชีวิตของผมเองเช่นกัน... เราสองคนจะไม่มีทางมีคำว่าอนาคต ถ้าเราขาดกันและกัน ผมคืออนาคตของดงอุน และดงอุนคือทั้งชีวิตของผมครับ”

เหมือนกับทุกสรรพสิ่งบนโลกนี้หยุดชะงัก เหมือนกับลมหายใจของอีกสี่ชีวิตตรงหน้าของฮยอนซึงได้หยุดชะงักไป 

“ถ้าหากคุณจะให้โอกาสผมพิสูจน์คำพูดทั้งหมดของผม ได้โปรดอนุญาตให้ผมกับดงอุนคบหากันต่อไปเถอะครับ แต่ถ้าหากผมไม่มีสิทธิ์จะได้รับโอกาสนั้น...ผมก็ขอยืนยันครับ ว่าผมจะหาทางทำให้คุณยอมรับเราทั้งสองคนไม่ว่าจะต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหนก็ตาม”

ไม่มีใครพูดอะไรอีก จะว่าไปตอนนี้ใครจะพูดอะไรออกกันเล่า ในเมื่อคำพูดของฮยอนซึงมันเจาะเข้าไปในหัวใจของทุกคนจนชาดิกไปหมด... 

จะมีก็คือเชลีนที่ดูจะตั้งสติได้เร็วที่สุด เธอกระแอมไอขึ้นมา ก่อนจะส่งยิ้มชื่นชมให้กำลังใจกับฮยอนซึงที่ดูจะเริ่มได้สติขึ้นมาแล้ว...

“พี่สาวคิดว่าจะกลับไปหย่ากับอเล็กแล้วให้หมอนั่นขอพี่สาวแต่งงานใหม่อีกครั้ง ขอซื้อลิขสิทธิ์คำพูดเมื่อสักครู่เลยนะคะฮยอนซึง” มันเหมือนเป็นเรื่องไร้สาระมากๆ ที่เชลีนพูดออกมาอย่างนั้น แต่มันกลับทำให้บรรยากาศดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อแม่ของดงอุนเผลอหัวเราะออกมาเบาๆ จนโดนสามีขึงตาดุใส่ และมินอุนพึมพำอะไรสักอย่างกับตัวเองที่จับใจความได้ว่า...

“ถ้าสามีของคุณมาคาร์นี่ไม่ต้องการแต่งงานใหม่ก็บอกผมได้นะครับ... ผมจะพูดทุกประโยคที่คุณต้องการเลย” คาดว่าชาตินี้ก็คงไม่ได้พูดหรอกนะ ซน มินอุน!

เสียงกระแอมไอของชายวัยกลางคนนั้นทำให้ทุกเสียงเริ่มเงียบลง แต่กลับไม่มีอาการเคร่งเครียดอย่างเช่นก่อนหน้านี้...ก่อนที่ร่างของเขาจะลุกขึ้นยืน

“ผมขอบคุณคุณมาคาร์นี่มากที่คอยช่วยเหลือเรา” เชลีนลุกขึ้นยืนพร้อมกับฮยอนซึง เธอยิ้มบางๆตอบกลับไป

“มันเป็นหน้าที่ของดิฉันอยู่แล้วค่ะ อีกอย่างเด็กๆ เหมือนน้องชายของดิฉัน ฉันไม่อยากให้เขาเจ็บปวดทรมาน” สายตาเข้าอกเข้าใจของเธอนั้นทำให้คนเป็นพ่อพยักหน้าเข้าใจ

“ส่วนเธอ” ฮยอนซึงสูดลมหายใจเข้าปอดก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับอีกฝ่าย “เรายังไม่ได้จะยอมรับในเวลานี้หรอกนะ แต่...ถ้าอยากพิสูจน์ตัวเองก็ตามใจ ตัวฉันคงไปห้ามอะไรคนดื้อรั้นอย่างเธอไม่ได้หรอกจางฮยอนซึง”

“...” ฮยอนซึงคำนับรับคำนั้น ก่อนจะชะงักกึกเมื่อได้ยินประโยคต่อไป...

“นายยังมีหน้าที่ต้องทำกลับไปทำสิ่งเหล่านั้นก่อน ไว้พรุ่งนี้หรือวันไหนว่างๆ ค่อยมาเยี่ยมดงอุนใหม่...” ฮยอนซึงมองสบตากับอีกฝ่ายด้วยสายตาเต็มไปด้วยความดีใจ

ทุกคนก็ต่างมองไปยังคนพูดด้วยสายตาทึ่งในสิ่งที่ได้ยิน ทำเอาประมุขซนมี่ปั้นมาดขรึมมาตลอดเก้อเขินได้เหมือนกัน...

“อะแฮ่ม!... ก็ไม่ได้หมายความยอมรับอะไรนะ ผมมีอะไรหลายอย่างต้องไปติดต่อ อย่างเรื่องสัญญากับทางคิวป์ พ่อต้องติดต่อใครนะมินอุน” พอเขินแล้วก็เปลี่ยนเรื่องกันซะอย่างนั้นทำเอาตามไม่ทันแต่แค่นี้ต่อให้เข้าใจอะไรช้าอย่างฮยอนซึงก็เข้าใจละว้า..

“ขอบคุณมากครับที่ให้โอกาสเรา”

“ฉันไม่ได้พูดอย่างนั้นสักคำ...เราขอตัวก่อนนะครับคุณมาร์คาร์นี่”

“ค่ะ...”

“ต้องขอบคุณคุณมากจริงๆ นะคะ” แม่ของดงอุนและมินอุนโค้งให้กับเธอ ก่อนจะยิ้มบางๆ ให้กับฮยอนซึงที่มีน้ำตาออกมาที่หางตาเล็กน้อย

“พยายามเข้าล่ะ พ่อไม่ใช่คนหัวอ่อนซะด้วยสิ” มินอุนว่า พร้อมกับล่ำลาเชลีนอีกครั้ง...

“ผมมีโอกาสแล้วใช่มั้ยครับ” ยังไม่ทันตอบอะไรมือถือของเชลีนก็ดังขึ้น ชื่อที่โชว์หราอยู่นั้นทำเอาเถอะถอนหายใจก่อนจะกดรับสาย...

“อันยอง..โอ๊ปป้า ว้าย! อย่างเสียงดังสิ ตกใจหมดเลย...ไม่ต้องโวยวายน่า จะพาไปส่งเดี๋ยวนี้แหละ แหมๆ แค่นี้นะคะ” เชลีนวางสายก่อนจะมองแผ่นหลังของครอบครัวซนที่เดินห่างออกไป

“เธอกลับเองได้ใช่มั้ยฮยอนซึง” ร่างสูงโปร่งหันมามองพี่สาวคนสวย

“ผมยังอยากอยู่กับดงอุน...”

“พี่สาวรู้ค่ะ แต่ตอนนี้เธอต้องกลับไปซ้อมก่อนที่ ผจก.โหดจะกินหัวเอานะ ไม่ต้องห่วงหรอก เรื่องเมื่อสักครู่จะถึงหูดงอุนอย่างไม่ขาดแม้แต่คำเดียวเลยล่ะ” เชลีนพูด พร้อมกับใช้นิ้วจิ้มหน้าจอมือถือของตัวเองเข้าฟังชั่นบันทึกเสียงแล้วกดเปิดออก 

ถ้อยคำสนทนาทั้งหมดอยู่ในนั้นแล้ว ฮยอนซึงถึงกับหัวเราะไม่ออกไปเลยทีเดียว...

“ผมมั่นใจเลยว่าชาตินี้ทั้งชาติดงอุนจะไม่ห่างผมแน่ๆ” แม้จะทำน้ำเสียงสยองขวัญ แต่แววตาที่เต็มไปด้วยความสุขของเขานั้นมันช่างขัดกับทุกอย่างจริงๆ...

“พี่สาวก็มั่นใจว่าจะเป็นอย่างนั้นค่ะ...กลับไปก่อนเถอะ เรื่องดงอุนเดี๋ยวพี่สาวจัดการเอง” ฮยอนซึงพยักหน้า ก่อนจะยิ้ม

“ขอบคุณนะครับนูนาที่ช่วยเหลือผม”

“ไม่เป็นไรหรอกฮยอนซึง” น้ำเสียงของเธอช่างอ่อนโยน รอยยิ้มของเธอช่างอ่อนหวานนัก...เธอเหมือนนางฟ้าจริงๆ แค่เสียววินาทีเท่านั้นแหละที่ฮยอนซึงคิดแบบนี้

แต่วินาทีต่อมานั่นแหละ...เขาก็รู้สึกว่าผู้หญิงตรงหน้านั้น น่ากลัวซะยิ่งกว่า ตัวพิวรี่ใน เพอร์ซีแจ็คสันเสียอีก...

“พี่จะคิดค่าเหนื่อยในราคากันเองค่ะ อ่อ...บอกจุนฮยองดัวยนะว่าหนี้ที่แดกูพี่ยังไม่ได้เรียกเก็บ เตรียมตัวไว้ด้วย”


Comment

Comment:

Tweet

กรี๊ดดด ล้ำลึกมาก จางฮยอนซึง นูน่าจะทำอะไร!

#1 By Junism (58.8.235.241) on 2011-06-17 22:20