[fic B2ST]It's You! :: end

posted on 16 Jun 2011 00:36 by nimukii in fiction
It's You! :: end
 
because of you :: DooSeob x SeungWoon x JunKwang


 
 
“กีกวัง!”

“กีกวัง เดี๋ยวสิ!” เสียงเรียกนั้นโดนตอกกลับอาการสะบัดแขนหนี แถมดวงตาเอาเรื่องใส่

“มันไม่ใช่อย่างที่นายคิดนะ” 

“ผมไม่ได้คิดหรอกครับ แต่คนทั้งโลกเค้าคิด” กีกวังตอบด้วยน้ำเสียงเกือบเป็นกระชาก ก่อนจะเดินหนีไปอีกทาง จนใจจะตาม จุนฮยองเลยได้แต่นั่งหน้าเหี่ยวอยู่กับเก้าอี้

“อะไรกันน่ะ” ดูจุนโผล่หน้าออกมาถามจากห้องอัดเสียง เห็นจุนฮยองนั่งทำหน้าราวกับจะสิ้นชีพก็กลั้นหัวเราะแทบไม่อยู่

“อะไรกันเหรอ?” ฮยอนซึงก็คืออีกคนที่โผล่เข้ามาร่วมวง

“ทะเลาะกันนิดหน่อยน่ะ”

“อีกแล้ว?” อีกสองเสียงพูดขึ้นพร้อมกัน ก่อนจะพยายามกลั้นยิ้มเต็มที่

“เรื่องไร้สาระว่ะ” จุนฮยองบ่นพร้อมกับยกเอาไอแพดสุดที่รักขึ้นมา แต่ก่อนที่จะได้ทำอะไรมันโยซอบก็เดินมาตีไหล่ของเขาเต็มแรง

“ไร้สาระบ้าอะไร กีกวังเค้าคิดมากขนาดไหนนายไม่รู้หรือไง”

“ฉันไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย”

“น้อยไปสิ...ตอบทวิตทุกคน แต่กับของกีกวังไม่เคยตอบสักครั้ง” ดงอุนเสริมเข้ามาก่อนจะเมินแล้วหันไปยิ้มกับฮยอนซึง “แต่พี่ไม่เล่นทวิตผมเลยไม่น้อยใจ” 

“อะไรกันเล่า เรื่องแค่นั้นเอง”

“แค่นั้นอะไร! ทีฮงกินายทวิตซะอย่างกับเป็นคู่ผัวตัวเมีย ถามจริงเถอะใครกันแน่ที่เป็นแฟนของนาย ฮงกิหรือกีกวังอาเพื่อนของผม” โยซอบถามด้วยน้ำเสียงเอาเรื่อง ก่อนจะหรี่ตามองอีกฝ่ายด้วยสายตาบีบคั้น

“อะไรของพวกนายเนี่ย”

“เอาเถอะๆ โยซอบอย่าไปอะไรกับไอ้บ้านี่ให้มาก ทวิตก็เรื่องหนึ่ง แต่เอ็มวีตัวล่าสุดนี่สิ ซ้อมกีกวังขนาดนั้น ไม่โดนออนนีข่วนหน้ามาก็บุญแล้ว” ดูจุนเข้าไปดึงโยซอบออกมา ก่อนที่จุนฮยองจะโดนโยซอบเชือด

“พูดถึงเอ็มวีก็อีกเรื่อง... อะไร เพื่อผู้หญิงก็ซ้อมแฟนซะขนาดนั้น แถมยังพาผมกับโยซอบไปมีภาพพจน์นักเลงรุมกีกวังอาอีก นิสัย!” ดงอุนเสริมทัพ

“เรื่องเอ็มวีจุนฮยองมันโดนเชลีนนูน่าจัดเต็มไปแล้วน่า ดงอุน”

“แล้วฉันเป็นคนคิดคอนเซ็ปหรือไงเล่า” จุนฮยองเถียงพร้อมกับหันมาตวัดสายตาดุๆ ใส่ทุกคน

“นายไม่ได้เป็นคนคิดหรอก แต่นายเป็นคนทำ” ฮยอนซึงปิดประเด็นก่อนจะเดินหนีออกไปอีกคน

“พี่ฮยอนซึงพูดถูก จุนฮยองเป็นคนทำ” ดงอุนลอยหน้าลอยตาเฉิดฉายไปอีกคน ร่างสูงล่ะอยากสกัดขาให้ร่วงจริงๆ

“ปวดหัวแทน...ไปทางโน้นเถอะโยซอบ บ่ายนี้มีถ่ายละครอีก” โยซอบพยักหน้า ก่อนจะเชิ่ดใส่จุนฮยอง เดินผ่านไปโดยไม่พูดอะไรอีก เหลือแต่ร่างสูงที่ทรุดตัวลงนั่งหมดแรง มองไอแพดเครื่องโปรดนิ่งๆ

“ก็มันเขินนี่หว่า” 

ก็เขินน่ะสิ... 

การคบหาของพวกเขาไม่ใช่แบบธรรมดาเหมือนคนอื่นๆ เขาไม่ได้เป็นคู่เซอร์วิสอย่างดูจุนกับโยซอบสักหน่อยที่ไม่ว่าจะบนเวทีหรือในทวิตจะสามารถทำอะไรได้อย่างเปิดเผย 

ก็มันกลัว...เรื่องนี้มันเป็นความลับ กลัวว่าตัวเองจะเผลอแสดงอะไรออกหน้าออกตามากเกินไปจนคนจับได้ว่าอะไรๆ กันอยู่ ไม่ได้แคร์สายตาใครหรอกนะ แต่...มันก็ต้องมีบ้าง พวกเขาเป็นไอดอลนะ

อยู่บนเวทีแค่จะมองหน้ากีกวังให้เหมือนกับมองคนอื่นโดยไม่เผลอส่งสายตาที่มีความหมายให้ไปก็ยากแล้ว เรื่องทวิตนี่ยิ่งหนัก เขาเป็นคนชอบเล่นอิ๊อ๊ะอะไรกับกีกวังที่ไหน...

เฮ่อ...

“ไม่ได้ตอบทวิตไม่ได้หมายความว่าไม่รักสักหน่อย”








.............

“งานนี่กีกวังอางอนยาวแน่ พักนี้คู่นี้เขามีปัญหากันเยอะจังเลยนะครับ”

“เวลาไม่ตรงกัน ต่างคนต่างงานเยอะ จุนฮยองก็ไม่ชอบเอาใจ กีกวังก็ไม่ใส่ใจ พอกันทั้งคู่นั่นแหละ” ฮยอนซึงว่า ก่อนจะเอนหลังพิงราวระเบียงของห้องพัก

“หรือเขาจะมีปัญหากัน?” ฮยอนซึงส่ายหน้ากับคำถามของดงอุน

“อย่าไปคิดอะไรแทนเขาเลย วันนี้ว่างจะออกไปข้างนอกมั้ย?”

“เดท?”

“คิดว่าไงล่ะ” ดงอุนยิ้มก่อนจะเดินมาหยุดชิดกับร่างของฮยอนซึง

“พี่ใจดีจัง”

“ตั้งแต่เกิดเรื่องคราวโน้นเราไม่ได้ไปไหนมาไหนกันเลยนะ” 

“หลายเดือนมากแล้วด้วย”

“ที่ไหนดี”

“ที่เดิมได้มั้ยครับ?” ฮยอนซึงพยักหน้า ก่อนจะจ้องหน้าดงอุนนิ่งๆ ไม่พูดจาอะไร ริมฝีปากระบายยิ้มบาง “พี่ทำให้ผมรู้สึกว่า ตัวเองกำลังได้รับความรักที่มากมายจากพี่นะครับ” พูดแล้วก็เขินจนหน้าแดง อมยิ้มจนแก้มแทบปริ

“แค่รู้สึกหรอกเหรอ? ตรงข้ามเลยนะ พี่รับรู้ได้เลยว่าได้รับความรักที่มากมายจากนาย...ดงอุน” ร่างสูงก้มหน้า ยกมือขึ้นจับทั้งสองแก้มที่ร้อนขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

“วันนั้น...ตอนที่เชลีนนูนาเอาไฟล์เสียงมาให้ผมฟัง...ผมรู้สึกเหมือนตัวเองถูกขอแต่ง
งาน” ฮยอนซึงยิ้ม เสมองไปทางอื่น เพราะกำลังรู้สึกเหมือนกับว่าใบหน้าของตัวเองมันร้อนๆ

“พี่จะไม่พูดให้ผมฟังตรงๆ เหรอครับ” ดงอุนย้ายตัวเองมายืนข้างกายกับฮยอนซึง จ้องมองใบหน้าด้านข้างของอีกฝ่าย “ผมอยากฟังจากปากพี่อีกครั้ง”

“จำไม่ได้แล้วล่ะ” ดงอุนพองแก้ม แต่ก็อดจะยิ้มไม่ได้ รู้ได้เลยว่าคนที่เขากำลังเอนศีรษะไปพิงไหล่นั้นกำลังเขิน

“ใจร้าย” เสียงตัดพ้อไม่จริงจังนักนั้นทำเอาร่างโปร่งของอยอนซึงยิ้มสวย ก่อนจะหันมาแนบแก้มกับศีรษะของอีกฝ่าย

“คำพูดนั่นน่ะจะพูดสักกี่ครั้งก็ได้ แต่มันสำคัญตรงที่ว่า พี่จะทำได้หรือเปล่า”

“ผมเชื่อพี่ครับ ไม่ว่าเมื่อวาน วันนี้หรออนาคต” ฮยอนซึงยิ้มกับคำพูดนั้น

“ถ้านายจะให้ดอกไม้กับพี่ จะให้ดอกอะไร” ดงอุนนิ่งคิด ก่อนจะยิ้มกับคำถามเปลี่ยนเรื่องนั้น

“ดอกไอวี่ ผมเคยบอกความหมายกับพี่ไปแล้วใช่มั้ยครับ” ฮยอนซึงพยักหน้า

“ความซื่อสัตย์และมั่นคง”

“ใช่ครับ... เพราะความรักของผมมันจะมั่นคงและซื่อสัตย์กับพี่ตลอดไป” เสียงนุ่มเอ่ย พร้อมกับที่ฝ่ามือของตัวเองจับกับของอีกฝ่ายไว้ 

“พี่จะไม่ให้ดอกไม้กับนายนะดงอุน”

“พี่ใจร้ายอีกแล้ว” ดงอุนยิ้มกับเสียงหัวเราะเบาๆ ของคนรัก ก่อนจะหลับตา นิ่งฟังคำพูดของอีกฝ่าย

“พี่จะเป็นผืนดิน จะเป็นหยดน้ำที่คอยมอบชีวิต มอบทุกสิ่งทุกอย่างให้กับนาย... ซน ดงอุน” ฝ่ามือที่กอบกุมกันอยู่นั้นประสานนิ้วเข้าหากันช้าๆ และกระชับแน่นไปทุกความรู้สึก ทั้งฝ่ายมือ และในหัวใจ

“ดังนั้น นายจงเป็นกำลังใจ เป็นสิ่งมีค่าให้กับชีวิตของพี่นะ”

“ครับ...พี่”

นับตั้งแต่วินาทีนี้ไป ซน ดงอุน พร้อมที่จะฝากทั้งชีวิตให้กับ จาง ฮยอนซึง... พร้อมเสมอ พร้อมตลอดมา และตลอดไป ไม่ว่าเมื่อไหร่...

ชีวิตของทั้งสองจะเป็นของกันและกัน เป็นหนึ่งเดียว....










..........

“กลับดึกมั้ย?”

“ไม่รู้สิ” ดูจุนตอบพร้อมกับที่มือหยิบของใช้ส่วนตัวใส่กระเป๋าเป้

“ผมจะรอนะ”

“นายควรจะนอนพักเอาแรงนะโยซอบ ช่วงนี้อากาศหนาว ถึงเราจะมีวันหยุดหลังคอนเสิร์ตก็เถอะ เกิดไม่สบายขึ้นมาจะทำยังไง” ดูจุนพูดแล้วกันมาดึงเอาโยซอบเข้ามากอด “ฉันเป็นห่วงรู้มั้ย?”

“ผมก็เป็นห่วงดูจุนนะ ทำงานดึกทุกวันจะให้ผมนอนหลับสบายได้ยังไง ในเมื่อดูจุนยังไม่กลับมา”

“ฉันจะพยายามทำงานให้หนักเพื่อที่มันจะได้เสร็จเร็วๆ” โยซอบส่ายหน้ากับแผงอกแกร่ง ก่อนจะช้อนตาขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาของคนรัก

“ไม่ต้องพยายามขนาดนั้นก็ได้”

ทุกอย่างที่ฉันทำ ทุกอย่างที่ฉันคิด ทุกอย่างในชีวิต และตลอดเวลาที่ฉันหายใจ ทุกๆ อย่าง ฉันทำเพื่อนายเดียวโยซอบ ฉันเคยพูดแล้วนี่ว่าฉันจะดูแลนาย และฉันจะทำให้ได้ดีด้วย”

“แต่ไม่ได้หมายความว่าดูจุนต้องเหนื่อยขนาดนี้ไม่ใช่เหรอ?” ร่างสูงยิ้ม ก่อนจะดันร่างบางออก จับไหล่ทั้งสองข้าง จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย

“มันเป็นแค่ช่วงนี้เท่านั้นโยซอบ เชื่อฉันนะถ้าทนเหงาไม่ได้ โทรหาฉันก็ได้ ไม่ก็ทวิตให้โลกอิจฉากันไปข้างดีมั้ย?” ข้อเสนอของดูจุนนั้นดูจะไม่ถูกใจพ่อหนุ่มหน้าแบ๊วสักเท่าไหร่ ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจใช้ฝ่ามือสัมผัสที่แก้มนุ่มที่ดูจะตอบลงไปเพราะโหมงานหนักจนแทบไม่มีเวลาพักของโยซอบ ก้มลงใช้ปลายจมูกไกล่ไล้ไปตามโหนกแก้มนั้น 

“ผมจะเรียกร้องมากเกินไปหรือเปล่า ถ้าจะบอกว่าอยากมีช่วงเวลาที่โรแมนติกบ้างน่ะ” ดูจุนยิ้ม สบสายตากับดวงตาที่จ้องมองเขาอยู่

“ไม่ใช่นายคนเดียวหรอกน่า ที่ต้องการช่วงเวลาแบบนั้น ฉันก็เหมือนกัน” ร่างบางขยับเข้าหาเขาก่อนจะโอบรอบกายของเขาด้วยอ้อมแขนซุกหน้ากับซอกคอ

“รู้ใช่มั้ยว่าผมรักดูจุนมากแค่ไหน?”

“รู้สิ...ทำไมจะไม่รู้ล่ะ ฉันก็รักนายมาก”

“ครับ...ดังนั้นไอ้เรื่องกุ๊กกิ๊กกับสาวๆ หวังว่ามันจะไม่มีนะครับ” ฉึก! แรก

“มีที่ไหนเล่า...ทำงานยุ่งจะตาย”

“ครับ...งั้นแสดงว่าจะไม่มีสายเข้าตอนดึกๆ จากคุณกาอินอีกนะครับ” ฉึก! ที่สอง

“เธอโทรมาด้วยเหรอ? ไม่ยักรู้ ไม่มีอะไรพิเศษหรอก” เหงื่อเริ่มตก!

“ครับ... ก็หมายความว่าจะไม่มีข้อความ Good night จากเธออีก...ใช่มั้ย?” ฉึก! ที่สาม

“เธอคงส่งผิดมั้ง”

“ครับ...ส่งผิดมาสามครั้ง” ฉึก! ที่สี่

“อย่าคิดมากนะ ฉันไม่มีทางทำให้นายโกรธเด็ดขาดโยซอบอา”

“ครับ... ผมทราบว่าดูจุนไม่อยากให้ผมโกรธหรอก” แค่หวนกลับไปคิดถึงเรื่องเก่าๆ ที่มีตัวต้นเหตุคือฮันเชลีน ร่างสูงก็สะดุ้ง เหงื่อแตกพลัก ขนลุกอย่างไม่ทราบสาเหตุแล้วล่ะ 

“หึงล่ะสิ”

“ลองผมกลับไปคบกับเดเนียลดูมั้ย? เผื่อดูจุนจะได้รู้ว่าไอ้ หึงเนี่ย มันรู้สึกยังไง”

“ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีโยซอบอา...ฉันไม่สนใจใครหรอก เชื่อสิ”

“เพราะเชื่อไงครับ ดูจุนถึงยังเดินคล่องปร๋ออย่างนี้ ลองดูมีสิ ผมเอาตายแน่!” จัดเต็มกูแน่งานนี้!

ดูจุนยิ้ม โยกตัวโยซอบไปมาช้าๆ ก่อนจะจูบที่หน้าผากมนนั่นอย่างรักใคร่ และหวงแหน

“ฉันรักนายนะ เราอาจจะไม่ได้ผ่านเรื่องน่าหงุดหงิดอย่างจุนฮยองกับกีกวัง หรือเรื่องหนักใจอย่างฮยอนซึงกับดงอุน แต่ฉันเกือบเป็นบ้าแน่ะ กว่าจะรู้ตัวว่ารักนายน่ะ” โยซอบหัวเราะ

“เพราะอย่างนี้หรือเปล่าถึงรู้จักเชลีนนูนา” ดูจุนพยักหน้า

“ใช่... รู้ไว้เลยว่านายสามารถทำให้ฉันเป็นบ้าได้โยซอบ แค่ถ้านายไม่เหลียวแลฉัน หรือสนใจอะไรอย่างอื่นมากกว่า”

“จริงเหรอ? ผมอยากเห็นดูจุนเป็นบ้า... ผมโทรหาเดเนียลดีกว่า” โยซอบบิดตัว ตั้งท่าจะหยิบมือถือขึ้นมาทำอย่างที่ปากว่าจริงๆ

“ก่อนฉันจะเป็นบ้า ฉันจะกลายเป็นฆาตกรเสียก่อน ฉันไม่อยากให้ดัมเมเชี่ยนขาดมักเน่หรอกนะ แต่ถ้ามันจำเป็น...”

“อุ้ย! โหดซะด้วย แฟนใครเนี่ย? ผมควรจะภูมิใจหรือเปล่าครับ?”

“โยซอบอา...” ดูจุนเสียงเข้ม หรี่ตาคนในอ้อมแขน ก่อนจะยิ้ม “ถ้านายนอกใจฉัน ฉันจะจับนายขึงกับเตียง แล้วจะจัดการให้หนักเลย” คำขู่นั้นส่งผลทันตาเห็น

โยซอบตาโตเท่าไข่ห่าน ก่อนจะยิ้มและหัวเราะออกมาจนได้ เขาตวัดอ้อมแขนขึ้นโอบรอบคอของดูจุน ก่อนจะกระซิบตอบว่า

“ผมไม่นอกใจก็ได้...แต่ผมอยากโดนขึงกับเตียง” พูดมาอย่างนี้...

“พรุ่งนี้หยุด...นายโดนแน่” เสียงเค้นเขี้ยวนั้นทำเอาร่างบางหัวเราะคิกคักก่อนจะถอยออกมาช้อนตามองร่างสูงทำสีหน้าอยากจะจับเขาขึงพืดกับเตียงเต็มแก่...

“รีบไปทำงานเถอะ...เดี๋ยวจะสายนะ”

“ทีอย่างนี้ละไล่เลยนะ” โยซอบยิ้ม ก่อนจะจูบเบาที่ริมฝีปากของอีกฝ่าย

“ผมจะรอนะคืนนี้” ดูจุนพยักหน้า

“ถ้าไม่ไหวก็นอนก่อนได้เลยนะ...อย่าฝืน” อีกฝ่ายพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะจูบที่ปลายคางของอีกฝ่ายอีกครั้ง 

“ผมรออยู่นะ” พูดแล้วก็ดันร่างของอีกฝ่ายไปที่ประตูห้องนอน เพราะถ้าไม่อย่างนั้นก็คงไม่ได้ไปไหนกันพอดี...

“โยซอบ”

“หืม?”

“ฉันรักนายนะ” ดูจุนหันกลับมาพูด ก่อนจะก้มลงมาจูบที่ริมฝีปากของโยซอบเร็วๆ และรีบหันหลัง ไม่ใช่อะไรหรอก กลัวห้ามใจไม่อยู่ ยิ่งอีกฝ่ายสวมกอดจากด้านหลังแล้วพูดว่า

“ถ้าไม่ใช่ดูจุนอา ผมก็ไม่สนใจใครหรอก”

“อย่าพูดให้หลงมากกว่านี้ไหมโยซอบ ทุกวันนี้ก็โงหัวไม่ขึ้นแล้วนะ”

“ไม่รู้ละ ต้องมากกว่านี้อีก มากขึ้นมากขึ้น มากมากมากมาก...ตลอดไป”

“แน่นอนอยู่แล้ว....” ดูจุนหัวเราะ

วันนี้จะเหนื่อยแค่ไหน พรุ่งนี้จะต้องเหนื่อยอีกเท่าไหร่ ถ้าทุกอย่างมันคือการทำเพื่อ ยัง โยซอบแล้วละก็...

ให้เหนื่อยมากขึ้นอีกร้อยเท่า เขาก็ยินยอม...

จากวันนี้ ตลอดไป....







......................

หลังจากที่หนีไปสงบสติอารมณ์จากด้านนอกมา กีกวังก็เดินมาในห้องพัก เขามองไม่เห็นใครในห้องรับแขก นอกจาร่างสูงของจุนฮยองที่นั่งเขียนอะไรอยู่ขยุกขยิก 

กีกวังถอนหายใจ ตั้งท่าจะเดินเลี่ยงไปที่ระเบียงก็เห็นฮยอนซึงคุยอยู่กับดงอุน ดูแล้วคงไม่สนุกถ้าเขาเข้าไปแทรก พอจะเดินไปที่ห้องนอน เสียงหัวเราะขำของโยซอบและดูจุนก็ต้องหยุดอยู่กับที่

เฮ่อ... ต้องออกไปข้างนอกจริงๆ หรือกันนะ กลับบ้านเลยดีกว่ามั้ย?

“ถ้านายไม่ได้หลบหน้าฉัน นายน่าจะมานั่งข้างๆ ฉันนะ” เสียงของจุนฮยองทำให้กีกวังถอนหายใจออกมาอย่างเสียไม่ได้

แต่เจ้าตัวก็ยอมหมุนตัว เดินมานั่งข้างกับจุนฮยอง และก็นั่งเงียบๆ อย่างนั้นนั่นแหละ

“ตกลงโกรธอะไรฉัน?” ใบหน้าของจุนฮยองหันมามองใบหน้าหวานซึ้งของกีกวังที่ส่ายหน้าปฏิเสธ ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือไปดึงให้กีกวังขยับเข้ามาใกล้อีก

ไม่รู้จะขืนตัวไปเพื่ออะไรเพราะยังไงอีกฝ่ายก็ไม่ยอมแพ้ที่จะดึงดันให้เข้าไปใกล้ๆ

“ไม่โกรธ แล้วงอนอะไร?” ส่ายหน้าเป็นคำตอบสายตาหวานฉ่ำหลบมองยังแผ่นกระดาษตรงหน้าจุนฮยองกำลังแต่งเพลง

“ถ้าจุนฮยองกำลังแต่งเพลง ผมไปเรียกโยซอบมาให้มั้ย?”

“ทำไมต้องโยซอบ?”

“จุนฮยองมักจะแต่งเพลงได้ดีเวลามีโยซอบอยู่ด้วย โยซอบคือแรงบันดาลใจของจุนฮยอง” ประโยคนั้นทำเอาพ่อแร๊ปเปอร์ขมวดคิ้ว

“เรื่องสมัยไหน?” กีกวังไหวไหล่ “นายสนใจไปอ่านพวกทวิตพวกนั้นด้วยเหรอ?” กีกวังส่ายหน้า

“เชลีนนูนาอ่านแล้วเล่าให้ฟัง...ผมไม่มีเวลาอ่านทวิตมากนักหรอกครับ” 

“แต่มีเวลาคุยกับยับป้าปีศาจนั่น แล้วก็มีเวลางอนฉัน?”

“ผมจะฟ้องนูนา” กีกวังพองแก้มทันที ตวัดสายตาใส่จุนฮยองซะด้วย

“เอ่อ..ใช่เซ้ นายมันลูกรักของยัยปีศาจมอนสเตอร์นั่นนี่” ที่จุนฮยองพูดน่ะไม่ผิดหรอก 

ไม่ว่าจะเป็น กีกวัง โยซอบ หรือดงอุน ต่างได้รับการดูแลประคบประหงมอย่างดีจากเชลีน ถ้าเทียบกับจุนฮยอง ดูจุน และฮยอนซึงแล้วละก็ สามคนแรกราวกับลูกรักในไส้ ส่วนอีกสามคนหลังก็คือคนรับใช้ดีๆ นี่เลยล่ะ 

“กล้าต่อว่าฉันอย่างนั้นเหรออยงจุนฮยอง” เสียงนั้นไม่ได้โผล่มาจากโทรทัศน์เพราะจุนฮยองไม่ได้ได้เปิด และแน่นอนว่าเจ้าของเสียงไม่ได้โผล่มาเยี่ยมแบบเซอร์ไพร์ แต่ที่ได้ยินน่ะมันมาจาก

มือถือของกีกวัง!!

“นูนา”

“เตรียมตัวตายได้เลย ยง จุนฮยอง!” แล้วสายก็ตัดไป 

โอเค...

“ตั้งแต่เมื่อไหร่?”

“ทวิตแปลครับ” กีกวังตอบด้วยน้ำเสียงไม่ทุกข์ไม่ร้อนก่อนจะใช้นิ้วเลื่อนหน้าจอสมาร์ทโฟนในมือไปมา

“นายอยากเป็นหม้ายใช่มั้ยเนี่ย?”

“ทุกวันนี้ผมก็เหมือนคนโสดอยู่แล้วนี่ครับ” เลยจะจัดการให้เขาตายๆ อย่างนั้นสิ

“อย่างน้อยถ้าอยากให้ฉันตายก็น่าจะหาวิธีที่ทรมานน้อยกว่าส่งให้ยัยเจ๊นั่น” การส่งจุนฮยองสู่เงื้อมือของเชลีนนั้นน่ะ มั่นใจได้เลยว่าตายแน่ๆ 

“เพื่อความชัวร์ว่าผมจะไม่เสียจุนฮยองให้ใคร ผมส่งให้นูนาจัดการน่ะถูกต้องที่สุดแล้วครับ” จุนฮยองสำนึกได้แล้วว่าการปล่อยให้กีกวังคุยกับ ฮัน เชลีนมากกว่าตัวเองมันเป็นความผิดพลาดอย่างร้ายกาจ

“นายจะเสียฉันให้ใครกันล่ะ? ฮงกิ? ไม่เอาน่านั่นปาร์ตี้กรุ๊ปนะ” กีกวังยู่ริมฝีปาก ก่อนจะหันไปสบตากับจุนฮยองแล้วขยับกายเข้าไปกอดอีกฝ่ายไว้ 

“ผมไม่สำคัญเลยเหรอ? ทำไมจุนฮยองไม่สนใจผมบ้าง” จุนฮยองถอนหายใจ ไม่ได้เบื่อหน่ายนะ แต่กำลังพยายามควบคุมตัวเองอยู่

“ทำตัวเป็นแมวอ้อนอย่างนี้ นายไม่ปลอดภัยอย่างถึงที่สุดนะกีกวัง” แต่ใช่ว่ากีกวังจะสนใจคำขู่นั่นเมื่อไหร่ 

ริมฝากอวบอิ่มจูบลงที่ซอกคอของอีกฝ่ายเบาๆ ก่อนจะซุกใบหน้าอยู่ตรงนั้นนิ่งๆ ร่างกายยังคงแนบอยู่กับอีกฝ่ายมากที่สุดเท่าที่จะมากได้...

“จุนฮยองไม่เซอร์วิสอะไรแฟนเพลงผมไม่ว่า แต่ทวิต...ตั้งแต่ผมมีมัน จุนฮยองไม่เคยตอบผมเลยสักครั้ง แล้วจะ Follow กันทำไมครับ ผมอิจฉาโยซอบนะ”

“ฮยอนซึงไม่เล่นทวิต ไม่เห็นดงอุนจะคิดมาก”

“เพราะไม่เล่นถึงดีกว่าเล่นแล้ว คนที่เรารักไม่สนใจ” กีกวังย้อนด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย เหมือนกับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องดินฟ้าอากาศ แต่จุนฮยองก็ไม่ได้โง่จนไม่รู้หรอกนะ ไม่ได้คบกีกวังมาวันสองวันนี่ เป็นแฟนกันจะครบปีอยู่รอมร่อ ก่อนหน้านั้นก็ทำงานด้วยกันมาเป็นปีๆ 

อาการอย่างนี้แหละ... น่ากลัว!

“อย่าโกรธฉันสิ” กีกวังส่ายหน้า

“ผมแค่น้อยใจครับไม่ได้โกรธ” เมื่อก่อนจุนฮยองภาวนาว่าขออย่าให้กีกวังงอนแล้วเหมือนโยซอบเลย แต่ตอนนี้เจากลับอยากเจอเวอร์ชั่นของโยซอบมากกว่า

กีกวังเวลางอนน่ะ...ตั้งท่าจะจับเขาส่งให้เชลีนจัดการท่าเดียวน่ะสิ... มันน่ากลัวตรงที่ทางโน้นเล่นถึงตายนี่แหละ!

“นายรู้มั้ยว่าทำไมฉันถึงไม่เซอร์วิสอะไรเลย”

“สำหรับผม แค่สบตากับจุนฮยองผมก็อะไรไม่ถูกแล้วล่ะ อย่าพูดถึงเซอร์วิสบนเวทีเลย”

“มันก็อารมณ์เดียวกันนั่นแหละ” จุนฮยองยิ้ม ก่อนจะจรดปลายจมูกลงกับแก้มเนียนของอีกฝ่าย สูดกลิ่นหอมเข้าจนเต็มปอด

“รู้มั้ยว่าฉันกลัวว่าจะเผลอมองนายจนไม่เป็นอันทำอะไร? ฉันกลัวว่าถ้าสัมผัสนายบนเวทีแล้วจะหยุดตัวเองไม่ได้”

“ในทวิตล่ะครับ เหมือนกันหรือเปล่า”

“ตอนที่เห็นว่านายทวิตบอกรักฉันในวันเกิด ฉันถึงไม่ยอมปล่อยนายทั้งคืนไง... อย่าให้ฉันต้องแสดงอะไรออกไปเลยกีกวัง เพราะฉันรับปากไม่ได้จริงๆ ว่าตัวเองมีความอดทนมากพอหรือเปล่า”

กีกวังอมยิ้ม ขยับตัวถอยออกมาช้อนตามองจุนฮยอง... ท่าทางแบบนี้ เขาเคยบอกพ่อคนตาหวานหลายครั้งแล้วอย่าทำถ้ายังมีบุคคลที่สามสี่ห้าหก อยู่ในห้อง มันทำให้จุนฮยองจะคลั่ง เพราะสัมผัสอย่างที่ใจต้องการไม่ได้

จุนฮยองรักผมใช่มั้ยครับ” กีกวังถามพร้อมกับรอยยิ้มเปื้อนใบหน้า ก่อนจะยิ้มกว้างขึ้น เมื่อเห็นอีกฝ่ายยิ้มเก๊ก อย่างที่ชอบทำตลอด

รู้อยู่แล้วยังจะถาม...ไม่ไปถามนูนาสุดที่รักของนายเอาล่ะ คุยกันบ่อยนักนี่”

“ย๊าห์!” กีกวังทำเสียงตกใจ ก่อนจะรีบยกมือถือออกมากดโทรออก รอสายอยู่ครู่หนึ่งนั่นแหละ “นูนา...ออกมาหรือยังครับเนี่ย อย่าโมโหเลยนะครับ จุนฮยองเขาไม่ได้พูดจริงจังอะไรหรอกครับ นะครับ อย่าโกรธเลยนะครับนูนา”

จุนฮยองนิ่งฟังการสนทนานั้น ก่อนจะส่ายหน้าโดยไม่พูดไม่จาอะไร การเงียบเป็นทางออกที่ดีสำหรับตอนนี้ 

“ขอบคุณครับนูนา... ใจเย็นๆ นะครับ ครับ สวัสดีครับ” กีกวังวางสาย ก่อนจะหันมายิ้มให้กับจุนฮยอง

“เตรียมงานศพให้ฉันด้วยก็แล้วกัน” คนตาดุประชด ก่อนจะก้มหน้าก้มตาแต่งเพลงต่อ

“นูนาไม่มาแล้วครับ” กีกวังยิ้ม 

ใบหน้าหวานซึ้งขยับเคลื่อนเข้าไปใกล้ ก่อนจะให้ปลายจมูกฉกหอมแก้มของอีกฝ่าย ส่งรอยยิ้มหวานให้เมื่อจุนฮยองหันมามอง

“กล้านะเดี๋ยวนี้” ไม่มีคำตอบกลับมา มีแต่รอยยิ้มสดใสที่ทำเอาคนมองรู้สึกตาพร่าหัวใจเต้นรัวเร็ว... “นายทำให้ฉันรู้สึกหน้ามืดนะกีกวัง”

“ห๊ะ...จะเป็นลมเหรอครับ นอนลงก่อนครับเดี๋ยวผมไปเอายาดมมาให้” ไม่พูดอย่างเดียวกีกวังดึงให้จุนฮยองล้มตัวลงนอน แต่นอนหนุนตักตัวเองนะ

“เดี๋ยวนี้นายร้ายขึ้นนะกีกวัง เจ้าเด็กซื่อบื้อคนนั้นหายไปไหน”

“อยู่ตรงนี้ครับ” ปลายนิ้วสวยชี้ไปที่อกข้างซ้ายของจุนฮยอง “อยู่ตรงนี้ตลอดเวลาเลยครับ”

“ใครสอนเรื่องพวกนี้?”

“ก็ถ้าไม่ฝึกเดี๋ยวจุนฮยองไปรักคนอื่น” คนที่ได้ฟังแทบจะหลุดหัวเราะ แต่ก็ทำแค่ยิ้มแล้วนอนจ้องใบหน้าหวานตรงหน้า

“ฉันดูเหมือนคนที่จะนอกใจนายเหรอไง?”

“ใครจะไปรู้ล่ะ เดี๋ยวไปเจ๊าะแจ๊ะกับดูจุน เดี๋ยวก็ไปกอดดงอุน ไหนจะนัวเนียกับโยซอบ คู่โมเม้นต์เดิมอย่างฮยอนซึงอีก ผมหนักใจนะ แฟนผมสาวขึ้นทุกวันๆ” คราวนี้จุนฮยองหัวเราะออกมาจนได้ แต่ก็ไม่วายจับมือของอีกฝ่ายขึ้นมาจูบเบาๆ

“ก็ทำไปอย่างนั้นแหละไม่ได้มีความหมายอะไรสักหน่อย”

“ถ้าไม่มีความหมายอะไรก็ดี อย่าให้บ่อยนักสิวะ กอดดงอุนน่ะมันหน้าที่ของฉันไม่ใช่แก” เสียงที่โผล่เข้ามานั้นทำเอากีกวังขำบ้าง แต่จุนฮยองกลับชักสีหน้า

ชิส์!

“แค่ไม่กี่ครั้งทำหวง”

“ไม่อยากให้หวงแกก็กอดกีกวังสิวะ อยู่บนเวทีทำอย่างกับเกลียดกันมาสิบชาติ” คราวนี้เป็นเสียงของร่างสูงอีกคนที่เดินออกมาจากห้องนอนพร้อมกับเจ้าตัวแสบหน้าแบ้ว

“เว้ย...ทำไมพวกแกพูดมากจังวะ” จุนฮยองบ่น พร้อมกับพลิกตัวนอนตะแคงหันหน้าเข้าหาตัวของกีกวัง

“พูดมากยังดีกว่าฟอร์มเยอะล่ะ” ดงอุนพูด ได้รับเสียงโห่พอใจจากโยซอบอีก ทำเอาจุนฮยองรู้สึกเหมือนตัวเองไม่มีพวก

“นายเข้าข้างฉันใช่มั้ย?” เสียงทุ่มนั้นเอ่ยถามเจ้าของตักที่หนุนอยู่ พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมามองกีกวัง แต่คนตาหวานกลับส่ายหน้าเร็วๆ

“ไม่เอาหรอก ผมสู้โยซอบกับดงอุนไม่ไหวหรอก”

“เราพวกเดียวกันกีกวัง” โยซอบร้องก่อนจะกระโดดไปมาทำเอาดูจุนต้องรีบตะครุบเอาไว้ เพราะกลัวว่าคนรักจะล้มหงายไปซะก่อน

“ก็พวกเดียวกันทั้งหมดนั่นแหละ ยังไงเราก็เป็น Beast นะ” คำพูดของดูจุนทำให้ทุกคนเงียบเสียงลง “เงียบทำไม? ฉันพูดอะไรผิดเหรอ?”

ทุกคนยิ้ม ก่อนจะส่ายหน้า

“ไม่ผิดหรอกดูจุนอา” โยซอบพูด ก่อนจะยิ้มให้กับร่างสูง

“ใช่ ไม่ผิดหรอก พวกเราคือ Beast”

“และจะเป็นอย่างนี้ต่อไป” จุนฮยองพูดต่อฮยอนซึง

“จนกว่าจะไม่มี B2uty สนับสนุน ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้หรอก” ดงอุนพูดบ้าง

“ใช่แล้ว เพราะเราคือ Beast ที่มี B2uty สนับสนุน” กีกวังพูดพร้อมกับรอยยิ้ม

“เราจะต้องทำงานให้หนักขึ้นอีก ทำทุกอย่างให้เจ๋งขึ้นไปอีก เพื่อไม่ให้ B2uty ผิดหวัง และตัวเราผิดหวัง” ทุกคนยิ้ม ก่อนจะพูดขึ้นมาพร้อมกันว่า

“ So Beast! Fighting!”















Special

“จุนฮยอง...ดูจุนไปทำงานแล้ว โยซอบก็เดินกลับไปที่ห้องนอนแล้วด้วย”

“อาฮะ แล้ว?”

“ดงอุนกับฮยอนซึงก็ออกไปข้างนอก”

“อื้ม...แล้ว?”

“ผม...”

“อยากอิ๊อ๊ะเหรอ? ได้เลยนะที่ไหนดีล่ะ” 

“ไม่ขำเลยครับ”

“อ่าว?”

“ขาของผมเป็นเหน็บชาแล้วครับ”





The End!

อ่านจบแล้ว ฝาก opv ด้วยนะคะ ^^ http://www.facebook.com/video/video.php?v=10150108985344962

Comment

Comment:

Tweet

อะไรหัน จบแล้วงั้นเหรอ!? ไรเตอร์ เค้าชอบอ่านของไรเตอร์อ่ะ

#2 By Byuko (110.77.251.167) on 2011-07-21 00:00

กรี๊ด ดูซอบขึงเตียง??? ซึงอุ่นรักกันมากจริงๆ จุนกวังกรี๊ดด>< อิปิ้นแรดมาก 555 อ่านแล้วขนลุก

#1 By Junism (58.8.235.241) on 2011-06-17 22:46