[FIC-B2ST]Passionate chp.20 : candlelight

posted on 19 Aug 2011 00:08 by nimukii in fiction
Passionate chp.20
 
candlelight
 
 

มันกินเวลาไปเกือบสองอาทิตย์แล้ว หลังจากที่ได้รับข้อความเสียงในวันนั้น...

ขอบอกไว้ก่อนนะว่า ฮยอนซึงไม่ใช่คนติดเด็ก ติดแฟน หรืออะไรเทือกๆ นั้น แต่มันอดเป็นห่วงไม่ได้ ดงอุนไม่มาที่ร้านเขาไม่เดือดร้อนหรอก แค่ตะเพิดให้มีร์ไปเดินอ่อยเหยื่อหาแขกสักคนสองคนก็จบแล้ว.. แต่การที่เด็กนั่นยุ่งมากเสียจนไม่มีเวลาอัพเดตเกมส์เลยนี่สิทำให้อดห่วงไม่ได้...

ก็ตั้งแต่รู้จักกันมา ดงอุนเคยทำอะไรที่เป็นสาระเกินเจ็ดวันบ้างเล่า? ออกจะสมาธิสั้นขนาดนั้น...แต่ก็ไม่แน่หรอก สำหรับฮยอนซึงแล้ว...รู้จักดงอุนแค่ในร้านแห่งนี้จริงๆ รู้จักดงอุนที่คอยตามตื้อตามอ้อน.. พอให้เขาทำความรู้จักอีกฝ่ายอย่างจริงจังเขากลับรู้สึกว่า

ที่ผ่านมาเขารู้จักดงอุนแค่เสี้ยวหนึ่งเท่านั้น....

ร่างสูงอัพสเตตัสของตัวเองในเกมส์ ก่อนจะเซฟแล้วออกจากเกมส์ วางเจ้าเครื่องไฮเทคที่มีแต่คนใช้กันไว้บนเคาน์เตอร์บาร์ โดยไม่แคร์ว่าจะมีใครหยิบมันไปหรือเปล่า... สายตาจ้องมองไปยังบรรยากาศในร้าน ครุ่นคิดหลายสิ่งหลายอย่างที่ผ่านเข้ามา และผ่านออกไป...

เขาทำร้านนี้มาหลายปีแล้ว.. เหมือนจะเป็นเจ้าของแต่ก็ไม่ใช่ เขาเหมือนเป็นลูกจ้างที่มีค่าจ้างสูงเท่านั้น ถ้าจะแยกตัวออกไปก็ไม่ลำบากหรอก เงินเก็บก็พอมี ประสบการณ์ก็พอตัว

แต่จะไปเริ่มนับหนึ่งใหม่?

เฮ่อ...ถ้าจะให้ไปทำร้านโอสต์เพิ่มน่ะ เขาไม่เอาหรอก!

เบื่อตายชัก! เขาอยากจะมีกิจการอะไรเล็กๆ มากกว่าที่ไม่ต้องคิดถึงเรื่องกำไรขาดทุนอะไรเยอะแยะจะไปทำงานบริษัท? โอ้ยยยย... ฆ่าเจ้านายตายก่อนพอดี...

ช่างมันเถอะเรื่องนี้ถึงเวลาจริงๆ ค่อยคิด! ตอนนี้ยังทำตรงนี้ก็เอาให้ดีที่สุดไปก่อน แต่จริงจังเลยนะ ฮยอนซึงไม่ได้อยากจะทำร้านโฮสต์นี่เท่าไหร่นักหรอก

ตอนนี้เขาคิดถึงเรื่องของดงอุนมากกว่าอะไร...

ที่ผ่านมาไม่ใช่ไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มนั่นเล่นแง่อะไรกับเขา... ดงอุนเป็นเด็กฉลาด แต่ไม่ได้จะเชี่ยวเรื่องพรรค์นี้เสียมากมายเมื่อไหร่ ต่อให้มีที่ปรึกษาอย่างไอ้เจ้า บัง ชอลยงก็เถอะ ประสบการณ์ก็ด๋อยพอกันนั่นแหละ ไม่อย่างนั้นมันต้องดูออกไปแล้วสิว่า ปาร์ค ซังฮยอนน่ะ เอาหน้าใสๆ แกล้งแอ๊บขี้อายมาหลอกล่อ

คนเขารู้กันทั้งบาง...มันคนเดียวนั่นแหละที่ยังติ๊งต๊องอยู่น่ะ

กับดงอุน...เขายอมรับว่าหนักใจเล็กๆ ไม่ใช่เพราะต้องตั้งต้นเริ่มจีบใหม่หมดหรอกนะ ไอ้นั่นน่ะก็แค่ตามน้ำ ตามใจดงอุนไปอย่างนั้นแหละ ให้เด็กมันดีใจ อย่างน้อยก็แสดงให้เห็นว่าคนด้านชาอย่างเขาก็ใจอ่อนเป็นเหมือนกัน

ที่หนักอึ้งอยู่ก็คือ...ถ้าคบกันจริงๆ มันจะไปรอดเหรอ?

ดูก็รู้ว่าอีกฝ่ายรวยขนาดไหน ไม่ใช่เรื่องฐานะที่ทำให้เขาปวดหัวหรอก แต่เรื่องการใช้ชีวิตของแต่ละคนต่างหาก... ยังไงเสียฮยอนซึงก็มีชีวิตตอนกลางคืน แต่อีกฝ่ายมีชีวิตตอนกลางวันแถมมีภาระที่ต้องสานต่ออีกมากมายอีก...

ถ้าคบกัน...ความเป็นส่วนตัวคงไม่มีเหลือเพราะบรรดาผู้คนที่อยู่รอบตัว เท่าที่รู้นับหัวได้เลยจริงๆ ที่หวังดีกับดงอุน...

อยากเป็นคนดูแลเด็กคนนั้น ตั้งแต่วันแรกที่ได้เห็นแววตาอ้างว้าง สิ้นหวัง ความเดียวดายที่ต้องสูญเสียคนในครอบครัว เขารับรู้ได้ทันทีที่สบตา...แต่กระนั้นเอง...

ไม่ว่าจะเป็นอดีต หรือปัจจุบัน ก็เป็นเรื่องยากที่เขาจะสามารถดูแลดงอุนได้....

“หน้าเครียดจังเจ้าของร้าน” เสียงของจุนนี่เอ่ยทักขณะที่ผสมค็อกเทล

“กำลังจะคิดปิดร้านน่ะ เตรียมหางานใหม่นะจุนนี่” ประโยคตลกร้ายของฮยอนซึงทำเอาแก้วค็อกเทลร่วงจากมือพ่อบาเทนเนอร์ขวัญอ่อน ก่อนที่อีกฝ่ายจะหันมามองฮยอนซึงด้วยสายตาเว้าวอน...

“เจ้าของร้านล้อเล่นใช่มั้ยเนี่ย”

“อืม...ล้อเล่น” ได้ยินอย่างนั้นก็ใจชื้นขึ้นมานิดหน่อย เกือบโล่งใจได้ละ ถ้าไม่ได้ยินประโยคต่อมา “เปลี่ยนเป็นไม่คิด แต่ปิดเลยดีกว่า ค่าแก้วจะหักจากเงินเดือนนะ” ว่าแล้วก็ลุกหนีไปหลังร้านหน้าตาเฉย ปล่อยให้คนหล่อจอมขวัญอ่อนยืนมือไม้สั่นอยู่อย่างนั้น...

โอ้ย... รู้งี้ไม่น่าทักเล้ย... ปากหนอปาก!

 

 

 

 

 

 

 

…………………

คิดถึงจัง...

เสียงที่ดังอยู่ในหัวนั้นมันตอกย้ำที่หัวใจ จนต้องระบายด้วยการพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ แม้มือจะเปิดแฟ้ม สายตาอ่านข้อความในเอกสาร แต่สมองไม่สามารถจะเข้าใจตัวอักษรเหล่านั้นได้เลยสักที

มันมีแต่ใบหน้าของหนุ่มหน้าสวย ท่วงท่าในอิริยาบถต่างๆ ไม่แม้แต่ยามหลับใหลที่เขาเคยได้เห็นมาหลายครั้ง...

“พี่จะเป็นยังไงบ้างนะ”ดงอุนบ่นพึมพำกับตัวเอง สุดท้ายต่อให้พยายามแค่ไหน ไอ้อาการสมาธิสั้นก็ทำลายความตั้งใจที่ว่าคืนนี้จะศึกษางานให้มากที่สุดลงไป...

เขาปิดแฟ้มงานอันที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ก่อนจะโยนมันวางนิ่งไว้ที่โต๊ะ แล้วเดินออกจากห้องทำงานมาล้มตัวลงเตียงนุ่มในห้องนอน...

ปิดเปลือกตาของตัวเองลง...ขอพักสักสิบนาทีแล้วค่อยกลับไปอ่านไอ้พวกเอกสารเหล่านั้นใหม่ เขาไม่มีอารมณ์จะหยิบจับอะไรในตอนนี้... ไม่รู้ว่าเอามือถือไปวางไว้ที่ไหน ไอแพดที่มักจะเล่นเกมส์ตลอดเวลาก็เหมือนจะลืมไว้ที่ทำงาน...

ในสมองมันคิดแค่ว่า...

ฮยอนซึงเป็นยังไงบ้าง... คิดถึงจนหัวใจปวดหนึบๆ...

ฝ่ามือลูบไล้ไปตามที่นอนข้างๆ ตัว เวลาที่อีกฝ่ายมาค้างจะนอนอยู่ฝั่งนี้ กลิ่นกายของอีกฝ่ายไม่มีเหลือแล้ว เพราะทุกค่ำคืนดงอุนมักจะนอนทาบทับร่องรอยของอีกฝ่ายจนไม่เหลือทิ้งไว้แม้แต่กลิ่นหอม...

มีเพียงภาพในจินตนาการของตัวเองว่าได้ซุกซบอยู่ในอ้อมอกที่แสนอบอุ่นของฮยอนซึง

เหนื่อยกับงานที่ตัวเองไม่เคยรับผิดชอบเลย เหนื่อยกับความเอาแต่ใจของตัวเองที่เอาแต่คิดถึงใบหน้าสวยๆ ของฮยอนซึง... เหนื่อยกับการปากเร็วกับตัวเองที่ลั่นวาจาไว้ว่าถ้าเคลียร์งานทั้งหมดไม่เสร็จจะไม่ไปหาเขา...

คิดถึง...คิดถึง...คิดถึง...

“คิดถึง..จัง ดงอุนอา...” เสียงกระซิบกระซาบข้างหูมันทำให้รู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในความฝัน แต่ความจริงแล้วมันไม่ใช่...

ใบหน้าหล่อเหลาของเด็กหนุ่มหันกลับมามองต้นเสียงจนปลายจมูกปัดโดนกับริมฝีปากบางสวยของอีกฝ่าย... นิ่งอึ้ง เพราะไม่คิดว่าคนในความคิดถึงจะมาอยู่ตรงนี้

มานอนเบียดชิด โอบกอดร่างของเขาไว้ในอ้อมแขน...

“พี่...” เขาพูดได้เท่านั้น ก็ถูกริมฝีปากสวยแนบประกบเบาๆ ยังไม่ทันรับรู้รสชาติ จูบนั้นก็ผละออก...

“คิดถึง” ถ้าเป็นคนอื่นพูด อาจจะคิดได้ว่าปากหวานไม่อย่างนั้น แต่นี่มันมาจากปากของ จางฮยอนซึง คำนวณเป็นตัวเลขไม่ได้แน่ๆ ว่ามันมากแค่ไหนถึงทำให้คนฟอร์มจัดพร่ำพูดออกมาอย่างนี้...

มากมายแค่ไหนกันนะ...ที่สายตาวิบวับของเขามันสื่อออกไปมากพอหรือเปล่า?

ทำให้เขาทิ้งร้านมาได้...มากแค่ไหนกัน?

ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องพูดอะไรอีก ในเมื่อทั้งคู่รู้ดีว่าภาษากายมันบ่งบอกอะไรได้ชัดเจนมากกว่าคำพูด... ในบางครั้งมันฟ้องชัดได้ดีกว่าเสียอีก...

โหยหา...แทบจะใช้คำนี้เมื่อริมฝีปากต่างช่วงชิงความหวานจากอีกฝ่าย

เว้าวอน... เมื่อละห่างออกจากกันเพียงเล็กน้อย...

วูบไหว...เมื่อได้สัมผัสผิวกายซึ่งกันและกัน...

วาบหวิว....ในทุกสัมผัสที่ได้ลูบไล้...

เสื้อผ้าคือสิ่งไร้ค้า ที่ไม่มีความจำเป็นในตอนนี้ ถูกสละทิ้งอย่างไม่ใยดี ก่อนที่ทั้งสองร่างจะโถมเข้าหากันราวกับจะขาดใจหากแยกห่างกันอีกเพียงนิด...

ผิวกายอุ่นจัดช่างน่าหลงใหล แม้เด็กหนุ่มจะไม่ใช่คนขาวจัด แต่กลับเชิญชวนให้ประทับรอยจูบไปเสียทุกตารางนิ้ว ปลายลิ้นปรนเปรอความหวามไหวที่ยอดอกชูชัน ขยับกายเบียดแทรกเข้าหาจนแนบชิด

ขยับเคลื่อนแก่นกายให้สัมผัสโดนกัน ถูกปลุกปั่นจนเผลอร้องครางออกมาอย่างยากจะห้ามใจ ร่างกายบิดเกร็งสะท้าน เมื่อถูกรุกเร้าจากริมฝีปากอุ่นจัดที่ทำหน้าที่สำรวจไปทุกสัดส่วนของเรือนร่าง พร้อมฝ่ามือที่ลูบไล้ไม่ห่าง...

ร่างสูงถูกจับพลิกคว่ำ แผ่นหลังมีแผงอกอุ่นของเจ้าของอ้อมกอดแนบชิด ซอกคอถูกจู่โจมจากปลายจมูกโด่ง ซุกไซร้เรียกร้องไม่ต่างจากฝ่ามือที่เลื่อนลงต่ำไปเรื่อยๆ

เสียววูบไปทั้งร่าง เมื่อร่างกายถูกสัมผัส หยัดแขนรองรับร่างกายที่ทิ้งน้ำหนักทาบทับมาทั้งตัว สะกดกลั้นเสียงร้องเมื่อความจุกเสียดเบียดแทรกเข้ามาในความรู้สึก...

แต่ก็เพียงชั่วครู่เมื่อต่อจากนั้นร่างกายของทั้งคู่ต่างขับเคลื่อนไปด้วยกันอย่างเป็นจังหวะ... เด็กหนุ่มหยัดกายรับแรงกระแทกเข้าสู่ร่างกาย ประท้วงด้วยน้ำเสียงกระเส่าเมื่อคนรักเพิ่มจังหวะร้อนแรงจนตามแทบสำลักความสุข

สะโพกขยับรับตอบโต้จังหวะสอดแทรกนั้น ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดไปทั่วแผ่นหลังเมื่อฝ่ายรุกล้ำต้องการจะมอบความสุขให้เขาจนล้นปรี่... หวามไหวไปกับทุกรสชาติ...

แรงขยับทำเอาทรงตัวแทบไม่ได้ ใบหน้าแนบกับหมอนนุ่ม ดวงตาปรีปรือ ริมฝีปากเผยอร้องครางน้ำเสียงหน้าอายออกมาไม่หยุดหย่อนกับความวาบหวามที่เกิดขั้นทั้งหมด รับทุกจังหวะความสุขสมเข้ามา...จนทนไม่ไหว...

ทะลักทลายออกมา...ความหอมหวานแห่งรสรัก...

แผงอกอุ่นของอีกฝ่ายยังคงแนบชิดอยู่ที่แผ่นหลังของเด็กหนุ่ม ลมหายใจอุ่นจัดเป่ารดที่ซอกคอ ริมฝีปากที่จูบไล่ไปตามหัวไหล่อ่อนโยนจนอดอมยิ้มไม่ได้...ตราบจนเสียงกระซิบข้างหูว่า...

“รัก...นะ...ดงอุนอา” เขาก็ตอบกลับไปได้เพียงแค่ว่า...

“เหมือนกันครับ”

ปิดเปลือกตาลงช้าๆ ยิ้มกับความอบอุนที่ได้รับ... ไม่ต้องทนทรมานกับความคิดถึงอีกต่อไปแล้วในค่ำคืนนี้...

หลับใหลไปพร้อมกันด้วยความรู้สึก...รักที่อิ่มเอม...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

..................................

“โยซอบ...เป็นอะไรเหรอ?” เสียงนุ่มนั้นดังอยู่ใกล้ๆ เจ้าของชื่อได้แต่ระบายยิ้มแล้วส่ายหน้า “อย่าโกหกผมสิ” แม้จะดูเป็นหนุ่มนุ่มนวลแต่จินอุนก็มีบางอย่างที่ดูน่าเกรงขาม

อย่างน้อยๆ คนที่โกหกอย่างโยซอบก็รู้สึกว่าโดนจับผิดจนได้....

“ผมแค่คิดอะไรนิดหน่อยครับ” เขาตอบแล้วทำทีห