[FIC B2ST]What will i do? part.11

posted on 28 Aug 2011 01:35 by nimukii in fiction
What will i do? part.11
 
JUNKWANG OR KWANGJUN?
 
 
 
ร่างผอมเพรียวนั่งนิ่งอยู่ที่ขอบเตียงในห้องพักของตัวเอง ไต้หวันแฟนมีทจบไปแล้ว ทุกคนเหนื่อยล้า...คิดว่านะ คิดว่าทุกคนคงเหนื่อยล้ากัน...แต่สำหรับจุนฮยอง ไม่รู้สินะ เขาไม่รู้ว่าตัวเองควรจะเหนื่อยดีหรือเปล่า

ถ้ามันจะเหนื่อยก็คงเป็นหัวใจละมั้ง... เพราะดูเหมือนมันจะใกล้หมดแรงไปทุกทีแล้ว...

มันก็ไม่ได้ผ่านอะไรไปนานเท่าไหร่ แต่ทำไมมันเหมือนช่วงเวลาไม่รู้จักจบสิ้นเสียที

“ฮยอง...ผมออกไปห้องของฮยอนซึงฮยองนะ” เขาไม่จำเป็นต้องบอกกล่าวคำบอกกล่าวนี้ของมักเน่สินะ

หูได้ยินเสียงปิดประตูดังและเงียบไปแล้ว ร่างที่นั่งอยู่นิ่งๆ เริ่มสะท้านน้อยๆ ให้รู้ว่าเจ้าตัวกำลังอดกลั้นอย่างถึงที่สุดเพื่อไม่ให้มันสั่นไหวไปมากกว่านี้ เสียงโทรศัพท์มือถือที่กรีดร้องดังขึ้นมา เขาไม่แม้จะหันไปมองด้วยซ้ำว่าใครโทรมา ก็คงเป็นคนเดิมๆ ที่โทรหาเขาบ่อยๆ ในช่วงนี้ ซึ่งเขาไม่มีอารมณ์จะรับสาย

เพราะในหัวมันมีแต่ภาพที่เห็นมาก่อนหน้านั้นไม่กี่ชั่วโมง

ในงานไต้หวันแฟนมีต... กีกวังหอมแก้ม ยังโยซอบ...

 

มันน่าโกรธใช่มั้ย?

ทำทั้งที่รู้ว่าเขาก็รู้ว่าทั้งสองคนเคยคบกัน ทำทั้งๆ ที่รู้ว่าเขาต้องเห็น...ทำทั้งที่รู้ว่าเขาต้องเสียใจ...

แต่เขาโทษกีกวังไม่ได้...ต่อว่าไม่ได้... แม้แต่จะขุ่นเคืองก็ไม่มีสิทธิ์

“บ้าที่สุด” เขาได้แต่สบถออกมา... ทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้...

มันผิดที่ใคร? ผิดที่เขาเหรอ? เขาผิดใช่มั้ย? เขารู้เรื่องอะไรด้วยเล่า...

ก็เห็นว่าน่ารักดี เคยไปเที่ยวด้วยสองสามครั้ง แต่กลายเป็นว่าเขาเป็นผู้ชายที่มีแฟนแล้ว... รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่โดนผู้ใหญ่เรียกเข้าไปสวดยับ และต้องหุบปากให้สนิทฟังข่าวที่ทางค่ายออกมาแถลงข่าวว่าเขา...

ยง จุนฮยองคบกับ คู ฮาร่า...

เออ...ดีนะ...ดี...

มาก...

ประเด็นมันไม่ใช่ว่าเขาคบใคร? หรือใครจะออกมาประกาศตัวก่อน แต่มันอยู่ที่ว่า... คนที่เขารักไม่มองหน้าเขาตรงๆ อีกเลย!

ทำอะไรก็แค่พอผ่านๆ งานที่อีกฝ่ายมีเยอะอยู่แล้วเขาก็รู้สึกว่ามันเพิ่มมากขึ้นจนน่ากลัว...ทั้งที่นอนอยู่ที่เตียงติดกัน แต่กลับสามารถมองได้เพียงแผ่นหลังของอีกฝ่าย

ทั้งที่จับมือกัน...แต่ทำไมเขากลับไม่รู้สึกถึงความอบอุ่นเช่นทุกครั้ง...

ทั้งหมดไม่เจ็บปวดเท่ากับคำตอบที่เขารวบรวมความกล้าเข้าไปถามหรอกนะ...รู้อย่างนี้... รู้อย่างนี้...

 

 

 

 

................

“ทำไมต้องทำขนาดนั้นด้วย” จุนฮยองเดินมาดักหน้าของคนที่กำลังเดินก้มหน้าก้มมาตาหวังจะเข้าห้องพักให้เร็วที่สุด เพื่อนสมาชิกในวงที่เดินตามมาต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ก่อนจะเป็นโยซอบที่ชิ่งพูดขึ้นก่อนว่า...

“เรื่องนี้ฉันไม่เกี่ยวนะ อย่าลากเข้าไปเอี่ยวด้วยล่ะ” พ่อนักร้องนำของวงออกตัวแล้วเดินเลี่ยงไป คนอื่นๆ ต่างก็ทำแบบเดียวกัน เหลือเพียงแค่สองคนที่ยืนมองหน้ากัน ไม่สิ มีแค่จุนฮยองเท่านั้นมั้งที่มองหน้าอี กีกวัง เพราะอีกฝ่ายทำแค่ถอนหายใจแล้วมองเลยไปด้านหลังของเขาเสียอย่างนั้น

“มันจำเป็นต้องทำแบบนั้นหรือไง” จุนฮยองถามอีก และกีกวังก็ยังคงเงียบ ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างไม่มีอะไรจะทำ และวินาทีนั้นเองที่จุนฮยองไม่แน่ใจแล้วว่า...

เขาคิดดีแล้วหรือเปล่าที่อยากให้กีกวังมองสบตา และอยากให้กีกวังตอบคำถามของเขา

สายตาที่เคยมองเขาอย่างอ่อนหวาน แววตาที่แฝงความลึกซึ้งทุกครั้งที่ได้มองสบกัน...

ไม่มีเลยสักนิด...สิ่งที่เคยได้รับเหือดหายไปตั้งแต่ตอนไหน...

ที่กำลังมองเขาอยู่ตอนนี้ไม่ใช่แววตาที่แสนเย็นชา แต่มันกลับว่างเปล่า ไม่มีความหมายอะไรเลยสักนิด...

ไม่มีอะไรเลย.....

แล้วคำตอบเล่า...มันจะทำให้ความรู้สึกของเขาไร้ค่าไปมากกว่านี้หรือเปล่า...

“ผมไม่ได้เห็นว่ามันจำเป็นอะไรมากมายหรอกครับ แต่ผมอยากทำ กับใคร ก็เรื่องของผม แค่นั้นเอง” เป็นยังไงล่ะ นี่ไง อาการหาปากไม่เจอ... “แต่ที่จำเป็นต้องตอบคือ...ผมว่ามันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคุณ”

พูดจบกีกวังก็เดินเลี่ยงผ่านไป ปล่อยให้จุนฮยองยืนค้างอยู่ตรงนั้น กว่าจะตั้งสติได้กีกวังก็เกือบจะเดินเข้าห้องไปแล้ว เขาออกตัวเดินไปดึงแขนของอีกฝ่ายไว้ แต่ก็เป็นอันได้ค้างรอบสองเมื่อพ่อตาหวานที่เปลี่ยนโหมดเป็นโกรธแบบออกสื่อปัดมือของเขาออก

“ถ้าจะหึงจะหวงละก็ ผมว่าคุณทำผิดคนแล้วล่ะ ผมชื่อ อี กีกวัง ไม่ใช่ คู ฮาร่า”

เจ็บ...

...............

ถ้ารู้อย่างนี้... ไม่น่าจะเอ่ยถามอะไร....

เขาก็น่าจะรู้ว่า อี กีกวังเวลาโกรธน่ะเป็นยังไง ไม่ใช่ว่าไม่เคยเจอกับตัว แต่ครั้งนี้เขาไม่คิดจริงๆ ว่ามันจะเกิดเรื่องแบบนี้ ทำไมไม่ถามไม่ฟังเขาอธิบายอะไรบ้าง ทำไมถึงฟังแต่คนอื่นที่ไม่ใช่เขา ทำไมต้องมาจบลงอย่างนี้ด้วย....

ภาพแผ่นหลังของกีกวังที่ลับไปเพราะบานประตูปิดลง มันหลอนสติเขาได้ชะงักนักล่ะ จนถึงวินาทีนี้ จุนฮยองเองยังไม่เข้าใจว่า เขายังนั่งหายใจอย่างนี้ได้ยังไง...

เพราะเขากำลังรู้สึกว่า...ตอนนี้มัน...ไม่มีอะไรเหลือแล้วจริงๆ

“ดงอุนอาขอยืมเกมส์ที่เพิ่งโหลดมาหน่อยสิ” เสียงเอ่ยทักนั้นไม่ได้ทำจุนฮยองสนใจหรอก เพราะเขาไม่ได้ชื่อ ซน ดงอุน แต่...ที่ทำให้เขารีบหันไปมองยังต้นเสียงเพราะว่า...

นั่นคือเสียงของ กีกวังต่างหาก

อีกฝ่ายยืนอยู่ที่ประตูห้องที่เปิดค้างไว้ แต่ไม่ได้มองตรงไหนเป็นพิเศษ สอดสายตามองไปทั่วห้องแต่ก็ไม่ยักจะเห็นคนที่ต้องการจะพบ ก่อนจะก้าวเข้ามาให้ห้อง ทำเอาคนที่นั่งมองอยู่ใจเต้นแรง

กีกวังอาจจะไม่ได้โกรธเขามากอย่างที่คิดก็ได้...

อย่างนั้นหรือ?

ร่างสมส่วนของกีกวังเดินมาทางที่จุนฮยองนั่งอยู่ หัวใจของคนที่นั่งรออยู่เต้นรัวเร็ว  ยิ่งเมื่อร่างของคนรักลดระยะห่างด้วยการก้าวเข้ามาอย่างสม่ำเสมอนั่นอีก...

ลุกเถอะลุกไปคุยกันให้เคลียร์...

แต่ยังไม่ทันได้ขยับตัว กีกวังที่เดินเข้ามาใกล้ ก็ทำลายความตั้งใจทั้งหมดของจุนฮยองด้วยการเดินผ่านหน้าของเขาไปหยุดที่ประตูห้องน้ำ

อีกฝ่ายลองเคาะอยู่สองสามครั้ง ก่อนจะเปิดประตูห้องน้ำเข้าไปดู แล้วก็ถอนหายใจ หมุนตัวเดินผ่านหน้าจุนฮยองไปอีกครั้ง เพื่อมองไปทางระเบียงห้องพัก เผื่อว่าจะได้เห็นร่างสูงของมักเน่ แต่ก็ต้องผิดหวัง เลยเดินไปที่ประตูห้องที่เข้ามานั่นแหละ...

ไม่มีสักวินาที่ที่มองมาทางจุนฮยอง...ไม่มีเลยสักนิด...ไม่มีเลย....

ไม่เห็นใช่มั้ย? หรือว่าไม่ต้องการจะเห็น...

ใจร้าย...ใจดำเกินไปแล้ว...

“นายเกลียดหน้าฉันขนาดนี้เลยหรือไง อี กีกวัง” เขาไม่ได้ตั้งใจจะพูดให้ร่างที่กำลังจะเดินออกจากห้องไปหยุดชะงัก เหมือนจะเป็นการพูดกับตัวเองมากกว่า แต่มันก็หยุดการเคลื่อนไหวของคนที่โดนต่อว่า ว่าใจร้าย(ในใจ) ได้เช่นกัน

จุนฮยองมองแผ่นหลังของอีกฝ่ายนิ่ง กัดริมฝีปากของตัวเองจนเจ็บ ถ้าหากแรงอีกนิด เขาอาจจะเลือดซิบเลยก็ได้ แต่นั่นมันไม่เท่ากับอกที่กำลังปวดหนึบๆนี่หรอก...

“พูดกับผมอยู่หรือเปล่าครับ?” คนโดนถามร้อนไปทั้งขอบตาทั้งสองข้าง เมื่อได้สบตากับอีกฝ่ายตรงๆ

ถ้าอยากจะฆ่าเขา ก็ช่วยเอามีดมาแทงอกให้ตายในทีเดียวเลยเถอะ อย่ามามองเขาด้วยสายตาไร้ความรู้สึกแบบนี้... เขาทนไม่ไหวแล้ว....

ไม่ไหวจะให้หัวใจมันทนแล้ว....

จุนฮยองหันหน้าหนีสายตาว่างเปล่านั้น ซบใบหน้ากับฝ่ามือของตัวเองแล้วส่ายหน้าไปมา พยายามกลั้นอาการสะอื้นของตัวเองอย่างสุดความสามารถ....ไม่อยากร้องไห้...

แม้จะรู้ว่าทนไม่ได้ก็ตาม....

“ฉันไม่สิทธ์จะพูดอะไรกับใครทั้งนั้นนั่นแหละ ตั้งแต่แรกอยู่แล้วนี่ ทั้งนายทั้งทุกคนพูดไปกันหมด ฉันมีหน้าที่แค่หุบปากแล้วอยู่เฉยๆ ไม่ต้องทำอะไร เจ็บให้ตายยังไงก็ไม่มีใครฟังฉัน ให้ขาดใจตายก็คงไม่มีใครมาสนใจ ไม่มีค่าอะไรอยู่แล้ว ไม่สำคัญ ไม่ทุกอย่าง ไม่ ไม่ ไม่” จุนฮยองตัดพ้ออยู่คนเดียว ไม่คิดว่าจะมีใครมายืนฟังนักหรอก...

ใช่แล้ว เสียงของเขา คำพูดของเขา ใครมันจะอยากได้ยิน  ยิ่งคนที่อาจจะเดินออกจากห้องไปแล้วนั่นยิ่งไปกันใหญ่... ถ้าไม่จำเป็นต้องทำงานร่วมกัน คงไม่มีทางได้ยืนหายใจอยู่ใกล้ๆ กันหรอก...

มีแค่เขาคนเดียวเท่านั้นที่ฟังเสียงร่ำร้องของตัวเอง...

“ก็ทำตัวเองทั้งนั้นนี่ครับ โทษใครได้ล่ะ ผมผิดหรือไงที่คุณไปคบกับเธอคนนั้นน่ะ” แค่ชื่อก็ยังไม่อยากจะเอ่ยถึงแล้ว กีกวังถอนหายใจพรืดทรุดกายลงมานั่งข้างๆ กับ...อืม จะเรียกว่าแฟนดีมั้ยล่ะ ก็เขาเปิดตัวกนขนาดนั้น แล้วตัวของเขาเองจะเป็นอะไรดี...

แฟนเก็บคงไม่ไหว...ผิดศีล

หึ..น่าขำแหะ เล็งมาก่อนตั้งนาน แต่ดันชวดซะได้...

“หน้าของฉันเหมือนอยากให้เรื่องมันเป็นแบบนี้หรือไง เคยไปเที่ยวกับเธอสองสามครั้งจริง ใครจะไปรู้ว่ามีรูปออกมาแบบนั้น แล้วฉันได้ออกไปพูดอะไรบ้างมั้ย? มีแค่คนนั้นพูด คนนี้ว่า...” จุนฮยองหันมาแห้วเขาใส่คนที่ไม่รู้ว่าเดินเข้ามาใกล้ตั้งแต่ตอนไหน รู้ตัวก็โดนโยนความผิดใส่หน้าพร้อมกับใบหน้าไม่รู้ไม่ชี้อีก...

จะให้เขาคิดว่า เขาผิดตั้งแต่เกิดมาชื่อ ยง จุนฮยองเลยใช่มั้ย

“อยากพูดอะไรมั้ยล่ะ แถลงข่าวเลยสิ เก็บกดนี่ประกาศไปเลยมั้ยว่าความจริงไม่ได้ชอบผู้หญิง แต่ชอบผู้ชายชื่อ อี กีกวังน่ะ เอามั้ย ผมไปบอกท่านประธานให้” กีกวังสวนกลับด้วยอารมณ์เดือดที่ใกล้เคียงกัน

ลองมาเป็นเขามั้ย ตอนรู้ข่าวน่ะรู้สึกยังไง ทำหน้ายังไง...

อยากสบถเป็นคำหยาบคายจริงๆ

“นายกล้ามั้ยล่ะ เอาเลยเซ่ เอาเลย ฉันมันไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว ที่เป็นอยู่ก็ๆไม่มีอะไรดีทั้งนั่นแหละ ประสาทจะกินไหนจะผู้หญิงไหนจะแฟนเก่านาย เกาหลีมันรับรองการจดทะเบียนสมรสผู้ชายกับผู้ชายมั้ยวะ บินกลับไปจดมันเดี๋ยวนี้เลย ฉันจะถ่ายสำเนาแจกมันให้ทั่วเอเชียเลย ใครไม่รู้บอก จะสปอนเซอร์โฆษณามันทุกช่วงรายการ ลงหนังสือพิมพ์ด้วยมั้ย จะได้เลิกยุ่งกับฉันกับนายสักที เอาเลยมั้ย” จุนฮยองโวยวาย ลุกพรวดขึ้นตะเบ็งเสียง ก่อนจะทรุดลงกับพื้นเพราะอยู่ๆ ก็เกิดหมดแรง แต่ยังไม่วาย

“ถุ่ย! กูซวยอยู่คนเดียว”

แล้วทีนี้คนที่ตั้งท่าโกรธตั้งแต่แรกจะไปต่อยังไงดีล่ะ ประเด็นมันถูกเบี่ยงเบนไปเรียบร้อย โดยที่คนโวยวายไม่รู้ตัว พ่อคนตาหวานเลยได้แต่กระพริบตาปริบๆ แล้วอมยิ้มน้อยๆ

“ยิ้มทำหอกอะไร มีความสุขนักรึไง ฉันร้องไห้เนี่ย ฉันร้องไห้ ปลอบสิโว้ย ไม่ใช่มายิ้มอ่อยให้อยากแบบนี้ แล้วไอ้เด็กมารโยซอบนั่นอีกนะ คราวหน้าก็ได้กันบนเวทีให้ชาวบ้านชาวเมืองเขาดูไปเลยไม่ต้องมาสนมาแคร์ไอ้คนอย่างฉัน มันไม่ดี มันเลว ชัดเจนมั้ย” กีกวังเลิกคิ้วทำหน้างงจัด เอาแล้วมั้ย...

วงแตกกกก

วีนแตกกกก

เหวี่ยงได้...เร้าใจไปมั้ยเนี่ย สุดที่รักของใครหว่า....

“สรุปว่ารักโปรโมท? แล้วผมมีอะไรกับโยซอบก็ได้?” จุนฮยองลุกพรวดยืนมองคนพูดด้วยสายตาเขียวปัด

กูอยากกระโดดข่วนไอ้หน้าหวานๆ ยิ่มสวยๆ นี่ชิบหาย!

ถ้าไม่รักนะ ถ้าไม่รัก....

“ลองดู...ลองมีดู ลองทำให้เห็นอีก ฉันเอานายตายแน่ อี กีกวัง...ลองทำดู!” ไม่ใช่แค่ตาแหะที่โหด น้ำเสียงตอนนี้นี่ก็แบบ...

น่ากลัวจังนะนั่น

“โอเค...งั้นผมไปลองมีเดี๋ยวนี้แหละ” ว่าแล้วก็ลุกขึ้นหน้าตาเฉย ทำท่าจะเดินไปทำอย่างที่ปากว่าจริงๆ ไอ้คนที่วีนเหวี่ยงอยู่เลยรีบได้สติพุ่งเข้าไปหากระชากแขนจนอีกฝ่ายหันกลับมาแทบไม่ทัน

“จะมีใช่มั้ย...อยากมีนักใช่มั้ย เออ...ได้! ได้มีเดี๋ยวนี้แหละ” จุนฮยองตะคอก ก่อนจะใช้สองมือจับใบหน้าของกีกวังไว้แน่นแทบจะเรียกว่ากระแทกปากให้โดนกันเลยก็ได้...

กีกวังเซถอยหลังไปหนึ่งก้าว ก่อนจะใช้ทั้งสองแขนกอดประคองร่างที่โผเข้ามาหา ตั้งตัวอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเริ่มตอบสนองจูบรุนแรงนั้น เพื่อกระชากอารมณ์ของคนที่เหวี่ยงหลุดโลกให้กลับมาเข้าที่เข้าทาง อะไรๆ มันจะได้เข้าสู่สภาวะเข้าด้ายเข้าเข็มสักที

เมื่อรับรู้ถึงปลายลิ้นอุ่นของคนรักที่ไล้แตะตามริมฝีปาก และพยายามเข้ามาช่วงชิงความหวานในโพรงปาก มันไม่ใช่เรื่องเลยสักนิดที่เขาจะเอาแต่โวยวายโมโหแล้วไม่ตอบรับคำเชิญชวนนั้น จุนฮยองเปิดปากแลกความหวานในปากด้วยปลายลิ้นที่เกี่ยวพันกัน และเริ่มผ่อนแรงความโมโหก่อนหน้านี้ลง จนเปลี่ยนเป็นโอนอ่อนไปกับรสจูบที่เพิ่มดีกรีความหวานขึ้นนับเท่าตัว

มือที่เอาจับคอเสื้อของอีกฝ่ายคลายออกแล้วค่อยๆ ลูบไล้โอบรอบลำคอแข็งแรงพร้อมกับเบียดร่างของตัวเองเข้าหา ตอบรับจูบอย่างไม่ลดละ

คงต้องบอกว่าเขาโกรธจนลืมอายไปแล้วละ...เพราะขนาดโดนผลักให้ล้มหงายลงเตียงและถูกร่างของกีกวังขึ้นคร่อมไว้ ยังไม่แคร์แม้จะอยู่ในโพซิชั่นที่เคยไม่ปลื้มมาก่อนอย่างนี้

ประเด็นมันไม่ได้อยู่ตรงที่ใครจะรับใครจะรุก ณ จุดนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ...เขาต้องการ อี กีกวัง ไม่ว่าจะรูปแบบไหนก็ตาม...

ชัดเจนมั้ย? ว่าผู้ชายคนนี้ต้องเป็นของเขา...คนเดียว!

มันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วไม่รู้ว่าอะไรเข้าสิงแต่ละคน แต่ที่แน่ๆ ต่างคนต่างหน้ามืดไม่สนใจอะไรแล้ว เสื้อพงเสื้อผ้ากระจัดกระจายไม่รู้ของใครเป็นของใคร ไอ้ที่น่าสนใจกว่าเรื่องพวกนั้นคือร่างกายเปล่าเปลื่อยของอีกฝ่ายต่างหากเล่า...

จุนฮยองไล่สายตาไปตามผิวเนียนของกีกวังกล้ามเนื้อแข็งแรงชวนให้เขาฝังเขียวลงแรงๆ สักทียั่วยวนสายตาของเขา

มันไม่ได้มีความโรแมนติกอย่างในนิยายรักหรอก เขาไม่รู้ว่าผู้ชายสองคนถ้าต้องการแสดงความรัก ความต้องการซึ่งกันและกันต้องทำยังไงบ้าง...

เขาไม่รู้ว่าถ้าอยากสัมผัสอีกฝ่ายจนใจแทบขาดต้องเริ่มแตะต้องตรงไหนก่อน หรือว่า ถ้าอยากให้อีกฝ่าย