[FIC B2ST]Passionate chp.25 :: intro to the end

posted on 01 Oct 2011 10:56 by nimukii in fiction
Passionate chp.25
 
Intro to the end
 
 
 

Passionate Intro to the end

 

เสียงกรีดร้องของมือถือที่ดังรบกวนเช้าอันแสนจะสุขอยู่นั่นทำเอาร่างสูงที่นอนกอดคนรักอยู่หงุดหงิดอย่างไม่ต้องหาคำอะไรมาบรรยาย

จุนฮยองขยับตัวอย่างเชื่องช้า เอื้อมมือไปควานหาต้นตอของเสียงโดยที่แขนอีกข้างยังเป็นหมอนให้ผู้ใหญ่ขี้เซาบางคน

เหอะ...นอนสบายเหลือเกินนะ ซุกเข้ามาสิ อุ่นล่ะซี่

จุนฮยองค้อนขอดคนที่เอาแต่หลับอุตุ แถมยังขยับตัวเข้ามาซุกที่อกของเขาเพื่อหาไออุ่น ไม่ได้รำคาญนะ ขอบอก...ชอบต่างหาก...

“ครับ” เขากรอกเสียงงัวเงียลงไปโดยที่ไม่ได้มองเบอร์คนที่โทรเข้ามา อยากจะแสดงให้เห็นว่า ท่านโทรมากวนเวลานอนของผมครับ วางได้ก็วางไปเลยนะ

แต่...เมื่ออีกฝ่ายแจ้งมาที่ไปของการโทรเข้ามาตอนนี้ก็ทำเอาจุนฮยองตื่นเต็มที่เพียงชั่ววินาทีเลยทีเดียว แถมยังนั่งอึ้งอยู่อีกเกือบนาทีเมื่ออีกฝ่ายวางสายไปแล้ว...

ที่เขาได้ยินนั้นมันอะไรนะ....

“กีกวัง! กีกวังตื่นเถอะตื่นได้แล้ว” จุนฮยองปลุกคนรักลุกพรวดขึ้นจนศีรษะของอีกฝ่ายหล่นจากแขน ทำเอาไม่อยากตื่นก็ต้องตื่น

“มีอะไรครับจุนฮยอง” เสียงงึมงำนั้นงัวเงียได้ใจคนฟังจริงๆ แต่ตอนนี้ไม่มีอารมณ์มาแกล้ง....

“ไปที่โรงพยาบาลกัน เดี๋ยวนี้เลย ลุกเถอะ อาบน้ำพร้อมกันเลยเร็วดี”

“ห๊ะ!” ไอ้ที่ตกใจไม่ใช่ว่าทำไมต้องไปโรงพยาบาลหรอกนะ แต่ตกใจกับคำว่า อาบน้ำพร้อมกัน!

“ไม่ต้องตกใจ เร็วเข้า!” จุนฮยองเร่ง ก่อนจะรีบดึงให้พ่อคนตาหวานลุกตามเข้ามาในห้องน้ำ ไม่นำพาอาการขืนตัวคนรัก “รีบเหอะน่า ไม่ทำอะไรหรอก หมอโทรมาเรื่องอาการของจุนซอง”

ก็ถึงจะเป็นอย่างนั้นก็เถอะนะ แต่ว่า...

แม้จะอยากขัดใจแค่ไหน แต่สุดท้ายการอาบน้ำพร้อมกันก็เกิดขึ้นจนได้...และแน่นอนว่าจุนฮยองรีบมากถึงขนาดลืมลวนลามแฟนตัวเองเลยล่ะ แสดงว่านัดสำคัญมากกกกก....

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เด็กหนุ่มหน้าหล่อเงยหน้ามาคอนมิเนียมสูงตรงหน้า มันไม่ได้ใหญ่โตอะไรมากมายหรอกนะ แต่ไอ้ที่ตื่นเต้นเป็นเพราะนี่เป็นรั้งแรกที่ดงอุนได้มาที่คอนโดส่วนตัวของฮยอนซึงต่างหากเล่า...

เด็กหนุ่มยืนอยู่อย่างไม่เชื่อสายตาของตัวเอง ก่อนจะอมยิ้มแล้วเดินเข้าไปด้านใน... เขาผ่านเข้าไปได้อย่างไม่ยากเย็นนัก ก็ไม่มีอะไร แค่โชว์คีย์การ์ดชั้นที่ฮยอนซึงอยู่ให้ รปภ.ดู แค่นั้น

ถามว่าเขาได้มายังไงน่ะเหรอ? เขาก็แค่ขอมาจากฮยอนซึง แล้วคืนต่อมาอีกฝ่ายก็เอามาให้เขาแค่นั้นเอง...

จริงๆ นะแค่นั้นจริงๆ เขายังตกใจเลยว่า ง่ายขนาดนั้น?

คือ...มันเชื่อยากนะที่เกิดอะไรแบบนี้ แต่มันเกิดขึ้นแล้วนี่แหละที่เป็นประเด็นสำคัญ...

เด็กหนุ่มเคาะห้องที่จำหมายเลขห้องได้ขึ้นใจ ยืนรอจนชักไม่แน่ใจแล้วว่าใช่ห้องฮยอนซึงหรือไม่ แต่เขาไม่ใช่พวกจำตัวเลขพลาด ดังนั้น...

อย่าบอกนะว่า ฮยอนซึงแกล้งบอกผิด!

ดงอุนเกือบจะถอดใจกลับ แต่ก่อนจะหมุนตัวเดินหนีประตูห้องก็เปิดออกจนเห็นสภาพเจ้าของห้อง เอ่อ...ชุดนอน?

ดงอุนมาค้างอยู่ที่ร่างโปร่งบางของคนรักที่มีเพียงเสื้อกล้ามสีดำและกางเกงผ้าตัวหลวม สีหน้างัวเงีย จั่วหัวได้เลยว่ายังไม่ตื่นด้วยซ้ำมั้ง

“ผมมาใหม่วันหลังก็ได้นะครับพี่ ฝันดีครับ”

“นายทำฉันตื่นแล้ว เข้ามาสิ” ฮยอนซึงว่าพร้อมกับเดินกลับเข้าไปในห้องพัก ที่ไม่ได้ใหญ่โตอะไรมากนัก แต่ก็กว้างพอที่จะนั่งเล่นนอนเล่นได้ทั้งวัน

“ผมลืมไปว่าพี่อาจจะนอนอยู่”

“ตอนนี้ตื่นแล้ว” เจ้าของห้องพูด พร้อมกับทิ้งกายลงบนโซฟาตัวยาวที่ตัวเองชอบใช้นอนเล่นเอกเขนกเป็นประจำ เด็กหนุ่มร่างสูงก็หมุนคว้างอยู่กลางห้องนั่นแหละไม่รู้ว่าจะเอาตัวเองไปยัดไว้ตรงส่วนไหนของห้องดีทั้งที่ห้องก็กว้างนะ

 “มานี่สิ” เสียงของเจ้าของห้องเอ่ยขึ้นพร้อมกับที่มือข้างหนึ่งยกขึ้นกระดิกเรียกร่างสูง ทำราวกับเขาเป็นกระต่ายน้อยเชื่องๆ อย่างนั้นแหละ

แต่ ซน ดงอุนก็ยอมที่เดินไปหาคนที่เหมือนตาจะปิดอีกรอบนั้น....

“พี่จะนอนต่อมั้ย?”ดงอุนถามเมื่อจับมือของคนที่เอนตัวอยู่บนโซฟาและทรุดกายลงนั่งใกล้ๆ

“นายไม่ทำงานเหรอวันนี้ มาแต่เช้า”

“เออ...” จะให้พูดว่าไงล่ะ...แบบว่า ไม่อยากทนเครียดกับการลุ้นผลอนุมัติเกมส์ของกระทรวงไอที เลยหนีมาซะงั้นแหละ ดีกว่าพ่อทนายต้องไปดูงานต่างประเทศเลยไม่มีใครคอยบ่น

“หนีงานมาล่ะสิ” พอโดนดักทางเพราะรู้ทันก็ได้แต่ทำหน้ายุ่งเหยิง วางเสื้อคลุมไว้ที่โซฟาเล็กอีกตัว

“ก็มันอึดอัดนี่ครับ ไม่มีดูจุนกับกีกวังคอยช่วยด้วย” ฮยอนซึงพ่นลมหายใจออกมาพร้อมกับยิ้มออกมาน้อยๆ

“ง่วงใช่มั้ย นอนสิ นายคงตื่นเช้านะ” ก็ทั้งที่ตาคนพูดก็แทบจะไม่ลืมอยู่แล้ว แต่ยังมีแรงที่จะดึงให้เด็กหนุ่มล้มตัวลงไปเกยอยู่กับร่างของตัวเองพร้อมกับอ้อมกอดหลวมๆ “ใช้น้ำหอมอะไร...ดงอุนอา”

เด็กหนุ่มส่ายหน้า ขยับตัวให้สามารถนอนเบียดกับร่างโปร่งบนโซฟาให้สบายขึ้นอีกนิด “ผมลืมฉีดมาวันนี้ รีบไปหน่อยครับ เหม็นตัวผมเหรอ? ผมอาบน้ำแล้วนะ พี่ไม่ชอบกลิ่นแชมพูนี้เหรอ” ดงอุนว่า แต่ฮยอนซึงกลับแค่นิ่งเฉย พูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“ไม่ได้บอกว่าไม่ชอบ หอมดี รู้จักเลือก” ดงอุนส่ายหน้าทันที ก่อนจะหัวเราะ

“เมื่อก่อนใช้อีกยี่ห้อหนึ่งน่ะครับ แต่แบบเหมือนผมจะแพ้มัน คันทั้งตัวเลย กีกวังเลยแนะนำพวกแชมพูสกัดจากธรรมชาติมา” ฮยอนซึงงึมงำรับคำ ทำเอาคนที่กำลังจ้ออยู่ยิ้ม...

คงไม่ไหวแล้วมั้ง...คุณเจ้าของร้าน...

“ผมว่าพี่กลับเข้าไปนอนเถอะครับ” ฮยอนซึงคลอเคลียใบหน้าของตัวเองกับแก้มของคนในอ้อมแขน

“นอนด้วยกันสิไหนๆ ก็โดดงานมาแล้วนี่”

“ครับ” ดงอุนยิ้มกับท่าทางเหมือนแมวออด ทั้งอ้อนทั้งง่วงของหนุ่มหน้าสวย ก่อนจะเริ่มหน้าแดงมากขึ้นทีละน้อยเมื่อได้ยินคำกระซิบแผ่วๆ ที่ข้างหู

“จูบพี่หน่อยสิ...ดงอุนอา” ราวกับถูกสะกด เสียงแผ่วและลมหายใจที่รวยรินอยู่ข้างหูกำลังเขย่าหัวใจของเขาราวกับพายุที่บ้าคลั่ง...

“เพราะแบบนี้..ผมจะอยู่ได้ยังไงถ้าพี่ไม่อยู่ใกล้ๆ ผม” กระซิบตอบพร้อมกับคลอเคลียริมฝีปากกับเรียวปากบางสวยของฮยอนซึง...

“ไม่ได้ตายจากสักหน่อย คิดถึงก็ไปหาได้”

“ผมทำงานแล้วนะครับ...อื้อ” ดงอุนยังพูดไม่ทันจบด้วยซ้ำ ก็โดดกัดริมฝีปากล่างเพราะอีกฝ่ายนึกอยากจะแกล้งคนรัก “ผมพูดไม่จบเลย”

“เดี๋ยวค่อยพูดนะ...จูบก่อนเร็ว” หนุ่มหน้าสวยเร่งพร้อมกับยกฝ่ามือขึ้นไปลูบไล้ยังท้ายทอยของเด็กหนุ่มแล้วรั้งให้แนบจูบลงมาเร็วขึ้น ทั้งที่ตอนนั้นริมฝีปากของทั้งคู่ก็แทบจะไม่ห่างกันอยู่แล้ว...

จูบอ้อยอิ่ง หวานไหวฉุดรั้งให้ดำดิ่งลงไปเรื่อยๆ จูบเท่าไหร่ก็เหมือนไม่พอ

“ไม่ง่วงแล้วเหรอครับ” เสียงสั่นพร่านั้นทวงถามเมื่อรับรู้ถึงฝ่ามือที่ลูบไล้ไปตามแนวสะโพกของเขาเบาๆ

“ง่วง...แต่ไม่ได้อยากจะนอนแล้ว” เสียงกระซิบตอบมานั้นทำเอาเด็กหนุ่มก้มหน้างุดซุกกับซอกคอของอีกฝ่าย ไม่รู้ว่าความร้อนที่ใบหน้ามันจะแผ่ไปถึงคนที่กอดเขาอยู่หรือเปล่า

“โซฟามันแคบสำหรับเราสองคนนะครับ”

“คิดว่างั้นเหรอ?” ฮยอนซึงถามกลับมาด้วยน้ำเสียงรู้ทันโดยที่ฝ่ามือก็ดึงเอาชายเสื้อเชิ้ตของดงอุนออกจากกางเกงและล้วงเข้าไปสัมผัสผิวเนียน...

“ก็พูดไปอย่างนั้นแหละครับ มันไม่ใช่ปัญหาอยู่แล้ว” พูดไปมือก็ลูบผิวขาวจัดเนียนละเอียดตรงหัวไหล่ของฮยอนซึง บดเบียดร่างกายเข้าทาบทับคนที่ก่อนหน้านี้ทำเหมือนจะไม่อยากตื่น...

“ตัวนายหอมจริงๆ นะดงอุน” ปากก็พูด แต่ปลายจมูกกลับไล่ซุกไซร้ไปตามขมับข้างแก้ม และซอกคอ ก่อนจะค่อยๆ ขยับกายเป็นฝ่ายทาบทับเสียเอง

“ชอบมากเหรอครับ” ดงอุนว่าสอดแขนขึ้นโอบคออีกฝ่าย ยิ้มพึงใจเมื่อปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ไม่ห่างแก้ม

“หมายถึงตัวนายน่ะเหรอ...ไม่ชอบหรอก” ดงอุนหัวเราะเมื่อติ่งหูโดนขบเม้มพร้อมคำกระซิบที่ดังตามมา “แต่รักมากต่างหาก”

...ใช่...รักมาก...อย่างที่ไม่มีใครกล้าเชื่อแน่นอน

 

 

 

 

 

กีกวังนั่งเหม่อลอยอยู่ที่สวนย่อมข้างตึกผู้ป่วย สายลมเย็นพัดกระทบแก้มใสแต่กลับไม่ได้ทำให้เขารู้สึกสดชื่นเช่นทุกครั้ง...

ข้อความของการสนทนาก่อนหน้านี้ไม่ถึงชั่วโมงทำให้เขารู้สึกเหมือนค้อนทุบหัว จากที่เป็นคนมึนอยู่แล้ว กลายเป็นว่า...ตอนนี้ดับสนิท!

เรื่องของจุนซอง...โหดร้ายเกินไปหรือเปล่า...

 

 

 

“คุณคือญาติของคุณ ยง จุนซองใช่มั้ยครับ” เสียงที่เอ่ยถามมาตอนที่กีกวังกำลังเดินตรงทางเดินห่างจากห้องพักของจุนซองไม่ถึงเมตรทำให้กีกวังต้องหันไปมอง...

แล้วจะให้ตอบว่าไงดีล่ะ

ผมเป็นแฟนพี่ชายคนไข้ หรือว่าจะครับอย่างเดียว? หรือ?....

“เชิญที่ห้องแพทย์สักครู่นะครับ” ไม่รอคำตอบจากเขาเลยเหรอว่าใช่หรือไม่ใช่ แต่กีกวังก็เดินตามคุณหมอไปต้อยๆ ล่ะนะ

ถ้าเกิดเขาหลอกไปเชือดคอขโมยอวัยวะล่ะ....

จะตกใจตอนี้คงไม่ทันแล้วล่ะนะ....

 

 

 

พ่อหนุ่มตาหวานถึงกับอึ้งเมื่อเข้ามานั่งและเริ่มฟังแพทย์เจ้าของไข้อธิบายอาการของจุนซอง ที่ตอนนี้นอนกระพริบตาและขยับกล้ามเนื้อได้บางส่วนกำลังนอนให้พี่ชายเฝ้าอยู่ และเขาก็จะออกมาหาซื้ออะไรเป็นมื้อกลางวัน แต่...

“คุณหมอกำลังจะบอกว่า จุนซอง...อาจจะ...อาจจะ”

“เหตุการณ์แบบนี้มักจะเกิดขึ้นบ่อยๆครับคนไข้หลายๆ คนจะรู้ถึงขีดจำกัดของตัวเองแล้วมักจะฝืนจนดีขึ้เพื่อตื่นขึ้นมาเป็นครั้งสุดท้าย...ก่อนจะ...”

“เขาจะไม่รอดอย่างนั้นเหรอครับ แต่เขาดูดีมากเลยนะครับ” กีกวังพยายามแย้งเพื่อได้คำตอบที่ดีกว่าที่ได้ยิน...

“ที่เป็นอยู่ตอนนี้ถือว่าดีมากเลยครับ คุณลองจินตนาการถึงต้นไม้ที่กำลังโต แต่ต้องหยุดการเจริญเติบโตกลางคันนะครับ มันจะค่อยๆ ตายช้าๆ จากข้างในเหมือนถูกสต๊าฟ และล้มลง คุณยงนอนอยู่ในสภาพนั้นมาหลายปี ตอนนี้อวัยวะภายในของเขาบางอย่างหยุดการทำงานไปแล้ว...” กีกวังนิ่งค้าง...

ความจริงวันนี้ตอนที่ออกมาจากห้องเรื่องที่น้องชายของจุนฮยองได้สติต้องเป็นเรื่องที่ดีที่สุดสิ แต่ทำไม....

“คุณต้องเข้มแข็งนะครับ พี่ชายของคุณยงรักเขามาก ผมคิดว่า...มันมีโอกาสน้อยจริงๆ ที่เขาจะมีปาฏิหาริย์”

 

 

 

 

กีกวังไม่แน่ใจนักว่าตัวเองมีสติมากน้อยแค่ไหนตอนนี้ หลังจากที่ออกจากห้องแพทย์มา แล้วนั่งตากลมอยู่ตรงนี้ เขาจะบอกจุนฮยองได้ยังไงว่า

จุนซองพยายามตื่นขึ้นมาก่อนจะจากไปตลอดกาล...

เรื่องรักน้องชาย ไม่ต้องขยายความอะไรมากมาย แค่เขาที่ปรกติดีขนาดนี้ ดูจุนยังคอยห่วงแล้วห่วงอีก ไม่ต้องพูดถึงจุนฮยองกับจุนซองเลย...

แค่คิด...แค่คิด...อยากร้องไห้...

“กีกวัง...มานั่งอยู่ตรงนี้เองเหรอ? ไหนว่าจะไปหาอะไรกินไง...” กีกวังเงยหน้ามองร่างสูงที่กำลังเดินตรงมาหาเขา รอยยิ้มแต่งแต้มบนใบหน้า...

รอยยิ้มของจุนฮยอง...

“ผม...”

“นายหาทางไปโรงอาหารในนี้ไม่เจอใช่มั้ย ซื้อบื้อเอ้ย!! แล้วทำเป็นมาอวดเรื่องเป็นพี่” จุนฮยองยีผมของกีกวังจนยุ่ง แล้วส่งมือมาตรงหน้า เพื่อจะฉุดให้กีกวังลุกขึ้น

“ฉันพาไปเอง” ดวงตาหวานมองฝ่ามือนั้นสลับกับใบหน้าเปื้อนยิ้มของร่างสูง ก่